โปรแกรม XERF 1 1

โปรแกรม XERF คืออะไร? นวัตกรรมยกกระชับผิวหน้า ปรับรูปหน้าเรียว โดยไม่ต้องเจ็บตัว

เจาะลึกโปรแกรม XERF นวัตกรรมยกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ Exothermic RF ช่วยเก็บกรอบหน้า ลดริ้วรอย ไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บ เห็นผลทันที อ่านข้อมูลครบจบที่นี่
Share the Post:
สารบัญ

ความหย่อนคล้อยของผิวหน้าเป็นสัญญาณแห่งวัยที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เมื่ออายุเพิ่มขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนังจะเริ่มเสื่อมสภาพลง ส่งผลให้กรอบหน้าไม่ชัดเจน ผิวขาดความตึงกระชับ และเกิดริ้วรอยต่างๆ การมองหาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยกู้คืนความอ่อนเยาว์จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน  ที่ The Signature Clinic เราขอแนะนำหนึ่งในนวัตกรรมที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมากคือ “โปรแกรม XERF” เทคโนโลยีการยกกระชับที่ตอบโจทย์ผู้ที่กลัวความเจ็บและไม่มีเวลาพักฟื้น บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับนวัตกรรมดังกล่าวอย่างเจาะลึก ตั้งแต่หลักการทำงาน ประโยชน์ที่ได้รับ ไปจนถึงข้อควรปฏิบัติ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนที่สุดก่อนตัดสินใจ

ทางลัดหน้าเรียวไม่เจ็บตัว: สรุปจบครบทุกไฮไลต์ของโปรแกรม XERF

โปรแกรม XERF คืออะไร นวัตกรรมยกกระชับผิวและปรับรูปหน้าด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) แบบขั้วเดียว ที่โดดเด่นด้วยการใช้ระบบ Dual-Frequency คือการปล่อยพลังงานคลื่นความถี่ 6.78 MHz และ 2 MHz สลับกัน สามารถส่งพลังงานความร้อนลงลึกสู่ชั้นผิวหนังและชั้นไขมันได้อย่างสม่ำเสมอ โดยควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในระดับ 40-43 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นจุดที่ดีที่สุดในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่โดยไม่ทำร้ายผิว

จุดเด่นสำคัญ 3 ประการ

  1. ทำงานลึก 3 ระดับ: สามารถปรับความลึกของพลังงานได้ 3 โหมด ครอบคลุมตั้งแต่ผิวชั้นตื้น (Shallow) ผิวชั้นกลาง (Middle) ไปจนถึงชั้นลึกสุดอย่าง SMAS (Deep) เพื่อการแก้ปัญหาที่ตรงจุดทั้งริ้วรอย ความหย่อนคล้อย และไขมันสะสม
  2. ยกกระชับพร้อมสลายไขมัน: ไม่เพียงแค่ช่วยให้ผิวกระชับและกรอบหน้าชัดขึ้น แต่ยังช่วยสลายไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มและเหนียง ทำให้หน้าดูเรียวเล็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ
  3. ไม่เจ็บและไม่ต้องพักฟื้น: ด้วยระบบทำความเย็น ICD Cooling และการปล่อยคลื่นแบบ Wave Fit Pulse ทำให้รู้สึกสบายผิวขณะทำ ไม่เจ็บปวด และไม่มีรอยแผล สามารถใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ทันที ไม่ต้องพักหน้า (Lunchtime Facelift)

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • สัมผัสความกระชับได้ทันทีหลังทำประมาณ 20-30%
  • ผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 1-3 เดือนแรก และอยู่ได้นาน 6-8 เดือน
  • แนะนำให้ทำต่อเนื่องเป็นคอร์ส 4-6 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

ราคาและโปรโมชั่น (The Signature Clinic)

  • 300 Shot: 25,000 บาท (เหมาะสำหรับเน้นเฉพาะจุด)
  • 600 Shot: 49,000 บาท (เหมาะสำหรับทั่วใบหน้าและลำคอ)
  • หมายเหตุ: กรณีรักษากับ นพ.ภูริวัจน์ (หมอบอล) มีค่าธรรมเนียมแพทย์เพิ่มเติม 2,000 บาท/ครั้ง

โปรแกรม XERF คืออะไร

โปรแกรม XERF เป็นเทคโนโลยีการยกกระชับผิวและปรับรูปหน้าด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar Radiofrequency) นวัตกรรมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งผ่านพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ โดยมีจุดเด่นสำคัญคือ ระบบ Dual-frequency ที่ทำให้พลังงานลงได้ลึกถึงชั้น SMAS และ ระบบ Real-Time Temperature Monitoring ที่สามารถควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม (ประมาณ 40-43 องศาเซลเซียส) ซึ่งเป็นระดับที่ได้รับการวิจัยแล้วว่าสามารถกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้ดีที่สุด โดยไม่ก่อให้เกิดการไหม้หรืออันตรายต่อผิวชั้นบน นับเป็นทางเลือกการดูแลผิวพรรณที่เน้นความนุ่มนวล ปลอดภัย และให้ความรู้สึกผ่อนคลายขณะทำหัตถการ

หลักการทำงานของ XERF

กลไกการทำงานของโปรแกรม XERF อาศัยการส่งผ่านคลื่นวิทยุ (RF) ลงไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ซึ่งเป็นโรงงานผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง เมื่อพลังงานความร้อนถูกส่งลงไปอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมที่หย่อนคล้อยเกิดการหดตัวกระชับขึ้นทันที เปรียบเสมือนการขึงโครงสร้างผิวให้ตึงขึ้น ส่งผลให้ผิวหน้าดูยกกระชับขึ้น ในขณะเดียวกันความร้อน ความร้อนจะไปสั่งให้เซลล์ผิว สร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวแน่นและหดกระชับมากขึ้นต่อเนื่องนานถึง 2-3 เดือนหลังจากทำหัตถการ และคอลลาเจนอีลาสตินยังคงอยู่ในผิวได้นานถึง 6-12 เดือน  กระบวนการนี้เป็นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในสู่ภายนอกอย่างเป็นธรรมชาติ

หากสนใจศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยี Radiofrequency ในการรักษาผิวหนัง สามารถอ่านงานวิจัยเพิ่มเติมได้จากแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ

โปรแกรม XERF สามารถปรับได้ 3 ระดับ

ความพิเศษของ โปรแกรม XERF คือความยืดหยุ่นในการรักษาที่เหนือกว่า ด้วยความสามารถในการส่งพลังงานคลื่นวิทยุลงสู่ชั้นผิวได้ถึง 3 ระดับความลึกที่แตกต่างกัน ช่วยให้แพทย์ผู้ชำนาญการสามารถประเมินและดีไซน์แผนการรักษา (Personalized Treatment) ให้เหมาะกับความหนาของผิวและปัญหาเฉพาะจุดของคนไข้แต่ละรายได้อย่างแม่นยำ

  • ระดับผิวชั้นบน (Shallow Mode): โหมดนี้เน้นการฟื้นฟูผิวหนังชั้นตื้น (Upper Dermis) โดยเฉพาะ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบริเวณที่ผิวมีความบอบบาง เช่น หน้าผาก หรือรอบดวงตา ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ เพื่อจัดการกับริ้วรอยเล็กๆ และคืนความยืดหยุ่นให้ผิวกลับมาดูเรียบเนียนขึ้น
  • ระดับชั้นกลาง (Middle Mode): เป็นการส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นไขมันส่วนบนและผิวหนังแท้ส่วนลึก (Deep Dermis) เหมาะสำหรับการแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณแก้มและใบหน้าส่วนกลาง ช่วยปรับโครงสร้างผิวให้มีความหนาแน่น แข็งแรง และกระชับขึ้นอย่างรู้สึกได้
  • ระดับชั้นลึก (Deep Mode): ไฮไลต์สำคัญคือการใช้คลื่นพลังงานแบบผสมผสาน (6.78MHz + 2MHz) ส่งลงลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนังและชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า เหมาะสำหรับแก้ปัญหากรอบหน้าไม่ชัด หรือลดเลือนไขมันสะสมบริเวณเหนียงและใต้คาง เพื่อผลลัพธ์การยกกระชับปรับรูปหน้าที่ชัดเจน

จุดเด่น 5 เทคโนโลยีหลักของโปรแกรม XERF  

สิ่งที่ทำให้ โปรแกรม XERF ได้รับความไว้วางใจ คือการผสาน 5 นวัตกรรมเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์ทั้งเรื่อง “ผลลัพธ์” ที่มีประสิทธิภาพ และ “ประสบการณ์” การรักษาที่สบายผิว ปลอดภัย ลดความกังวลเรื่องความเจ็บ โดยยังคงมาตรฐานการดูแลแบบ Medical Grade ที่ The Signature Clinic ยึดถือ

  • คลื่นความถี่คู่ (Dual Frequency 6.78MHz + 2MHz): นวัตกรรม Monopolar RF ที่แตกต่างด้วยการใช้ 2 คลื่นความถี่ทำงานร่วมกัน โดยคลื่น 6.78 MHz จะดูแลผิวชั้นตื้นถึงกลาง ในขณะที่คลื่น 2 MHz จะทำหน้าที่ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อยกกระชับโครงสร้างผิวจากภายใน ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้อย่างตรงจุด
  • ระบบวิเคราะห์ค่าผิวอัตโนมัติ (Impedance Feedback): เครื่องจะทำการวิเคราะห์ค่าความต้านทานของเนื้อเยื่อผิว ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล (Customized for you) อันเนื่องมาจากความหนาและความลึกของชั้นผิวที่แตกต่างกัน
  • เพื่อแนะนำระดับความลึกที่เหมาะสม และช่วยให้แพทย์ปรับค่าพลังงานได้ถึง 10 ระดับ มั่นใจได้ว่าทุกช็อตของการรักษาจะแม่นยำและปลอดภัยที่สุด
  • เทคโนโลยีคลื่นพลังงานนุ่มนวล (Wave Fit Pulse Technology): ออกแบบมาเพื่อลดความเจ็บและเพิ่มความสบายขณะทำหัตถการ โดยระบบจะแบ่งพลังงานออกเป็นคลื่นย่อยๆ (Sub-pulses) หลายชุด แทนการยิงแรงๆ ในครั้งเดียว ทำให้ความร้อนสะสมตัวอย่างสม่ำเสมอ คนไข้จึงรู้สึกสบายผิว ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องความเจ็บปวด
  • ระบบทำความเย็นอัจฉริยะ (ICD Cooling Pulse): เพิ่มความปลอดภัยอีกขั้นด้วยระบบปล่อยความเย็น (Cryogen) ออกมาปกป้องผิวชั้นบน (Epidermis) ในขณะที่พลังงานความร้อนถูกส่งลงสู่ผิวชั้นลึก ช่วยลดโอกาสเกิดผิวไหม้ (Burn) และทำให้คนไข้รู้สึกผ่อนคลายตลอดระยะเวลาการรักษา
  • หัวทิปดีไซน์พิเศษและเซนเซอร์ตรวจจับความร้อน (Spider Pattern Effector & Real-Time Monitoring): หัวทิปขนาดใหญ่ลายใยแมงมุมช่วยกระจายพลังงานความร้อนได้ทั่วถึง รวดเร็ว และไม่กระจุกตัว มาพร้อมระบบเซนเซอร์ที่ตรวจจับอุณหภูมิผิวแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะตัดการทำงานทันทีหากอุณหภูมิสูงเกิน 43 องศาเซลเซียส เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้รับบริการ

การทำโปรแกรม XERF ช่วยเรื่องใดบ้าง

ความพิเศษของโปรแกรม XERF ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การยกกระชับเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมการแก้ไขปัญหาผิวในหลายมิติ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีความกังวลในเรื่องต่างๆ ดังนี้:

  • ยกกระชับผิวหย่อนคล้อย: ช่วยแก้ปัญหาแก้มห้อย ผิวไม่กระชับ และเก็บกรอบหน้า (Jawline) ให้ดูคมชัดขึ้น ทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ลดเลือนริ้วรอย: ความร้อนจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยเติมเต็มริ้วรอยเล็กๆ (Fine Lines) บริเวณรอบดวงตา หน้าผาก และร่องแก้มให้ดูจางลง
  • ปรับปรุงคุณภาพผิว (Skin Quality): ช่วยกระชับรูขุมขน ทำให้ผิวหน้าเรียบเนียน ละเอียด และมีความยืดหยุ่นดีขึ้น
  • สลายไขมันสะสม: พลังงาน RF สามารถลงลึกถึงชั้นไขมัน ช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มและเหนียงได้ในระดับหนึ่ง
  • ไม่เจ็บและไม่ต้องพักฟื้น: เป็นจุดเด่นที่สุดของโปรแกรมนี้ ผู้รับบริการจะรู้สึกเพียงแค่อุ่นสบายผิวคล้ายการนวดหน้า ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา และสามารถแต่งหน้าหรือทำกิจกรรมต่อได้ทันทีหลังทำ

เปรียบเทียบ XERF กับหัตถการยกกระชับอื่น

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น การเปรียบเทียบ XERF กับเทคโนโลยียกกระชับอื่นๆ เช่น Ulthera จะช่วยให้ตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตนเองได้ง่ายขึ้น

  • ความรู้สึกขณะทำ: XERF ให้ความรู้สึกอุ่นสบาย ไม่เจ็บปวด ในขณะที่ Ulthera เป็นการส่งคลื่นเสียงลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งอาจมีความรู้สึกหน่วงๆ หรือเจ็บจี๊ดๆ ได้มากกว่า
  • ระดับความลึก: Ulthera เน้นการยกกระชับที่โครงสร้างชั้นลึกสุด (SMAS) เพื่อผลลัพธ์การดึงหน้าที่ชัดเจน ส่วน XERF จะเน้นการฟื้นฟูผิวตั้งแต่ชั้นตื้นถึงชั้นลึก (Dermis & Subcutaneous fat) และพลังงานยังส่งไปถึงชั้นกล้ามเนื้อ SMAS ด้วย เพื่อให้ผิวด้านบนหดแน่นกระชับ และชั้น SMAS ด้านล่างหดตัว ช่วยยกหน้าได้เช่นกัน
  • ระยะเวลาเห็นผล: ทั้งสองวิธีสามารถเห็นผลลัพธ์เบื้องต้นได้ทันที แต่ Ulthera จะมีระยะเวลาคงผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่า (ประมาณ 1 ปี) ในขณะที่ XERF แนะนำให้ทำต่อเนื่องเป็นคอร์สเพื่อสะสมผลลัพธ์และคงสภาพผิวให้สวยยาวนาน

ขั้นตอนการทำ XERF ที่ The Signature Clinic

การให้บริการที่ The Signature Clinic เน้นมาตรฐานความปลอดภัยและการดูแลอย่างพิถีพิถันโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้รับบริการจะได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

  1. การปรึกษาแพทย์: แพทย์จะทำการวิเคราะห์โครงหน้าและสภาพผิว เพื่อประเมินปัญหาและวางแผนการรักษาให้ตรงจุด
  2. การเตรียมผิว: เจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดผิวหน้าอย่างหมดจด และทาเจลสื่อนำ (Conductive Gel) ลงบนบริเวณที่จะทำหัตถการ เพื่อช่วยกระจายพลังงานความร้อนให้สม่ำเสมอและปกป้องผิว
  3. ขั้นตอนการทำ XERF: แพทย์จะใช้ หัว Applicator ปล่อยพลังงานผ่านผิวหนัง ตามแนวเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อผิว ตามทิศทางการยกกระชับของแต่ละบุคคล โดยจะมีการวัดอุณหภูมิผิวเป็นระยะเพื่อให้แน่ใจว่าความร้อนอยู่ในระดับที่รักษาได้ผลและปลอดภัย ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที
  4. การดูแลหลังทำ: เช็ดทำความสะอาดผิวและทาครีมบำรุงหรือกันแดด ผู้รับบริการจะสัมผัสได้ถึงความตึงกระชับและความสบายผิวทันทีหลังทำ โดยไม่ต้องพักหน้า ไม่มีสะเก็ด สามารถแต่งหน้าได้ทันที และผลลัพธ์จะค่อยๆเพิ่มมากขึ้นในช่วง 1-3 เดือนแรกหลังทำ

การเตรียมตัวและการดูแลหลังทำ

แม้ว่า XERF จะเป็นหัตถการที่อ่อนโยน แต่การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการรักษาให้ดียิ่งขึ้น

  • ก่อนทำ: ควรดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อให้เซลล์ผิวมีความชุ่มชื้น ซึ่งจะช่วยให้คลื่น RF ส่งผ่านพลังงานได้ดีขึ้น และหลีกเลี่ยงการขัดผิวหน้า รวมถึงหลีกเลี่ยงยาหรือสกินแคร์ที่มีฤทธิ์ผลัดเซลล์ ก่อนเข้ารับบริการ
  • หลังทำ:
    • ทาครีมกันแดด: ปกป้องผิวจากรังสียูวีด้วยกันแดดที่มีค่า SPF สูงอย่างสม่ำเสมอ
    • เติมความชุ่มชื้น: ทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อช่วยกักเก็บน้ำในผิวและส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจน
    • ดื่มน้ำสะอาด: การดื่มน้ำมากๆ จะช่วยขับของเสียและช่วยให้ผิวฟื้นฟูตัวได้เร็วขึ้น
    • ทำร่วมกับหัตถการอื่น: สามารถทำร่วมกับ สารเติมเต็ม หรือโบทูลินัม ท็อกซินได้ตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อผลลัพธ์การปรับรูปหน้าที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

Package ราคาโปรแกรม XERF จาก The Signature Clinic

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาทางออกในการ “ยกกระชับผิวพร้อมสลายไขมัน” ด้วยเทคโนโลยี Monopolar RF ที่ทันสมัย ทาง The Signature Clinic ได้จัดเตรียมแพ็กเกจสุดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อดูแลโครงสร้างผิวพร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในคราวเดียว โดยมีรายละเอียดราคาและโปรโมชั่นดังนี้:

รายละเอียดราคาและโปรโมชั่น (Promotion)

  • โปรแกรม XERF ขนาด 300 Shot
    • ราคาโปรโมชั่น: 25,000 บาท
    • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง หรือต้องการเน้นย้ำเฉพาะจุด เช่น กรอบหน้า หรือเหนียง
  • โปรแกรม XERF ขนาด 600 Shot
    • ราคาโปรโมชั่น: 49,000 บาท (จากราคาปกติ 60,000 บาท)
    • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการการยกกระชับทั่วใบหน้าและลำคอ หรือผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและไขมันสะสมที่ต้องการการดูแลอย่างครอบคลุมเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

เงื่อนไขและบริการเพิ่มเติม

  • การดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง: สำหรับการเข้ารับบริการกับ นพ.ภูริวัจน์ (หมอบอล) จะมีค่าธรรมเนียมแพทย์ (Doctor Fee) เพิ่มเติมอยู่ที่ 2,000 บาท/ครั้ง เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับการวิเคราะห์โครงสร้างหน้าและวางแผนการรักษาโดยแพทย์ระดับ Medical Trainer ที่มีความชำนาญการสูง
  • แพ็กเกจผิวใสคู่ขนาน: หากท่านต้องการผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบทั้ง “ยกกระชับ” และ “งานผิวละเอียด” สามารถสอบถามราคาพิเศษสำหรับแพ็กเกจคู่กับ โปรแกรม Picosure Pro ได้โดยตรงกับทางคลินิก

สนใจจองคิวปรึกษาแพทย์หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:

  • Line: @thesignatureclinic
  • Tel: 081 816 3366

สรุป

โปรแกรม XERF ถือเป็นนวัตกรรมทางเลือกที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการดูแลตัวเองแต่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาและความกลัวเจ็บ ด้วยความสามารถในการยกกระชับผิว ปรับรูปหน้า และฟื้นฟูคุณภาพผิวไปพร้อมกันโดยไม่ต้องผ่าตัด จึงเป็น “Lunchtime Facelift” หรือการยกกระชับช่วงพักเที่ยงที่ทำแล้วสามารถกลับไปทำงานต่อได้ทันที การเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ

คำถามที่พบบ่อย

ทำ XERF กี่ครั้งถึงจะเห็นผล? 

ผลลัพธ์เรื่องความกระชับสามารถสังเกตเห็นได้ทันทีหลังทำครั้งแรกประมาณ 20-30% และผิวยังค่อยๆหดกระชับมากขึ้นต่อเนื่องในช่วง 1-3 เดือนแรกหลังทำ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยั่งยืน แพทย์ผู้ชำนาญการแนะนำให้ทำต่อเนื่องเป็นคอร์ส ประมาณ 4-6 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก 1-3 เดือน

ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน? 

หลังจบคอร์การรักษา ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 6-8 เดือน หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการดูแลและสภาพผิวของแต่ละบุคคล สามารถกลับมาทำซ้ำ (Maintenance) ได้เดือนละ 1 ครั้ง เพื่อรักษาผลลัพธ์และคงความอ่อนเยาว์ให้ยาวนาน

โปรแกรมนี้เหมาะกับใคร? 

หมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ผู้ที่มีไขมันบริเวณแก้มหรือใต้คางเยอะ ร่องแก้มเยอะหรือกระเปาะแก้มชัด ต้องการเก็บกรอบหน้าให้คมชัดมากขึ้น ผู้ที่กลัวเข็ม กลัวเจ็บ และผู้ที่ต้องการเตรียมผิวให้สวยพร้อมก่อนออกงานสำคัญโดยไม่ต้องกังวลเรื่องรอยช้ำและไม่อยากพักหน้า

หากต้องการยกกระชับผิว ด้วยโปรแกรม XERF ทำไมต้องใช้บริการจาก The Signature Clinic

the-signature-clinic-cta

ที่ The Signature Clinic ให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียดของการรักษา ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการมีการวิเคราะห์ปัญหาเฉพาะบุคคลอย่างละเอียด เพื่อออกแบบการวางตำแหน่งหัวเครื่องและปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับโครงหน้าและชั้นผิวของแต่ละท่าน การใช้เครื่องมือที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากล ควบคู่กับการบริการที่ใส่ใจในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว ทำให้ผู้รับบริการมั่นใจได้ว่าจะได้รับประสบการณ์การยกกระชับผิวที่ดีที่สุด หากท่านกำลังมองหาตัวช่วยในการกู้คืนความอ่อนเยาว์แบบไม่เจ็บตัว โปรแกรม XERF เป็นคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม

บทความอื่นๆ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save