ฝ้า กระลึก: สาเหตุ มีวิธีรักษาและแนวทางการดูแลอย่างไรบ้าง?

สารบัญ

ฝ้า กระ และกระลึกเป็นปัญหาผิวพรรณที่พบได้บ่อยในหลายคน โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีแสงแดดจัด การทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษาจุดด่างดำประเภทต่างๆ ได้ที่ The Signature Clinic ปัญหาฝ้า กระ และกระลึกเป็นหนึ่งในปัญหาผิวหน้าที่สร้างความกังวลให้คนไทยจำนวนมาก สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ มีรอยปื้น และจุดสีเข้มปรากฏบนใบหน้าอย่างชัดเจน ทำให้หลายคนขาดความมั่นใจ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่ากระลึกเกิดจากอะไร ความแตกต่างระหว่างฝ้า กระ และกระลึก รวมถึงวิธีการรักษาและป้องกันที่ถูกต้อง

สรุป ฝ้า กระลึก: สาเหตุ วิธีรักษาและแนวทางการดูแล | กระลึกรักษาได้หรือไม่?

  • ฝ้า กระ และกระลึกเป็นปัญหาผิวพรรณที่พบบ่อยในประเทศไทยที่มีแสงแดดจัด ทำให้หลายคนขาดความมั่นใจจากสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ มีรอยปื้น และจุดสีเข้มบนใบหน้า
  • กระและกระลึก (Freckles) – จุดหรือรอยด่างดำบนใบหน้า ลักษณะกลมๆ ฝ้า (Melasma) – ปื้นสีน้ำตาลเข้มกว่าสีผิวปกติ  กระลึก (Nevus of Hori) – จุดหรือแผ่นสีน้ำตาลถึงสีเทาอมฟ้า อยู่ในชั้นหนังแท้
  • สาเหตุของการเกิดฝ้า กระ และกระลึก คือ รังสี UV จากแสงแดด – การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน – พันธุกรรม – การแพ้เครื่องสำอาง – การรับประทานยาบางชนิด – ความเครียด – แสงสีฟ้าจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • บริเวณที่เกิดฝ้า กระได้บ่อย มีบริเวณโหนกแก้ม บริเวณหน้าผาก บริเวณเหนือริมฝีปาก บริเวณคาง บริเวณสันจมูก บริเวณลำคอ
  • ประเภทของกระบนใบหน้า 1.กระตื้น 2.กระลึก 3.กระแดดกระเนื้อ 
  • วิธีการรักษาฝ้า กระ กระลึก 1. การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว 2. การรักษาด้วยการทำทรีทเมนต์ 3. การดูแลสุขภาพผิวโดยรวม
  • การรักษากระลึกด้วยเลเซอร์เป็นวิธีการรักษาหนึ่งสำหรับกระลึกซึ่งอยู่ในชั้นผิวลึก ปัญหาฝ้าและกระลึกที่อยู่ชั้นลึกอาจพิจารณาใช้เลเซอร์ชนิดพิเศษที่สามารถเข้าถึงเม็ดสีเมลานินในชั้นหนังแท้ได้
  • การป้องกันฝ้า กระ กระลึกเบื้องต้น 1. การหลีกเลี่ยงแสงแดด 2. การทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยน 3. การทาครีมกันแดดอย่างเป็นประจำ 4. การใช้ครีมบำรุงผิวที่ช่วยลดฝ้า กระ
  • The Signature Clinic เป็นคลินิกที่ให้บริการรักษาผิวด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ ที่จะช่วยดูแลสภาพผิวของคุณ ให้มีสภาพที่ดีขึ้น
  • ปัจจุบันวิธีการรักษากระลึกที่อาจพิจารณาคือการใช้เลเซอร์ชนิดพิเศษ ควบคู่กับการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสม หากมีปัญหาเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อวางแผนการรักษา

 

“รักษาฝ้า กระลึก ด้วยวิธีไหนให้ได้ผลดี”

 

ฝ้าและกระลึกคืออะไร มีลักษณะอย่างไร?

หลายคนเข้าใจผิดว่าฝ้าและกระเป็นปัญหาเดียวกัน แต่ความจริงแล้วทั้งสองปัญหานี้มีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน:

  • กระและกระลึก (Freckles) คือ จุดหรือรอยด่างดำที่เกิดขึ้นบนใบหน้า มีลักษณะกลมๆ สีน้ำตาลขนาดเล็ก ขอบชัดเจน เป็นจุดเล็กๆ แบนและมีระยะห่างกระจายเท่าๆ กัน มักเกิดบริเวณที่โดนแดดบ่อย เช่น ใบหน้า ลำคอ และแขน ตามข้อมูลจาก Cleveland Clinic กระสามารถเกิดขึ้นได้จากทั้งพันธุกรรมและการสัมผัสแสงแดด
  • ฝ้า (Melasma) มีลักษณะเป็นปื้นๆ ไม่สม่ำเสมอ มีเม็ดสีผิดปกติ ขอบไม่ชัดเจน สีน้ำตาลเข้มกว่าสีผิวปกติ กระจายเป็นปื้น มีทั้งชนิดตื้นและชนิดลึก มีขนาดตั้งแต่เล็กไปจนถึงใหญ่ มักปรากฏบริเวณแก้มและหน้าผาก
  • กระลึก (Nevus of Hori) คือ ความผิดปกติของเม็ดสีที่มีลักษณะเป็นจุดหรือแผ่นสีน้ำตาลไปจนถึงสีเทาอมฟ้า ขอบไม่ชัดเจน มีขนาดประมาณ 2-4 มิลลิเมตร อยู่ลึกลงไปในชั้นหนังแท้ (Dermis) กระลึกเกิดจากเม็ดสีเมลานินที่สะสมในชั้นผิวลึก ทำให้การรักษามีความท้าทาย The Signature Clinic มีบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหากระลึกโดยเฉพาะ

สาเหตุของการเกิดฝ้า กระ และกระลึก

แม้ฝ้า กระ และกระลึกจะมีลักษณะที่แตกต่างกัน แต่สาเหตุหลักมาจากการทำงานของเม็ดสีที่ผิดปกติ กระลึกเกิดจากการเพิ่มขึ้นของเม็ดสีเมลานินในชั้นผิวลึก ซึ่งมีปัจจัยกระตุ้นดังต่อไปนี้:

  1. รังสี UV จากแสงแดด – เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ร่างกายสร้างเม็ดสีเมลานินมากเกินปกติ ทำให้เกิดอนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มขึ้น
  2. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน – โดยเฉพาะในผู้หญิงระหว่างตั้งครรภ์ การใช้ยาคุมกำเนิด หรือช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในร่างกาย
  3. พันธุกรรม – บางคนมีแนวโน้มที่จะเป็นกระหรือกระลึกตั้งแต่วัยเด็กเนื่องจากพันธุกรรม
  4. การแพ้เครื่องสำอาง – การแพ้ส่วนผสมในเครื่องสำอางสามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี
  5. การรับประทานยาบางชนิด – ยาบางประเภทสามารถทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น
  6. ความเครียด – สามารถทำให้ฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล ส่งผลต่อการสร้างเม็ดสีผิว
  7. แสงสีฟ้าจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ – มีงานวิจัยชี้ว่าแสงจากหน้าจออาจกระตุ้นให้เกิดจุดด่างดำได้

บริเวณที่เกิดฝ้า กระได้บ่อย

ฝ้าและกระมักเกิดขึ้นในบริเวณที่สัมผัสกับแสงแดดบ่อยๆ โดยเฉพาะพื้นที่ต่อไปนี้:

  • บริเวณโหนกแก้ม
  • บริเวณหน้าผาก
  • บริเวณเหนือริมฝีปาก
  • บริเวณคาง
  • บริเวณสันจมูก
  • บริเวณลำคอ

ประเภทของกระบนใบหน้า

กระที่เกิดขึ้นบนใบหน้ามีหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดมีลักษณะและวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน ดังนี้:

  1. กระตื้น – เป็นจุดสีน้ำตาลเล็กๆ อยู่ที่ผิวชั้นบน (หนังกำพร้า) มักขึ้นบริเวณที่แสงแดดตกกระทบได้ง่าย เช่น โหนกแก้มและจมูก พบบ่อยในคนผิวขาว เช่น คนยุโรป สามารถรักษาได้ด้วยยาทาหรือทรีทเมนต์
  2. กระลึก – มีลักษณะคล้ายกระตื้นแต่สีเข้มกว่า เป็นสีน้ำตาลเข้มหรือเทาดำ ขอบไม่ชัดเจน พบบ่อยในคนเอเชีย มักขึ้นบริเวณโหนกแก้ม ขมับ และจมูก เกิดจากความผิดปกติของเม็ดสีในชั้นผิวหนังชั้นลึก การรักษาอาจต้องใช้เลเซอร์ชนิดพิเศษ
  3. กระแดด – เป็นได้ทั้งแบบจุดและแบบปื้นสีน้ำตาล ขนาดไม่เกิน 1 เซนติเมตร ขอบชัดเจน เกิดจากการสัมผัสแดดโดยตรงเป็นเวลานาน พบบ่อยในผู้สูงวัยและคนที่ทำงานกลางแจ้ง
  4. กระเนื้อ – เป็นก้อนนูนสีเข้ม ขนาดไม่ใหญ่มาก มีผิวเรียบหรือขรุขระ เกิดจากผิวหนังชั้นหนังกำพร้าเจริญเติบโตผิดปกติ พบได้ทั้งใบหน้า คอ และลำตัว มักเพิ่มจำนวนตามอายุที่มากขึ้น สามารถรักษาได้ด้วยการจี้ ขูด หรือเลเซอร์

วิธีการรักษาฝ้า กระ กระลึก

การรักษาฝ้า กระ และกระลึกมีหลากหลายวิธี ซึ่งต้องเลือกให้เหมาะกับความรุนแรงและประเภทของปัญหาผิว ดังนี้:

1. การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

  • ครีมลดฝ้า – ครีมที่มีส่วนผสมของสารออกฤทธิ์ เช่น ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone), กรดอาซาเลอิก (Azelaic Acid), หรือวิตามิน C ช่วยลดการผลิตเมลานิน
  • กรด AHA/BHA – ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า ทำให้ผิวใหม่เผยออกมา
  • ครีมกันแดด – ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF อย่างน้อย 30 และมี PA+++ ขึ้นไปเป็นประจำทุกวัน

สำหรับการรักษากระลึกนั้น แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไทอามิดอล (Thiamidol™) ซึ่งเป็นสารไบรท์เทนนิ่งประสิทธิภาพสูงที่ช่วยลดเลือนจุดด่างดำได้โดยตัดตอนการเกิดรอยดำถึงจุดกำเนิด

2. การรักษาด้วยการทำทรีทเมนต์

  • การรักษาด้วยเลเซอร์ – ใช้เลเซอร์ชนิดต่างๆ ในการรักษาเม็ดสีเมลานินในผิว เทคโนโลยีเลเซอร์พิโคเซคันด์ เช่น PicoSure Pro เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีสำหรับการรักษากระลึก
  • การผลัดเซลล์ผิวด้วยกรด (Chemical Peels) – ใช้กรดต่างๆ เช่น กรด Glycolic หรือ TCA ในการผลัดเซลล์ผิวที่หมองคล้ำ
  • การบำบัดผิวด้วยความเย็น (Cryotherapy) – ใช้ไนโตรเจนเหลวพ่นลงบนผิวหนังเพื่อทำให้เซลล์เม็ดสีหยุดทำงาน
  • การกรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี (Dermabrasion) – ขจัดเซลล์ผิวชั้นบนสุดเพื่อให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่

3. การดูแลสุขภาพผิวโดยรวม

  • การดื่มน้ำมากๆ – ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและขับสารพิษออกจากร่างกาย
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว – อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน C, E และสารต้านอนุมูลอิสระ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ – ลดความเครียดและช่วยให้ผิวฟื้นฟูตัวเองได้ดีขึ้น
  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายผิว – เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการอาบน้ำด้วยน้ำร้อนจัด

เลเซอร์กระลึก: ทางเลือกในการรักษา

การรักษากระลึกด้วยเลเซอร์เป็นวิธีการรักษาหนึ่งสำหรับกระลึกซึ่งอยู่ในชั้นผิวลึก ปัญหาฝ้าและกระลึกที่อยู่ชั้นลึกอาจพิจารณาใช้เลเซอร์ชนิดพิเศษที่สามารถเข้าถึงเม็ดสีเมลานินในชั้นหนังแท้ได้

ประเภทของเลเซอร์ที่ใช้รักษากระลึก

  1. เลเซอร์พิโคเซคันด์ – เทคโนโลยีที่ใช้ความยาวคลื่นสูงสุด 1,064 nm ทำให้เม็ดสีเมลานินแตกตัวได้อย่างรวดเร็วในระดับ 1 ต่อล้านล้านวินาที เป็นส่วนหนึ่งในการรักษากระลึก กระตื้น ฝ้าหลายชนิด อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ PicoSure Pro Laser
  2. เลเซอร์คิวสวิตช์ – เลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานในช่วงเวลาสั้นๆ ที่มีพลังงานสูง ช่วยลดเลือนจุดด่างดำและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
  3. เลเซอร์ฟแรคชันแนล CO2 – ใช้สำหรับการรักษาฝ้าที่มีลักษณะกระจายหรือฝ้าลึก ทำการผลัดเซลล์ผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
  4. IPL (Intense Pulsed Light) – ใช้แสงพัลส์ที่มีหลายความยาวคลื่น ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและลดจุดด่างดำจากฝ้าและกระได้

ข้อควรระวังและการเตรียมตัวก่อนทำเลเซอร์

  • ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนเข้ารับการรักษา
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง 2 สัปดาห์ก่อนทำเลเซอร์
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด AHA, BHA หรือ Retinol 1 สัปดาห์ก่อนทำเลเซอร์
  • แจ้งแพทย์หากมีประวัติการแพ้ยาหรือโรคประจำตัว

การดูแลตัวเองหลังทำเลเซอร์กระลึก

  • หลีกเลี่ยงแสงแดด 1-2 สัปดาห์แรก และทาครีมกันแดด SPF 50 ขึ้นไปเสมอ
  • ทายาและครีมบำรุงตามที่แพทย์สั่ง เน้นครีมเพื่อความชุ่มชื้น
  • หลีกเลี่ยงการขัดหรือถูผิวแรงๆ ไม่กดหรือลอกแผล
  • ไม่ใช้เครื่องสำอางหนักประมาณหนึ่งสัปดาห์ หรือจนกว่าสะเก็ดจะหลุด
  • ปรึกษาแพทย์หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวม แดง หรือมีการอักเสบมากผิดปกติ

การป้องกันฝ้า กระ กระลึกเบื้องต้น

นอกจากการรักษา การป้องกันไม่ให้เกิดฝ้า กระ และกระลึกก็เป็นสิ่งสำคัญ ด้วยวิธีการดังนี้:

1. การหลีกเลี่ยงแสงแดด

แสงแดดเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้เกิดฝ้าและกระ ควรหลีกเลี่ยงการออกไปกลางแจ้งในช่วงที่แดดจัด (10.00-16.00 น.) หากจำเป็นต้องออกกลางแจ้ง ให้สวมหมวก กางร่ม หรือใส่เสื้อผ้าที่มีคุณสมบัติป้องกัน UV

2. การทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยน

เลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิวและทำความสะอาดได้อย่างดี ควรใช้เจลล้างหน้าที่มีส่วนผสมของ AHA Complex ช่วยผลัดเซลล์ผิวคล้ำเสียอย่างอ่อนโยน และมีสาร Lactic Acid + Glycolic Acid ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว

3. การทาครีมกันแดดอย่างเป็นประจำ

ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF อย่างน้อย 30 และมี PA+++ ขึ้นไปทุกวัน แม้อยู่ในร่ม เพราะรังสี UV สามารถทะลุผ่านกระจกและผ้าม่านได้ และควรทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมงหากอยู่กลางแจ้ง

4. การใช้ครีมบำรุงผิวที่ช่วยลดฝ้า กระ

ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของสารไทอามิดอล (Thiamidol™) หรือสารที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน และมีสารต้านอนุมูลอิสระเช่น ลิโคชาลโคน เอ ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีเช่นเดียวกับวิตามินซีและไนอาซินาไมด์

 

“ปรับผิวให้เนียน ด้วย Picosure Pro เทคโนโลยีที่จะฟื้นสภาพผิวให้กลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง”

 

บริการรักษาฝ้า กระลึก ที่คลินิกเฉพาะทาง

คลินิกที่ดีควรให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ โดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านผิวหนัง ซึ่งจะช่วยประเมินปัญหาผิวและแนะนำวิธีการรักษาที่อาจเหมาะสมกับสภาพผิว The Signature Clinic เป็นหนึ่งในคลินิกที่มีความชำนาญการในการรักษาปัญหาผิวด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์อย่าง Picosure Pro ที่มุ่งเน้นการดูแลสภาพผิวของคุณให้ดีขึ้น

สรุป

ฝ้า กระ และกระลึกมีความแตกต่างทั้งด้านลักษณะ สาเหตุ และวิธีการรักษา การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้เลือกวิธีรักษาได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีปัญหาผิวอื่นๆ เช่น กระเนื้อ (seborrheic keratosis) ที่มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นกระหรือฝ้า

ปัจจุบันวิธีการรักษาที่ได้ผลดีสำหรับกระลึกคือการใช้เลเซอร์ชนิดพิเศษ ควบคู่กับการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสม หากมีปัญหาเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อวางแผนการรักษา

คำถามที่พบบ่อย

ฝ้า กระ ต่างกันอย่างไร?

ฝ้าและกระเป็นปัญหาผิวที่มีความแตกต่างกันชัดเจน ฝ้ามีลักษณะเป็นปื้นสีน้ำตาลขนาดใหญ่ ขอบไม่ชัดเจน เกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีทำงานผิดปกติ มักพบบริเวณแก้มและหน้าผาก และมักได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมน

ในขณะที่กระเป็นจุดสีน้ำตาลเล็กๆ กลมๆ มีขอบชัดเจน เกิดจากการสะสมของเม็ดสีเมลานินในชั้นผิวบน มักกระจายเป็นจุดๆ ในบริเวณที่โดนแดดเป็นประจำ เช่น โหนกแก้ม สันจมูก และแขน

เนื่องจากฝ้าและกระมีสาเหตุและลักษณะที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องใช้วิธีการรักษาที่แตกต่างกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

ฝ้าลึก รักษาอย่างไร?

  • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี – วิตามินซีเป็นสารกลุ่ม whitening ที่ช่วยลดเลือนฝ้าและจุดด่างดำ โดยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนสซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างเมลานิน
  • สารประเภท Azelaic acid และ Kojic acid – ช่วยลดเม็ดสีผิดปกติและทำให้ฝ้าบนใบหน้าจางลง มีข้อดีคือไม่ค่อยก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบาง
  • การรักษาด้วยเลเซอร์ – เป็นทางเลือกสำหรับฝ้าลึกที่รักษาด้วยครีมทาภายนอกแล้วไม่ได้ผล โดยเลเซอร์จะช่วยสลายเม็ดสีเมลานินในชั้นผิวลึก
  • การป้องกันแสงแดด – ทาครีมกันแดด SPF 30-50 ทุกวัน แม้อยู่ในร่ม เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ้าเข้มขึ้น

กระลึก เกิดจากอะไร?

กระลึกเป็นความผิดปกติของเม็ดสีที่มีลักษณะคล้ายกับกระตื้นแต่มีสีเข้มกว่า หรือมีสีค่อนไปทางเทาดำ เป็นได้ทั้งแบบจุดหรือแผ่น โดยมีขอบไม่ชัดเจน พบได้บ่อยในคนเอเชีย โดยเฉพาะบริเวณโหนกแก้ม ขมับ และจมูก

กระลึกเกิดจากความผิดปกติของเม็ดสีในชั้นผิวหนังชั้นลึก (ชั้นหนังแท้หรือ Dermis) ซึ่งแตกต่างจากกระตื้นที่เกิดในชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) ความผิดปกตินี้อาจมีสีเข้มขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย หรือเมื่อถูกกระตุ้นด้วยแสงแดด

นอกจากนี้ ปัจจัยทางพันธุกรรมก็มีส่วนสำคัญในการเกิดกระลึก และมักพบได้มากในช่วงอายุ 30-40 ปีขึ้นไป

กระที่แขนเกิดจากอะไร?

กระที่เกิดบริเวณแขนโดยทั่วไปเป็น “กระแดด” ซึ่งเกิดจากการสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานาน โดยรังสี UV จะกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังผลิตเม็ดสีเมลานินมากขึ้นเพื่อปกป้องผิว ทำให้เกิดเป็นจุดสีน้ำตาลกระจายบนผิวหนัง

กระที่แขนพบได้บ่อยในคนที่มีกิจกรรมกลางแจ้งเป็นประจำ หรือผู้ที่มีผิวขาวและบอบบางต่อแสงแดด นอกจากแขนแล้ว กระแดดยังมักพบได้ที่ใบหน้า คอ และหลังมือ ซึ่งเป็นบริเวณที่สัมผัสกับแสงแดดโดยตรง

การป้องกันกระที่แขนทำได้โดยการทาครีมกันแดด สวมเสื้อแขนยาว หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารกระจายแสง เช่น ไทเทเนียมไดออกไซด์ (Titanium Dioxide) หรือซิงค์ออกไซด์ (Zinc Oxide)

บทความที่คล้ายกัน

เลเซอร์ลบรอยดำ ทางลัดผิวใสที่ปลอดภัย หรือแค่กระแส? เจาะลึกทุกข้อเท็จจริง

ไขข้อข้องใจ เลเซอร์ลบรอยดำ ช่วยกู้ผิวใสได้จริงไหม? เจาะลึกเทคโนโลยี Pico Laser และวิธีเลือกคลินิกให้ปลอดภัย เห็นผลไว ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น

รักษาหลุมสิว: คู่มือฉบับสมบูรณ์ เลือกวิธีไหนให้จบปัญหาผิวไม่เรียบเนียน

กำลังกังวลเรื่องรักษาหลุมสิว? ค้นพบคำตอบเรื่องความเจ็บ ค่าใช้จ่าย และผลลัพธ์ที่ได้จริง พร้อมวิธีดูแลผิวให้กลับมาเรียบเนียน ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนเริ่มรักษา

สิวอุดตันไม่มีหัว: สาเหตุ วิธีรักษา และการป้องกันที่ถูกต้อง

สิวอุดตันไม่มีหัว เป็นตุ่มนูนแดง เจ็บแต่บีบไม่ออก เกิดจากอะไร? พบคำตอบพร้อมวิธีรักษาสิวอักเสบไม่มีหัว ทั้งการดูแลด้วยตัวเองและเทคโนโลยีทางการแพทย์ อ่านเลย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save