ฝ้า กระ และกระลึกเป็นปัญหาผิวพรรณที่พบได้บ่อยในหลายคน โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีแสงแดดจัด การทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษาจุดด่างดำประเภทต่างๆ ได้ที่ The Signature Clinic ปัญหาฝ้า กระ และกระลึกเป็นหนึ่งในปัญหาผิวหน้าที่สร้างความกังวลให้คนไทยจำนวนมาก สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ มีรอยปื้น และจุดสีเข้มปรากฏบนใบหน้าอย่างชัดเจน ทำให้หลายคนขาดความมั่นใจ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่ากระลึกเกิดจากอะไร ความแตกต่างระหว่างฝ้า กระ และกระลึก รวมถึงวิธีการรักษาและป้องกันที่ถูกต้อง
สรุป ฝ้า กระลึก: สาเหตุ วิธีรักษาและแนวทางการดูแล | กระลึกรักษาได้หรือไม่?
- ฝ้า กระ และกระลึกเป็นปัญหาผิวพรรณที่พบบ่อยในประเทศไทยที่มีแสงแดดจัด ทำให้หลายคนขาดความมั่นใจจากสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ มีรอยปื้น และจุดสีเข้มบนใบหน้า
- กระและกระลึก (Freckles) – จุดหรือรอยด่างดำบนใบหน้า ลักษณะกลมๆ ฝ้า (Melasma) – ปื้นสีน้ำตาลเข้มกว่าสีผิวปกติ กระลึก (Nevus of Hori) – จุดหรือแผ่นสีน้ำตาลถึงสีเทาอมฟ้า อยู่ในชั้นหนังแท้
- สาเหตุของการเกิดฝ้า กระ และกระลึก คือ รังสี UV จากแสงแดด – การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน – พันธุกรรม – การแพ้เครื่องสำอาง – การรับประทานยาบางชนิด – ความเครียด – แสงสีฟ้าจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
- บริเวณที่เกิดฝ้า กระได้บ่อย มีบริเวณโหนกแก้ม บริเวณหน้าผาก บริเวณเหนือริมฝีปาก บริเวณคาง บริเวณสันจมูก บริเวณลำคอ
- ประเภทของกระบนใบหน้า 1.กระตื้น 2.กระลึก 3.กระแดดกระเนื้อ
- วิธีการรักษาฝ้า กระ กระลึก 1. การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว 2. การรักษาด้วยการทำทรีทเมนต์ 3. การดูแลสุขภาพผิวโดยรวม
- การรักษากระลึกด้วยเลเซอร์เป็นวิธีการรักษาหนึ่งสำหรับกระลึกซึ่งอยู่ในชั้นผิวลึก ปัญหาฝ้าและกระลึกที่อยู่ชั้นลึกอาจพิจารณาใช้เลเซอร์ชนิดพิเศษที่สามารถเข้าถึงเม็ดสีเมลานินในชั้นหนังแท้ได้
- การป้องกันฝ้า กระ กระลึกเบื้องต้น 1. การหลีกเลี่ยงแสงแดด 2. การทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยน 3. การทาครีมกันแดดอย่างเป็นประจำ 4. การใช้ครีมบำรุงผิวที่ช่วยลดฝ้า กระ
- The Signature Clinic เป็นคลินิกที่ให้บริการรักษาผิวด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ ที่จะช่วยดูแลสภาพผิวของคุณ ให้มีสภาพที่ดีขึ้น
- ปัจจุบันวิธีการรักษากระลึกที่อาจพิจารณาคือการใช้เลเซอร์ชนิดพิเศษ ควบคู่กับการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสม หากมีปัญหาเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อวางแผนการรักษา
“รักษาฝ้า กระลึก ด้วยวิธีไหนให้ได้ผลดี”
ฝ้าและกระลึกคืออะไร มีลักษณะอย่างไร?

หลายคนเข้าใจผิดว่าฝ้าและกระเป็นปัญหาเดียวกัน แต่ความจริงแล้วทั้งสองปัญหานี้มีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน:
- กระและกระลึก (Freckles) คือ จุดหรือรอยด่างดำที่เกิดขึ้นบนใบหน้า มีลักษณะกลมๆ สีน้ำตาลขนาดเล็ก ขอบชัดเจน เป็นจุดเล็กๆ แบนและมีระยะห่างกระจายเท่าๆ กัน มักเกิดบริเวณที่โดนแดดบ่อย เช่น ใบหน้า ลำคอ และแขน ตามข้อมูลจาก Cleveland Clinic กระสามารถเกิดขึ้นได้จากทั้งพันธุกรรมและการสัมผัสแสงแดด
- ฝ้า (Melasma) มีลักษณะเป็นปื้นๆ ไม่สม่ำเสมอ มีเม็ดสีผิดปกติ ขอบไม่ชัดเจน สีน้ำตาลเข้มกว่าสีผิวปกติ กระจายเป็นปื้น มีทั้งชนิดตื้นและชนิดลึก มีขนาดตั้งแต่เล็กไปจนถึงใหญ่ มักปรากฏบริเวณแก้มและหน้าผาก
- กระลึก (Nevus of Hori) คือ ความผิดปกติของเม็ดสีที่มีลักษณะเป็นจุดหรือแผ่นสีน้ำตาลไปจนถึงสีเทาอมฟ้า ขอบไม่ชัดเจน มีขนาดประมาณ 2-4 มิลลิเมตร อยู่ลึกลงไปในชั้นหนังแท้ (Dermis) กระลึกเกิดจากเม็ดสีเมลานินที่สะสมในชั้นผิวลึก ทำให้การรักษามีความท้าทาย The Signature Clinic มีบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหากระลึกโดยเฉพาะ
สาเหตุของการเกิดฝ้า กระ และกระลึก

แม้ฝ้า กระ และกระลึกจะมีลักษณะที่แตกต่างกัน แต่สาเหตุหลักมาจากการทำงานของเม็ดสีที่ผิดปกติ กระลึกเกิดจากการเพิ่มขึ้นของเม็ดสีเมลานินในชั้นผิวลึก ซึ่งมีปัจจัยกระตุ้นดังต่อไปนี้:
- รังสี UV จากแสงแดด – เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ร่างกายสร้างเม็ดสีเมลานินมากเกินปกติ ทำให้เกิดอนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มขึ้น
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน – โดยเฉพาะในผู้หญิงระหว่างตั้งครรภ์ การใช้ยาคุมกำเนิด หรือช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในร่างกาย
- พันธุกรรม – บางคนมีแนวโน้มที่จะเป็นกระหรือกระลึกตั้งแต่วัยเด็กเนื่องจากพันธุกรรม
- การแพ้เครื่องสำอาง – การแพ้ส่วนผสมในเครื่องสำอางสามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี
- การรับประทานยาบางชนิด – ยาบางประเภทสามารถทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น
- ความเครียด – สามารถทำให้ฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล ส่งผลต่อการสร้างเม็ดสีผิว
- แสงสีฟ้าจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ – มีงานวิจัยชี้ว่าแสงจากหน้าจออาจกระตุ้นให้เกิดจุดด่างดำได้
บริเวณที่เกิดฝ้า กระได้บ่อย
ฝ้าและกระมักเกิดขึ้นในบริเวณที่สัมผัสกับแสงแดดบ่อยๆ โดยเฉพาะพื้นที่ต่อไปนี้:
- บริเวณโหนกแก้ม
- บริเวณหน้าผาก
- บริเวณเหนือริมฝีปาก
- บริเวณคาง
- บริเวณสันจมูก
- บริเวณลำคอ
ประเภทของกระบนใบหน้า
กระที่เกิดขึ้นบนใบหน้ามีหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดมีลักษณะและวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน ดังนี้:
- กระตื้น – เป็นจุดสีน้ำตาลเล็กๆ อยู่ที่ผิวชั้นบน (หนังกำพร้า) มักขึ้นบริเวณที่แสงแดดตกกระทบได้ง่าย เช่น โหนกแก้มและจมูก พบบ่อยในคนผิวขาว เช่น คนยุโรป สามารถรักษาได้ด้วยยาทาหรือทรีทเมนต์
- กระลึก – มีลักษณะคล้ายกระตื้นแต่สีเข้มกว่า เป็นสีน้ำตาลเข้มหรือเทาดำ ขอบไม่ชัดเจน พบบ่อยในคนเอเชีย มักขึ้นบริเวณโหนกแก้ม ขมับ และจมูก เกิดจากความผิดปกติของเม็ดสีในชั้นผิวหนังชั้นลึก การรักษาอาจต้องใช้เลเซอร์ชนิดพิเศษ
- กระแดด – เป็นได้ทั้งแบบจุดและแบบปื้นสีน้ำตาล ขนาดไม่เกิน 1 เซนติเมตร ขอบชัดเจน เกิดจากการสัมผัสแดดโดยตรงเป็นเวลานาน พบบ่อยในผู้สูงวัยและคนที่ทำงานกลางแจ้ง
- กระเนื้อ – เป็นก้อนนูนสีเข้ม ขนาดไม่ใหญ่มาก มีผิวเรียบหรือขรุขระ เกิดจากผิวหนังชั้นหนังกำพร้าเจริญเติบโตผิดปกติ พบได้ทั้งใบหน้า คอ และลำตัว มักเพิ่มจำนวนตามอายุที่มากขึ้น สามารถรักษาได้ด้วยการจี้ ขูด หรือเลเซอร์
วิธีการรักษาฝ้า กระ กระลึก
การรักษาฝ้า กระ และกระลึกมีหลากหลายวิธี ซึ่งต้องเลือกให้เหมาะกับความรุนแรงและประเภทของปัญหาผิว ดังนี้:
1. การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
- ครีมลดฝ้า – ครีมที่มีส่วนผสมของสารออกฤทธิ์ เช่น ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone), กรดอาซาเลอิก (Azelaic Acid), หรือวิตามิน C ช่วยลดการผลิตเมลานิน
- กรด AHA/BHA – ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า ทำให้ผิวใหม่เผยออกมา
- ครีมกันแดด – ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF อย่างน้อย 30 และมี PA+++ ขึ้นไปเป็นประจำทุกวัน
สำหรับการรักษากระลึกนั้น แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไทอามิดอล (Thiamidol™) ซึ่งเป็นสารไบรท์เทนนิ่งประสิทธิภาพสูงที่ช่วยลดเลือนจุดด่างดำได้โดยตัดตอนการเกิดรอยดำถึงจุดกำเนิด
2. การรักษาด้วยการทำทรีทเมนต์
- การรักษาด้วยเลเซอร์ – ใช้เลเซอร์ชนิดต่างๆ ในการรักษาเม็ดสีเมลานินในผิว เทคโนโลยีเลเซอร์พิโคเซคันด์ เช่น PicoSure Pro เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีสำหรับการรักษากระลึก
- การผลัดเซลล์ผิวด้วยกรด (Chemical Peels) – ใช้กรดต่างๆ เช่น กรด Glycolic หรือ TCA ในการผลัดเซลล์ผิวที่หมองคล้ำ
- การบำบัดผิวด้วยความเย็น (Cryotherapy) – ใช้ไนโตรเจนเหลวพ่นลงบนผิวหนังเพื่อทำให้เซลล์เม็ดสีหยุดทำงาน
- การกรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี (Dermabrasion) – ขจัดเซลล์ผิวชั้นบนสุดเพื่อให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่
3. การดูแลสุขภาพผิวโดยรวม
- การดื่มน้ำมากๆ – ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและขับสารพิษออกจากร่างกาย
- ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว – อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน C, E และสารต้านอนุมูลอิสระ
- พักผ่อนให้เพียงพอ – ลดความเครียดและช่วยให้ผิวฟื้นฟูตัวเองได้ดีขึ้น
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายผิว – เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการอาบน้ำด้วยน้ำร้อนจัด
เลเซอร์กระลึก: ทางเลือกในการรักษา
การรักษากระลึกด้วยเลเซอร์เป็นวิธีการรักษาหนึ่งสำหรับกระลึกซึ่งอยู่ในชั้นผิวลึก ปัญหาฝ้าและกระลึกที่อยู่ชั้นลึกอาจพิจารณาใช้เลเซอร์ชนิดพิเศษที่สามารถเข้าถึงเม็ดสีเมลานินในชั้นหนังแท้ได้
ประเภทของเลเซอร์ที่ใช้รักษากระลึก
- เลเซอร์พิโคเซคันด์ – เทคโนโลยีที่ใช้ความยาวคลื่นสูงสุด 1,064 nm ทำให้เม็ดสีเมลานินแตกตัวได้อย่างรวดเร็วในระดับ 1 ต่อล้านล้านวินาที เป็นส่วนหนึ่งในการรักษากระลึก กระตื้น ฝ้าหลายชนิด อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ PicoSure Pro Laser
- เลเซอร์คิวสวิตช์ – เลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานในช่วงเวลาสั้นๆ ที่มีพลังงานสูง ช่วยลดเลือนจุดด่างดำและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
- เลเซอร์ฟแรคชันแนล CO2 – ใช้สำหรับการรักษาฝ้าที่มีลักษณะกระจายหรือฝ้าลึก ทำการผลัดเซลล์ผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
- IPL (Intense Pulsed Light) – ใช้แสงพัลส์ที่มีหลายความยาวคลื่น ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและลดจุดด่างดำจากฝ้าและกระได้
ข้อควรระวังและการเตรียมตัวก่อนทำเลเซอร์
- ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนเข้ารับการรักษา
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง 2 สัปดาห์ก่อนทำเลเซอร์
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด AHA, BHA หรือ Retinol 1 สัปดาห์ก่อนทำเลเซอร์
- แจ้งแพทย์หากมีประวัติการแพ้ยาหรือโรคประจำตัว
การดูแลตัวเองหลังทำเลเซอร์กระลึก
- หลีกเลี่ยงแสงแดด 1-2 สัปดาห์แรก และทาครีมกันแดด SPF 50 ขึ้นไปเสมอ
- ทายาและครีมบำรุงตามที่แพทย์สั่ง เน้นครีมเพื่อความชุ่มชื้น
- หลีกเลี่ยงการขัดหรือถูผิวแรงๆ ไม่กดหรือลอกแผล
- ไม่ใช้เครื่องสำอางหนักประมาณหนึ่งสัปดาห์ หรือจนกว่าสะเก็ดจะหลุด
- ปรึกษาแพทย์หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวม แดง หรือมีการอักเสบมากผิดปกติ
การป้องกันฝ้า กระ กระลึกเบื้องต้น
นอกจากการรักษา การป้องกันไม่ให้เกิดฝ้า กระ และกระลึกก็เป็นสิ่งสำคัญ ด้วยวิธีการดังนี้:
1. การหลีกเลี่ยงแสงแดด
แสงแดดเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้เกิดฝ้าและกระ ควรหลีกเลี่ยงการออกไปกลางแจ้งในช่วงที่แดดจัด (10.00-16.00 น.) หากจำเป็นต้องออกกลางแจ้ง ให้สวมหมวก กางร่ม หรือใส่เสื้อผ้าที่มีคุณสมบัติป้องกัน UV
2. การทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยน
เลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิวและทำความสะอาดได้อย่างดี ควรใช้เจลล้างหน้าที่มีส่วนผสมของ AHA Complex ช่วยผลัดเซลล์ผิวคล้ำเสียอย่างอ่อนโยน และมีสาร Lactic Acid + Glycolic Acid ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
3. การทาครีมกันแดดอย่างเป็นประจำ
ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF อย่างน้อย 30 และมี PA+++ ขึ้นไปทุกวัน แม้อยู่ในร่ม เพราะรังสี UV สามารถทะลุผ่านกระจกและผ้าม่านได้ และควรทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมงหากอยู่กลางแจ้ง
4. การใช้ครีมบำรุงผิวที่ช่วยลดฝ้า กระ
ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของสารไทอามิดอล (Thiamidol™) หรือสารที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน และมีสารต้านอนุมูลอิสระเช่น ลิโคชาลโคน เอ ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีเช่นเดียวกับวิตามินซีและไนอาซินาไมด์
“ปรับผิวให้เนียน ด้วย Picosure Pro เทคโนโลยีที่จะฟื้นสภาพผิวให้กลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง”
บริการรักษาฝ้า กระลึก ที่คลินิกเฉพาะทาง
คลินิกที่ดีควรให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ โดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านผิวหนัง ซึ่งจะช่วยประเมินปัญหาผิวและแนะนำวิธีการรักษาที่อาจเหมาะสมกับสภาพผิว The Signature Clinic เป็นหนึ่งในคลินิกที่มีความชำนาญการในการรักษาปัญหาผิวด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์อย่าง Picosure Pro ที่มุ่งเน้นการดูแลสภาพผิวของคุณให้ดีขึ้น
สรุป
ฝ้า กระ และกระลึกมีความแตกต่างทั้งด้านลักษณะ สาเหตุ และวิธีการรักษา การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้เลือกวิธีรักษาได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีปัญหาผิวอื่นๆ เช่น กระเนื้อ (seborrheic keratosis) ที่มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นกระหรือฝ้า
ปัจจุบันวิธีการรักษาที่ได้ผลดีสำหรับกระลึกคือการใช้เลเซอร์ชนิดพิเศษ ควบคู่กับการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสม หากมีปัญหาเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อวางแผนการรักษา
คำถามที่พบบ่อย
ฝ้า กระ ต่างกันอย่างไร?
ฝ้าและกระเป็นปัญหาผิวที่มีความแตกต่างกันชัดเจน ฝ้ามีลักษณะเป็นปื้นสีน้ำตาลขนาดใหญ่ ขอบไม่ชัดเจน เกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีทำงานผิดปกติ มักพบบริเวณแก้มและหน้าผาก และมักได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมน
ในขณะที่กระเป็นจุดสีน้ำตาลเล็กๆ กลมๆ มีขอบชัดเจน เกิดจากการสะสมของเม็ดสีเมลานินในชั้นผิวบน มักกระจายเป็นจุดๆ ในบริเวณที่โดนแดดเป็นประจำ เช่น โหนกแก้ม สันจมูก และแขน
เนื่องจากฝ้าและกระมีสาเหตุและลักษณะที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องใช้วิธีการรักษาที่แตกต่างกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี
ฝ้าลึก รักษาอย่างไร?
- ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี – วิตามินซีเป็นสารกลุ่ม whitening ที่ช่วยลดเลือนฝ้าและจุดด่างดำ โดยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนสซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างเมลานิน
- สารประเภท Azelaic acid และ Kojic acid – ช่วยลดเม็ดสีผิดปกติและทำให้ฝ้าบนใบหน้าจางลง มีข้อดีคือไม่ค่อยก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบาง
- การรักษาด้วยเลเซอร์ – เป็นทางเลือกสำหรับฝ้าลึกที่รักษาด้วยครีมทาภายนอกแล้วไม่ได้ผล โดยเลเซอร์จะช่วยสลายเม็ดสีเมลานินในชั้นผิวลึก
- การป้องกันแสงแดด – ทาครีมกันแดด SPF 30-50 ทุกวัน แม้อยู่ในร่ม เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ้าเข้มขึ้น
กระลึก เกิดจากอะไร?
กระลึกเป็นความผิดปกติของเม็ดสีที่มีลักษณะคล้ายกับกระตื้นแต่มีสีเข้มกว่า หรือมีสีค่อนไปทางเทาดำ เป็นได้ทั้งแบบจุดหรือแผ่น โดยมีขอบไม่ชัดเจน พบได้บ่อยในคนเอเชีย โดยเฉพาะบริเวณโหนกแก้ม ขมับ และจมูก
กระลึกเกิดจากความผิดปกติของเม็ดสีในชั้นผิวหนังชั้นลึก (ชั้นหนังแท้หรือ Dermis) ซึ่งแตกต่างจากกระตื้นที่เกิดในชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) ความผิดปกตินี้อาจมีสีเข้มขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย หรือเมื่อถูกกระตุ้นด้วยแสงแดด
นอกจากนี้ ปัจจัยทางพันธุกรรมก็มีส่วนสำคัญในการเกิดกระลึก และมักพบได้มากในช่วงอายุ 30-40 ปีขึ้นไป
กระที่แขนเกิดจากอะไร?
กระที่เกิดบริเวณแขนโดยทั่วไปเป็น “กระแดด” ซึ่งเกิดจากการสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานาน โดยรังสี UV จะกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังผลิตเม็ดสีเมลานินมากขึ้นเพื่อปกป้องผิว ทำให้เกิดเป็นจุดสีน้ำตาลกระจายบนผิวหนัง
กระที่แขนพบได้บ่อยในคนที่มีกิจกรรมกลางแจ้งเป็นประจำ หรือผู้ที่มีผิวขาวและบอบบางต่อแสงแดด นอกจากแขนแล้ว กระแดดยังมักพบได้ที่ใบหน้า คอ และหลังมือ ซึ่งเป็นบริเวณที่สัมผัสกับแสงแดดโดยตรง
การป้องกันกระที่แขนทำได้โดยการทาครีมกันแดด สวมเสื้อแขนยาว หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารกระจายแสง เช่น ไทเทเนียมไดออกไซด์ (Titanium Dioxide) หรือซิงค์ออกไซด์ (Zinc Oxide)


