กำลังลังเลใช่ไหมว่าจะเลือกโปรแกรมยกกระชับหน้าตัวไหนดี? โดยเฉพาะเมื่อตัวเลือกที่คล้ายกันอย่าง XERF กับ ThermageFLX ต่างก็เป็นที่พูดถึง คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ “มันต่างกันยังไง?” แม้ทั้งสองจะเป็นเทคโนโลยีกลุ่มเดียวกัน แต่ก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน บทความนี้จะมา เปรียบเทียบ XERF Thermage ให้ชัดเจนในทุกมิติ ตั้งแต่หลักการทำงาน, ความรู้สึกขณะทำ (Thermage FLX เจ็บไหม? XERF ดีไหม?), ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้, ไปจนถึง XERF Laser ราคา โดยประมาณ เพื่อช่วยให้คุณมีข้อมูลในการตัดสินใจได้ว่า ยกกระชับหน้าตัวไหนดี ที่เหมาะกับปัญหาผิวและความกังวลของคุณมากที่สุด
สรุปศึก! Monopolar RF: XERF vs Thermage FLX
- เทคโนโลยีเหมือน แต่รายละเอียดต่าง: ทั้ง XERF และ Thermage FLX เป็นเทคโนโลยี Monopolar RF (คลื่นวิทยุ) ที่ใช้ความร้อนกระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน
- ความแตกต่างหลัก:
- XERF: เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ คลื่น 2 ความถี่ (Dual-Frequency) (6.78 MHz + 2.0 MHz) ทำให้พลังงานลงได้หลายระดับความลึก
- Thermage FLX: เป็นเทคโนโลยีคลาสสิกที่ใช้ คลื่นความถี่เดียว (Single-Frequency) (6.78 MHz)
- ความรู้สึกขณะทำ (จุดตัดสินใจสำคัญ):
- XERF: โดดเด่นเรื่อง ความสบายผิว (เจ็บน้อยมาก, ระดับ 1-3/10) ให้ความรู้สึกอุ่นสบายคล้ายการนวดด้วยหินร้อน ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา
- Thermage FLX: ให้ความรู้สึก ร้อนลึกเป็นจังหวะ (ระดับ 3-5/10) อาจรู้สึกเจ็บแปลบๆ แต่มีระบบสั่นช่วยเบี่ยงเบนความรู้สึก อาจมีการใช้ยาชา
- จุดเด่นเฉพาะทาง:
- XERF: เหมาะสำหรับผู้ที่ กังวลเรื่องความเจ็บ หรือต้องการเน้นการกระชับผิวบริเวณ กรอบหน้าและแนวกราม
- Thermage FLX: เป็นเทคโนโลยีเดียวที่มี หัวยิงสำหรับรอบดวงตา (Eye Tip) ที่ได้รับการรับรอง จึงโดดเด่นมากสำหรับผู้ที่มีปัญหา ความหย่อนคล้อยบริเวณเปลือกตา
ทำความรู้จักเทคโนโลยียกกระชับ Monopolar RF
ก่อนจะลงลึกในรายละเอียดของแต่ละเครื่อง เราควรเข้าใจพื้นฐานที่เหมือนกันก่อน ทั้ง โปรแกรม XERF และ Thermage FLX ต่างก็เป็นเทคโนโลยีในกลุ่ม Monopolar RF หรือคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว หลักการทำงานคือการส่งพลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุลงไปในชั้นผิวที่ลึก (ชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง) ความร้อนที่เกิดขึ้นนี้จะเข้าไปกระตุ้นคอลลาเจนเดิมให้เกิดการหดตัว และที่สำคัญคือกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในระยะยาว (สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการของ Radiofrequency Skin Tightening จากสถาบันการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ) ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวที่ดูแน่นขึ้น, มีความกระชับมากขึ้น, และริ้วรอยเล็กๆ ดูลดลง โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด
XERF คืออะไร?

โปรแกรม XERF คืออะไร? XERF คือเทคโนโลยียกกระชับผิวในกลุ่ม Monopolar RF ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ โดยมีความโดดเด่นคือการใช้ระบบ Dual-Frequency หรือการปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุ 2 ระดับความถี่ (6.78 MHz และ 2 MHz) สลับกัน การที่ XERF สามารถปล่อยพลังงาน 2 ความถี่ได้พร้อมกัน ทำให้พลังงานความร้อนสามารถลงไปได้หลายระดับความลึก ตั้งแต่ชั้นหนังแท้ส่วนบน, ชั้นกลาง, ไปจนถึงชั้นไขมันใต้ผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและจัดระเบียบโครงสร้างผิวได้อย่างครอบคลุม นอกจากนี้ยังมีระบบทำความเย็น (ICD Cooling) ที่ทำงานตลอดเวลา ช่วยปกป้องผิวชั้นบน ทำให้ระหว่างทำรู้สึกอุ่นสบายผิว และเจ็บน้อยมาก
Thermage FLX คืออะไร?

Thermage FLX คือเครื่องมือยกกระชับผิวที่ใช้เทคโนโลยี Monopolar RF (คลื่นวิทยุความถี่สูง 6.78 MHz) ซึ่งเป็นที่รู้จักและมีการใช้งานมาอย่างยาวนานในวงการแพทย์ความงาม โดยพลังงานจะลงไปได้ลึกถึงชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง พลังงานความร้อนจาก Thermage FLX จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ และทำให้คอลลาเจนเดิมที่หย่อนคล้อยเกิดการหดตัวและกระชับมากขึ้น สำหรับรุ่น FLX ที่เป็นรุ่นล่าสุด จะมีระบบสั่นที่หัวยิง ซึ่งช่วยเบี่ยงเบนความรู้สึกระหว่างทำ ทำให้รู้สึกสบายผิวมากขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า และยังสามารถทำการรักษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ตารางสรุปเปรียบเทียบ XERF และ Thermage FLX
การ เปรียบเทียบ XERF vs Thermage จะเห็นภาพชัดขึ้น เมื่อดูข้อมูลในตารางนี้ ซึ่งสรุปความแตกต่างที่สำคัญไว้ให้แล้ว
| คุณสมบัติ | โปรแกรม XERF | โปรแกรม Thermage FLX |
| เทคโนโลยีคลื่น | Monopolar RF แบบ Dual-Frequency (6.78 MHz และ 2.0 MHz) | Monopolar RF แบบ Single-Frequency (6.78 MHz) |
| ระดับความลึก | หลายระดับความลึก (Dermis ถึงชั้น SMAS) | ชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันส่วนบน |
| ความรู้สึกขณะทำ | รู้สึกอุ่นสบายผิว, เจ็บน้อยมาก (เฉลี่ย 1-3/10) | รู้สึกร้อนลึกเป็นจังหวะ, มีระบบสั่นช่วย (เฉลี่ย 3-5/10) |
| ระบบลดความรู้สึก | ICD Cooling (ระบบทำความเย็นต่อเนื่อง) | ระบบสั่น (Vibration) และปล่อยความเย็นสลับ |
| การใช้ยาชา | โดยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา | อาจมีการใช้ยาชาเพื่อเพิ่มความสบายผิว |
| จุดเด่นเฉพาะ | เน้นกรอบหน้า, แนวกราม, และความสบายผิว | มีหัวยิงสำหรับรอบดวงตา (Eye Tip) โดยเฉพาะ |
| หัวยิง (Tip) | มีขนาดใหญ่, สามารถแบ่งการรักษาได้ | หมดอายุภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเปิดใช้ (ต้องใช้ให้หมดในครั้งเดียว) |
ที่ The Signature Clinic เรามีทีมแพทย์ที่มีความชำนาญในการประเมินและเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับคุณ
วิธีเลือกให้เหมาะกับปัญหาผิวของคุณ
การเลือกระหว่าง XERF vs Thermage ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว, บริเวณที่กังวล, และความคาดหวังของคุณ ไม่มีเทคโนโลยีใดดีกว่ากันอย่างสมบูรณ์ แต่มีความเหมาะสมที่แตกต่างกัน
คุณอาจเหมาะกับโปรแกรม XERF หาก:
- คุณมีความกังวลหรือทนต่อความรู้สึกเจ็บได้น้อย และมองหาการรักษาที่รู้สึกสบายผิว
- คุณต้องการเน้นการยกกระชับบริเวณกรอบหน้า, แนวกราม, หรือเหนียง ที่มีความหย่อนคล้อยระดับปานกลาง
- คุณมองหาเทคโนโลยีใหม่ที่สามารถส่งพลังงานได้หลายระดับความลึก
- คุณต้องการทางเลือกที่อาจเข้าถึงได้ง่ายกว่าในแง่ของราคา และสามารถแบ่งการรักษาได้
คุณอาจเหมาะกับโปรแกรม Thermage FLX หาก:
- คุณต้องการแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณ เปลือกตา หรือรอบดวงตา โดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่มีหัวยิงสำหรับดวงตา (Eye Tip) ที่ได้รับการรับรอง
- คุณเชื่อมั่นในเทคโนโลยีที่เป็นที่รู้จักและมีประวัติการใช้งานมายาวนาน
- คุณสามารถทนต่อความรู้สึกร้อนลึกระหว่างทำได้ในระดับหนึ่ง
- ทั้งสองเทคโนโลยีนี้สามารถช่วยดูแล ปัญหาริ้วรอยและความหย่อนคล้อย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเลือกใช้ได้ถูกต้อง
ข้อควรพิจารณาและผู้ที่ไม่เหมาะกับการรักษา
แม้ว่าทั้งสองเทคโนโลยีจะเป็นหัตถการที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่ก็มีข้อควรพิจารณาและข้อห้ามสำหรับบุคคลบางกลุ่ม เพื่อความปลอดภัยในการรับบริการ ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดหากคุณอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์
- ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรือเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า
- ผู้ที่มีสิ่งปลูกถ่ายที่เป็นโลหะ (เช่น ไหมทองคำ) ในบริเวณที่จะทำการรักษา
- ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนัง, เป็นสิวอักเสบรุนแรง, หรือมีแผลเปิดในบริเวณที่ทำการรักษา
- ผู้ที่คาดหวังผลลัพธ์เทียบเท่าการผ่าตัดดึงหน้า(เนื่องจากผลลัพธ์ที่ได้จะมีความเป็นธรรมชาติมากกว่า)
สรุป
สรุปแล้ว ทั้ง XERF กับ ThermageFLX ต่างก็เป็นเทคโนโลยี Monopolar RF ที่มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นคอลลาเจนและทำให้ผิวแน่นกระชับขึ้น ความแตกต่างหลักอยู่ที่ XERF เป็นเทคโนโลยีที่ใหม่กว่า ใช้ระบบ Dual-Frequency ทำให้พลังงานลงได้หลายระดับความลึก และให้ความรู้สึกสบายผิวกว่า ในขณะที่ Thermage FLX เป็นเทคโนโลยี Single-Frequency ที่เป็นที่รู้จักมายาวนาน และมีจุดเด่นที่ชัดเจนในการรักษาบริเวณรอบดวงตา
การตัดสินใจจึงขึ้นอยู่กับการประเมินปัญหาผิว, บริเวณที่กังวล, และความสบายใจในการรับบริการของแต่ละบุคคล
ยกกระชับด้วยคลื่น Monopolar RF ราคาเท่าไหร่

ราคาโปรแกรมยกกระชับ XERF จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตและโปรโมชั่นของแต่ละคลินิกในประเทศไทย โดยที่ The Signature Clinic ราคาเริ่มต้นที่ 25,000 บาท สำหรับ 300 ช็อต และ 49,000 บาท สำหรับ 600 ช็อต (จากราคาปกติ 60,000 บาท)
คำถามที่พบบ่อย
XERF กับ Thermage FLX อันไหนเจ็บกว่ากัน?
โดยทั่วไป จากความรู้สึกของผู้รับบริการส่วนใหญ่ โปรแกรม XERF ถูกออกแบบมาให้รู้สึกเจ็บน้อยกว่ามาก ให้ความรู้สึกเพียงอุ่นสบายผิวคล้ายการนวดด้วยหินร้อน ส่วนคำถามที่ว่า Thermage FLX เจ็บไหม? อาจให้ความรู้สึกร้อนลึกเป็นจังหวะ แต่มีระบบสั่นช่วยเบี่ยงเบนความรู้สึก ทำให้รู้สึกสบายขึ้นกว่าเทคโนโลยีรุ่นก่อนๆ
ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน ต้องทำบ่อยหรือไม่?
ผลลัพธ์ของทั้งสองโปรแกรมจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นหลังทำ และจะเห็นผลเต็มที่ในเวลาประมาณ 2-3 เดือน โดยทั่วไปผลลัพธ์มักจะคงอยู่ได้ประมาณ 1 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล แพทย์มักแนะนำให้ทำต่อเนื่องปีละ 1 ครั้ง เพื่อคงสภาพผลลัพธ์ที่ดีไว้
XERF กับ Oligio ต่างกันยังไง?
ทั้ง XERF, Thermage, และ Oligio ต่างก็เป็นเทคโนโลยีในกลุ่ม Monopolar RF โดย XERF และ Oligio เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนามาจากเกาหลีใต้ในภายหลัง ซึ่งมักจะเน้นจุดเด่นเรื่องความรู้สึกที่สบายผิวกว่า Thermage แต่ XERF จะมีความแตกต่างจาก Oligio ตรงที่เป็นระบบ Dual-Frequency (2 ความถี่)
ทำแล้วต้องพักฟื้นหรือไม่?
ทั้งสองโปรแกรมเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด จึงไม่จำเป็นต้องพักฟื้น หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือแต่งหน้าได้ตามปกติ อาจมีรอยแดงเล็กน้อยในบางราย แต่จะค่อยๆ หายไปเองภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
ทำไมต้องปรึกษาเรื่องการยกกระชับที่ The Signature Clinic

ที่ The Signature Clinic เราเป็นคลินิกความงามระดับพรีเมียมที่นำโดยทีมแพทย์ผู้มีความชำนาญการ เราเลือกใช้ โปรแกรม XERF ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Monopolar RF ที่เรามั่นใจในประสิทธิภาพและความสบายขณะทำการรักษา เรามีการออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Plan) เพื่อให้เหมาะกับปัญหาผิวและความกังวลของคุณมากที่สุด นอกจากนี้เรายังมีโปรแกรมการรักษาแบบผสมผสาน เช่น Potenza DUO RF (Potenza + XERF) หรือ Sculpt and Slim Define (Sculpsure Submental + XERF) เพื่อมอบผลลัพธ์การดูแลผิวที่ครอบคลุมและเป็นธรรมชาติในแบบฉบับของคุณ


