ในโลกของนวัตกรรมความงาม การตัดสินใจเลือกเทคโนโลยียกกระชับที่ “ใช่” อาจเป็นเรื่องน่าสับสน โดยเฉพาะเมื่อมีตัวเลือกที่น่าสนใจอย่าง XERF กับ Onda Pro ทั้งสองเครื่องต่างมีจุดเด่น แต่คำถามคือ XERF vs Onda Pro แบบไหนที่เหมาะกับปัญหาผิวของเราจริงๆ? บทความนี้จะเปรียบเทียบ Onda Pro กับ XERF อย่างละเอียด ทั้งเรื่องการ ยกกระชับ XERF และการ สลายไขมัน Onda Pro เพื่อช่วยให้คุณรู้ว่า ยกกระชับหน้าตัวไหนดี ที่ตอบโจทย์คุณมากที่สุด
สรุปจบ! XERF vs. Onda Pro เลือกอะไรดี?
- เลือก XERF ถ้าปัญหาหลักคือ “ผิวหย่อนคล้อย”
- เทคโนโลยี: Monopolar RF (คลื่นวิทยุ)
- เป้าหมาย: เน้น “ยกกระชับ” ผิว (Lifting) และกระตุ้นคอลลาเจน (Tightening)
- เหมาะกับ: คนที่รู้สึกผิวไม่แน่น กรอบหน้าไม่ชัด ต้องการปรับคุณภาพผิวให้แน่นฟูขึ้น
- เลือก Onda Pro ถ้าปัญหาหลักคือ “ไขมันสะสม”
- เทคโนโลยี: Microwaves (คลื่นไมโครเวฟ)
- เป้าหมาย: เน้น “สลายไขมัน” เฉพาะจุด (Fat Reduction)
- เหมาะกับ: คนที่มีปัญหาเหนียงชัดเจน หรือแก้มป่องจากไขมัน แม้ผิวยังไม่หย่อนคล้อยมาก
สรุปง่ายๆ: XERF เน้น “ยก” ผิวที่หย่อน | Onda Pro เน้น “ลด” ไขมันที่สะสม
XERF คืออะไร? รู้จักเทคโนโลยียกกระชับด้วยคลื่นวิทยุ (RF)

โปรแกรม XERF (XERF Program) คือเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้คลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว หรือ Monopolar RF ที่มีความโดดเด่นด้วยการผสานสองความถี่ (Dual-Frequency) คือ 6.78 MHz และ 2 MHz หลักการคือการส่งพลังงานความร้อนลงไปในชั้นผิวหลายระดับ เพื่อกระตุ้นการจัดเรียงตัวของคอลลาเจนและสร้างใหม่ โปรแกรม XERF จึงช่วยในเรื่องการยกกระชับผิว (Lifting) และปรับปรุงคุณภาพผิว (Skin Quality) ให้แน่นขึ้น ลดความหย่อนคล้อย และช่วยให้กรอบหน้าชัดเจนขึ้น ซึ่งที่ The Signature Clinic มีโปรแกรมที่ผสานเทคโนโลยีนี้เข้ากับการรักษาอื่น ๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น (Potenza Duo RF)
Onda Pro คืออะไร? เจาะลึกนวัตกรรมสลายไขมันด้วยคลื่นไมโครเวฟ (Microwave)
Onda Pro ทำงานแตกต่างออกไป โดยใช้นวัตกรรมคลื่นไมโครเวฟ (Microwaves) ที่ความถี่ 2.45 GHz ส่งพลังงานผ่านเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อมุ่งเป้าไปที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังโดยตรง พลังงานนี้จะเน้นไปที่การสลายเซลล์ไขมัน (Fat Reduction) และยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวบริเวณที่ไขมันลดลงมีความกระชับ (Tightening) และเรียบเนียนขึ้น จึงมักใช้ในการ สลายไขมัน Onda Pro บริเวณที่มีไขมันสะสม เช่น เหนียง หรือแก้ม ซึ่งเป็นหลักการคล้ายกับการลดไขมันในโปรแกรมอื่นที่มุ่งเป้าไปที่ไขมันใต้คาง (Sculpt & Slim Define)
ตารางเปรียบเทียบ XERF vs Onda Pro

| คุณสมบัติ | โปรแกรม XERF | Onda Pro |
| เทคโนโลยีหลัก | Monopolar RF (คลื่นวิทยุ) แบบ Dual-Frequency (6.78 MHz และ 2 MHz) | Microwaves (คลื่นไมโครเวฟ) ความถี่ 2.45 GHz |
| เป้าหมายหลัก | ยกกระชับ XERF, กระตุ้นคอลลาเจน, ปรับคุณภาพผิว | สลายไขมัน Onda Pro, ลดเซลลูไลท์, กระชับผิว (Tightening) |
| ชั้นผิวที่ทำงาน | ลงได้หลายระดับ ตั้งแต่ผิวชั้นตื้น (Dermis) จนถึงชั้นไขมัน (ขึ้นอยู่กับการปรับโหมด) | มุ่งเป้าไปที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) เป็นหลัก |
| จุดเด่น | ยกกระชับหน้า ปรับผิวแน่นฟู ลดไขมันได้เล็กน้อย | ลดไขมันสะสมเฉพาะจุดได้ชัดเจน |
| ความรู้สึกขณะทำ | รู้สึกอุ่นสบายผิว (มีระบบทำความเย็น) | รู้สึกอุ่นลึกๆ บริเวณชั้นไขมัน |
| เหมาะกับใคร | ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด ต้องการปรับผิวให้แน่นขึ้น | ผู้ที่มีปัญหาไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่น เหนียง แก้ม ที่ต้องการลดไขมันเป็นหลัก |
หลักการทำงานของคลื่นวิทยุ (RF) ปะทะ คลื่นไมโครเวฟ (Microwave)
หลักการของ XERF (Monopolar RF)
เทคโนโลยี Monopolar RF ใน โปรแกรม XERF ทำงานโดยการส่งพลังงานคลื่นวิทยุผ่านหัวยิงแบบขั้วเดียว ความถี่สูง (6.78 MHz) จะเน้นทำงานที่ผิวชั้นตื้นเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ส่วนความถี่ต่ำ (2 MHz) จะส่งพลังงานลงได้ลึกกว่าถึงชั้นไขมันและเนื้อเยื่อส่วนลึก ผลลัพธ์คือการหดตัวของคอลลาเจนเดิมและการสร้างใหม่ ซึ่งงานวิจัยหลายชิ้นสนับสนุนประสิทธิภาพของ Monopolar RF ในการปรับปรุงความกระชับของผิว
หลักการของ Onda Pro (Microwave)
Onda Pro ใช้พลังงานไมโครเวฟ ซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าคนละประเภทที่มีความถี่สูงกว่า พลังงานนี้จะถูกดูดซับโดยเซลล์ไขมันได้ดีกว่าเซลล์ผิวหนังทั่วไป ทำให้สามารถส่งพลังงานความร้อนลงไป “สลายไขมัน” ที่ชั้นใต้ผิวได้อย่างจำเพาะเจาะจง โดยที่ผิวชั้นบนได้รับผลกระทบจากความร้อนน้อยกว่า
ผลลัพธ์ที่ได้: ยกกระชับ VS สลายไขมัน ใครเด่นเรื่องไหน?
แม้ว่าทั้ง XERF กับ Onda Pro จะช่วยเรื่องความกระชับ แต่ก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การทำความเข้าใจความแตกต่างนี้เป็นกุญแจสำคัญในการเลือกว่า ยกกระชับหน้าตัวไหนดี สำหรับคุณ
- โปรแกรม XERF: เน้น “ยกกระชับ” และ “ปรับคุณภาพผิว”
- ผลลัพธ์หลัก: ผิวแน่นขึ้น (Tightening) และยกขึ้น (Lifting) จากการกระตุ้นคอลลาเจน
- ผลลัพธ์รอง: สามารถช่วยลดไขมันใต้คางหรือแก้มได้บ้างในโหมดพลังงานลึก แต่ไม่ใช่เป้าหมายหลัก
- เหมาะกับ: คนที่กังวลเรื่องความหย่อนคล้อยของผิว กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด หรือต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูแน่นฟูขึ้น
- Onda Pro: เน้น “สลายไขมัน” และ “ลดขนาด”
- ผลลัพธ์หลัก: การลดลงของไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่น เหนียง แก้มป่อง
- ผลลัพธ์รอง: เมื่อไขมันสลายไป ผิวบริเวณนั้นจะกระชับขึ้น (Tightening) จากการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้
- เหมาะกับ: คนที่มีปัญหาไขมันส่วนเกินชัดเจน แม้ผิวจะยังไม่หย่อนคล้อยมาก แต่อยากให้กรอบหน้าชัดขึ้นจากการลดไขมัน
XERF กับ Onda Pro เหมาะกับใคร? วิเคราะห์ปัญหาผิวที่แต่ละเครื่องตอบโจทย์
การเลือกใช้ XERF vs Onda Pro ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเครื่องไหนดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับว่าปัญหาหลักของคุณคืออะไร ลองมาวิเคราะห์กันว่า Onda Pro กับ XERF ตอบโจทย์ใครบ้าง
- คุณเหมาะกับโปรแกรม XERF ถ้า…
- ปัญหาหลักของคุณคือ “ความหย่อนคล้อย” ของผิว
- คุณรู้สึกว่าผิวหน้าโดยรวมไม่แน่น ไม่กระชับเหมือนเดิม
- ต้องการ ยกกระชับ XERF บริเวณแก้ม กรอบหน้า และใต้คาง
- มีไขมันไม่มากนัก แต่ผิวขาดความยืดหยุ่น
- คุณเหมาะกับ Onda Pro ถ้า…
- ปัญหาหลักของคุณคือ “ไขมันสะสม” ที่เอาออกยาก
- คุณมีเหนียงชัดเจน หรือมีแก้มป่องที่เกิดจากไขมัน
- ต้องการ สลายไขมัน Onda Pro เพื่อให้กรอบหน้าดูชัดและเรียวขึ้น
- ผิวยังมีความกระชับอยู่บ้าง แต่ถูกบดบังด้วยไขมัน
ความรู้สึกระหว่างทำ XERF กับ Onda Pro และระดับความเจ็บ
หนึ่งในปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจคือความรู้สึกขณะทำ ซึ่งทั้งสองเทคโนโลยีนี้ก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน
- โปรแกรม XERF:
- ความรู้สึก: ส่วนใหญ่จะรู้สึกอุ่นสบายผิว คล้ายการนวดด้วยหินร้อน
- ความเจ็บ: เจ็บน้อยมาก หรือแทบไม่เจ็บ เนื่องจากมีระบบทำความเย็น (Cooling System) ที่หัวยิงช่วยปกป้องผิวชั้นบนและเพิ่มความสบายขณะทำ
- ยาชา: ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา
- Onda Pro:
- ความรู้สึก: จะรู้สึกอุ่นลึกๆ บริเวณใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นบริเวณที่พลังงานไมโครเวฟกำลังทำงานกับชั้นไขมัน
- ความเจ็บ: อยู่ในระดับที่ทนได้ อาจรู้สึกอุ่นจนถึงร้อนในบางจุดที่ไขมันหนาแน่น
- ยาชา: อาจมีการทายาชาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และความไวต่อความรู้สึกของแต่ละบุคคล
ผลข้างเคียงและการดูแลตัวเองหลังทำ XERF กับ Onda Pro
ทั้งสองโปรแกรมถือเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด (Non-invasive) จึงไม่จำเป็นต้องพักฟื้น อย่างไรก็ตาม การดูแลตัวเองหลังทำจะช่วยส่งเสริมผลลัพธ์ให้ดียิ่งขึ้น
- หลังทำโปรแกรม XERF:
- อาจมีรอยแดงเล็กน้อยบริเวณที่ทำ แต่จะหายไปเองภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
- สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที
- เน้นทามอยส์เจอร์ไรเซอร์และครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
- หลังทำ Onda Pro:
- อาจมีอาการบวมเล็กน้อย หรือรู้สึกอุ่นๆ ใต้ผิวในบริเวณที่ทำ 1-2 วัน
- ผิวอาจมีรอยแดงได้บ้าง แต่จะค่อยๆ หายไป
- ควรดื่มน้ำมากๆ และหลีกเลี่ยงการนวดหรือถูแรงๆ บริเวณที่ทำในช่ง 1 สัปดาห์แรก
- ทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวเป็นประจำ
สรุป
โดยสรุป XERF กับ Onda Pro มีเป้าหมายที่แตกต่างกันชัดเจน XERF คือคำตอบสำหรับผู้ที่มองหาการ ยกกระชับ XERF แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย และฟื้นฟูคุณภาพผิวให้แน่นขึ้น ในขณะที่ Onda Pro เป็นตัวเลือกที่โดดเด่นสำหรับผู้ที่ต้องการ สลายไขมัน Onda Pro ลดไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่น เหนียง หรือแก้ม การเลือกว่า XERF vs Onda Pro แบบไหนดีที่สุด จึงขึ้นอยู่กับการประเมินปัญหาผิวที่แท้จริงของคุณ
คำถามที่พบบ่อย
XERF คืออะไร?
XERF (โปรแกรม XERF) คือเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) แบบสองความถี่ (Dual-Frequency) ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวแน่นและยกกระชับขึ้น
Onda Pro คืออะไร?
Onda Pro คือเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นไมโครเวฟ (Microwaves) เพื่อมุ่งเป้าไปที่การสลายเซลล์ไขมันสะสมใต้ผิวหนังโดยเฉพาะ ช่วยลดเหนียงและไขมันที่แก้ม
ต้องทำ XERF หรือ Onda Pro กี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคล ส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรก และผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินแผนการรักษาที่เหมาะสม
RF กับ HIFU ต่างกันยังไง?
RF (Radiofrequency) เช่น XERF ให้พลังงานความร้อนแบบเป็นก้อนกว้างๆ (Bulk Heating) เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวแน่นขึ้น ส่วน HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ยิงเป็นจุดเล็กๆ ลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อดึงยกผิว (Lifting) อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยียกกระชับใบหน้า
ทำ XERF กับ Onda Pro พร้อมกันได้ไหม?
ในบางกรณี แพทย์อาจออกแบบการรักษาแบบผสมผสาน (Combination Therapy) เพื่อแก้ปัญหาทั้งความหย่อนคล้อยและไขมันสะสมพร้อมกัน เช่น การใช้ Onda Pro สลายไขมันก่อน แล้วตามด้วย XERF เพื่อเพิ่มความกระชับ ควรให้แพทย์ผู้ชำนาญการเป็นผู้วางแผนการรักษา
หากต้องการรักษา ทำไมต้องใช้บริการจาก The Signature Clinic

การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ความชำนาญการของแพทย์และมาตรฐานของคลินิกคือหัวใจสำคัญของผลลัพธ์ ที่ The Signature Clinic เราเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยกกระชับ และมี โปรแกรม XERF ที่เป็นเทคโนโลยีล่าสุด ทีมแพทย์ของเรามีความชำนาญการในการประเมินและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized) เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับการดูแลที่ตรงจุดกับปัญหาผิวที่สุด ภายใต้มาตรฐานการดูแลระดับสากล


