XERF กับ Oligio ต่างกันยังไง? เทียบชัดทุกมิติ เลือกตัวไหนดี?

สารบัญ

ในวงการนวัตกรรมยกกระชับผิวที่กำลังมาแรง หนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัยคือ XERF กับ Oligio ต่างกันยังไง? ทั้งสองชื่อนี้เป็นเทคโนโลยียอดนิยมในกลุ่ม Monopolar RF ที่ช่วยยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ด้วยคุณสมบัติที่แตกต่างกัน การเลือกให้เหมาะกับปัญหาผิวจึงเป็นสิ่งสำคัญ บทความนี้จะมาเปรียบเทียบ XERF vs Oligio แบบชัดเจน ทั้งเรื่องหลักการทำงาน ผลลัพธ์ที่ได้ ความรู้สึกขณะทำ ไปจนถึงคำถามสำคัญว่า Oligio ดีไหม XERF ราคาเท่าไหร่ หรือ Oligio เจ็บไหม เพื่อให้คุณมีข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจเลือกโปรแกรมยกกระชับหน้าที่เหมาะกับคุณ

สรุปจบ XERF vs Oligio: เลือกเครื่องไหนให้เหมาะกับผิวคุณ?

ความแตกต่างหลักคือ “เทคโนโลยีความถี่” ที่ใช้

  • XERF: ใช้เทคโนโลยี Dual-Frequency (2 ความถี่) ทำให้ส่งพลังงานลงได้ 3 ระดับความลึก เหมาะสำหรับการฟื้นฟูผิวแบบองค์รวม (Holistic) ที่ต้องการแก้ปัญหาหลายมิติ ทั้งการยกกระชับและปรับคุณภาพผิว
  • Oligio: ใช้เทคโนโลยี Single-Frequency (ความถี่เดียว) ที่เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้และชั้นไขมันอย่างตรงจุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความแน่นกระชับของผิวโดยเฉพาะ

สรุปคือ ไม่มีเครื่องไหนดีกว่า แต่ “เหมาะ” กับปัญหาผิวที่ต่างกัน ทั้งคู่มีความสบายผิวขณะทำและไม่เจ็บ การเลือกจึงขึ้นอยู่กับการประเมินโดยแพทย์ผู้มีความชำนาญการ

รู้จัก XERF และ Oligio เทคโนโลยียกกระชับ Monopolar RF รุ่นใหม่

ก่อนจะไปเปรียบเทียบความแตกต่าง เรามาทำความรู้จักพื้นฐานของทั้งสองเทคโนโลยีกันก่อน ทั้ง XERF และ Oligio ต่างก็เป็นเครื่องมือที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว (Monopolar Radiofrequency) ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการทำงานของเครื่องมือรุ่นพี่อย่าง Thermage โดยพลังงานนี้จะถูกส่งลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อสร้างความร้อน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูโครงสร้างผิว

โปรแกรม XERF คืออะไร?

  • โปรแกรม XERF คือเทคโนโลยียกกระชับผิวและสลายไขมันส่วนเกินที่พัฒนาโดย Cynosure Lutronic
  • จุดเด่นที่สุดคือการเป็นเทคโนโลยี Dual-Frequency Monopolar RF ซึ่งสามารถปล่อยพลังงานคลื่นความถี่ 2 ชนิด (6.78 MHz และ 2 MHz) สลับกัน
  • การทำงานแบบ Dual-Frequency ทำให้ XERF สามารถส่งพลังงานความร้อนลงไปได้ครอบคลุมถึง 3 ระดับความลึกที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ชั้นหนังแท้ส่วนบน ชั้นกลาง ไปจนถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง
  • ผลลัพธ์คือการกระตุ้นคอลลาเจนและจัดระเบียบโครงสร้างผิวได้อย่างทั่วถึงในครั้งเดียว

โปรแกรม Oligio คืออะไร?

  • Oligio คือเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่น Monopolar RF เช่นกัน
  • โดย Oligio จะใช้พลังงานคลื่นความถี่แบบ Single-Frequency ที่ 6.78 MHz ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถส่งพลังงานลงไปในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิว (Subcutaneous Fat) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • หลักการทำงานคือการส่งความร้อนลงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว และช่วยกระชับผิวที่หย่อนคล้อย

ตารางเปรียบเทียบ XERF vs Oligio

เพื่อให้เห็นภาพและเข้าใจความแตกต่างได้ง่ายขึ้น เราได้สรุปจุดเด่นของ XERF และ Oligio มาในรูปแบบตาราง ดังนี้:

คุณสมบัติโปรแกรม XERFโปรแกรม Oligio
เทคโนโลยีหลักDual-Frequency Monopolar RF (6.78 MHz + 2 MHz)Single-Frequency Monopolar RF (6.78 MHz)
ระดับความลึก3 ระดับ (ผิวชั้นบน, กลาง, และชั้นไขมัน)2 ระดับ (ชั้นหนังแท้ และชั้นไขมันใต้ผิว)
จุดเด่นฟื้นฟูผิวได้หลายระดับชั้นพร้อมกัน ปรับโครงสร้างผิว และสลายไขมันกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ยกกระชับผิว และลดไขมันสะสม
ความรู้สึกขณะทำรู้สึกอุ่นสบายผิว มีระบบทำความเย็นรู้สึกอุ่นสบายผิว มีระบบทำความเย็น
เหมาะกับใครผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบองค์รวม ทั้งความกระชับ ริ้วรอยตื้นๆ และการปรับกรอบหน้าผู้ที่เน้นการกระตุ้นคอลลาเจน เพิ่มความแน่นของผิว และยกกระชับ

เจาะลึกความแตกต่างสำคัญ: ระหว่าง XERF หรือ Oligio

จากตารางจะเห็นว่า ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่าง XERF vs Oligio คือ “เทคโนโลยีความถี่” ที่ใช้ ซึ่งส่งผลต่อวิธีการแก้ปัญหาผิวที่แตกต่างกัน การเลือกว่าจะทำโปรแกรมไหนจึงไม่ใช่เรื่องของ “อะไรดีกว่า” แต่เป็นเรื่องของ “อะไรเหมาะกับปัญหาผิวของเรามากกว่า”

1. เทคโนโลยีความถี่ (Frequency Technology)

  • XERF (Dual-Frequency): ด้วยการสลับกันทำงานของ 2 ความถี่ ทำให้ XERF สามารถจัดการปัญหาผิวได้หลายมิติในครั้งเดียว คลื่นความถี่หนึ่งอาจเน้นที่ผิวชั้นบนเพื่อปรับสภาพผิว (Texture) ในขณะที่อีกความถี่ลงไปเน้นที่ชั้นลึกเพื่อการยกกระชับ (Lifting) และสลายไขมัน (Contouring)
  • Oligio (Single-Frequency): ใช้ความถี่ 6.78 MHz ที่พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการส่งพลังงานความร้อนลงไปในชั้นหนังแท้ (Dermis) ได้อย่างแม่นยำ เพื่อกระตุ้นเซลล์ Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ทำให้ผิวแน่นและกระชับขึ้น

2. ความรู้สึกขณะทำ (Sensation during treatment)

ทั้ง XERF และ Oligio ถูกออกแบบมาเพื่อลดความรู้สึกเจ็บระหว่างทำเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีรุ่นก่อนๆ ทั้งคู่มีระบบทำความเย็น (Cooling System) ที่ช่วยปกป้องผิวชั้นบนและทำให้รู้สึกสบายผิวมากขึ้น ความรู้สึกส่วนใหญ่จะอุ่นๆ บริเวณที่ทำ มากกว่าที่จะรู้สึกเจ็บ

3. ผลลัพธ์และการแก้ปัญหา (Results & Problem Solving)

  • XERF เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการฟื้นฟูแบบองค์รวม (Holistic Rejuvenation) ที่ครอบคลุมหลายชั้นผิว ช่วยทั้งเรื่องการยกกระชับ ปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น และยังช่วยปรับคุณภาพผิวให้ดีขึ้นด้วย
  • Oligio จะเน้นไปที่การกระตุ้นคอลลาเจนอย่างตรงจุด เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ขาดความแน่นกระชับ หรือต้องการลดไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่น บริเวณเหนียงหรือแก้ม

การเลือกเทคโนโลยีจึงขึ้นอยู่กับการประเมินปัญหาผิวของแต่ละบุคคล ซึ่งแพทย์ผู้มีความชำนาญจะสามารถวิเคราะห์และแนะนำได้ว่าคุณเหมาะกับเครื่องมือใด (สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เทคนิคการยกกระชับใบหน้า เพื่อประกอบการตัดสินใจได้)

XERF และ Oligio ทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม?

คำตอบคือ “ได้” และในหลายกรณี การทำหัตถการหลายอย่างร่วมกัน (Combination Treatment) ก็ช่วยส่งเสริมผลลัพธ์ให้ดียิ่งขึ้น แต่จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การวางแผนของแพทย์ผู้มีความชำนาญการ เพื่อจัดลำดับการรักษาและเว้นระยะเวลาที่เหมาะสม

  • ทำในวันเดียวกัน: โดยทั่วไป หากต้องทำ Monopolar RF (เช่น XERF หรือ Oligio) ร่วมกับหัตถการแบบฉีดอย่าง Botulinum Toxin หรือสารเติมเต็ม แพทย์มักจะเลือกทำ RF ก่อน แล้วจึงตามด้วยการฉีด
  • ทำคนละวัน:
    • หากคุณฉีด Botulinum Toxin หรือสารเติมเต็มมาก่อน ควรเว้นระยะเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ ก่อนที่จะทำ XERF หรือ Oligio
    • หากคุณทำ XERF หรือ Oligio ก่อน ควรเว้นระยะเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวได้ฟื้นตัว ก่อนจะทำหัตถการแบบฉีด
  • โปรแกรมการรักษาแบบผสมผสาน: ที่ The Signature Clinic เรามีโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อการรักษาแบบผสมผสานโดยเฉพาะ เช่น Potenza DUO RF (Potenza + XERF) หรือ Sculpt and Slim Define (SculpSure Submental + XERF) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การยกกระชับและปรับรูปหน้าที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ค่าใช้จ่ายในการทำโปรแกรม XERF

ค่าใช้จ่ายโปรแกรม XERF จะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ทำ โดยราคาจะแตกต่างกันไปในแต่ละคลินิก เช่น The Signature Clinic ราคา 300 ช็อต 25,000 บาท และ 600 ช็อต 49,000 บาท (จากปกติ 60,000 บาท)

วิธีเลือกคลินิกทำ XERF และ Oligio ให้ปลอดภัยและเห็นผล

การเลือกคลินิกเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้การเลือกเครื่องมือ เพราะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก ควรพิจารณาดังนี้:

1. ความชำนาญการของแพทย์

พลังงาน Monopolar RF ไม่ใช่ว่าใครทำก็ได้ผลเหมือนกัน แพทย์จำเป็นต้องมีความชำนาญการในการวิเคราะห์ชั้นผิวและปัญหาของคนไข้ เพื่อออกแบบการยิงพลังงาน (Personalized Plan) ให้เหมาะสมในแต่ละบริเวณ แพทย์ที่มีประสบการณ์จะรู้ว่าบริเวณไหนควรใช้พลังงานเท่าไหร่ หรือบริเวณไหนควรย้ำเป็นพิเศษ

2. เครื่องมือและมาตรฐาน

คลินิกต้องใช้เครื่องมือที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน และมีการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ การใช้เครื่องมือที่ไม่ได้มาตรฐานอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการรักษาและความปลอดภัย

3. การประเมินผิวอย่างละเอียด

คลินิกที่ดีจะไม่พยายามขายคอร์สในทันที แต่จะเริ่มต้นด้วยการให้คำปรึกษาและประเมินปัญหาผิวอย่างละเอียดก่อน เพื่อวิเคราะห์ว่าปัญหาความหย่อนคล้อยของคุณมาจากสาเหตุใด (ผิว, ไขมัน, หรือกล้ามเนื้อ) และแนะนำเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ที่สุด ไม่ว่าจะเป็น XERF, Oligio หรือเทคโนโลยีอื่นๆ

4. รีวิวและการติดตามผล

ควรมองหารีวิวจากผู้ใช้บริการจริงในหลายๆ แพลตฟอร์ม และคลินิกที่น่าเชื่อถือควรมีการนัดติดตามผลหลังการรักษา เทคโนโลยี Monopolar RF ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ผิวหนังว่ามีประสิทธิภาพในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (อ้างอิงจาก: งานวิจัยเกี่ยวกับ Radiofrequency in Dermatology) แต่ผลลัพธ์จะเกิดขึ้นได้ดีที่สุดเมื่ออยู่ภายใต้การดูแลของผู้มีความชำนาญ

สรุป

XERF กับ Oligio ต่างกัน ที่เทคโนโลยีความถี่ที่ใช้ XERF เป็น Dual-Frequency ที่ทำงานได้ 3 ระดับความลึก เหมาะกับการฟื้นฟูผิวแบบองค์รวม ในขณะที่ Oligio เป็น Single-Frequency ที่เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้และชั้นไขมันเพื่อความกระชับ

การเลือกใช้เครื่องมือใดขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล และปัจจัยสำคัญที่สุดคือการรับบริการกับแพทย์ที่มีความชำนาญการในการวิเคราะห์ผิวและออกแบบการรักษา เพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดและปลอดภัย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Oligio ดีจริงหรือไม่?

Oligio เป็นเทคโนโลยี Monopolar RF ที่มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวแน่นและกระชับขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล

XERF ดีไหม?

XERF เป็นเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่ใช้ระบบ Dual-Frequency ทำให้สามารถฟื้นฟูผิวได้หลายระดับชั้นในครั้งเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์แบบองค์รวม ทั้งในด้านการยกกระชับ ปรับคุณภาพผิว และปรับกรอบหน้า

Oligio กับ Ultraformer อันไหนดีกว่ากัน?

ไม่สามารถเปรียบเทียบว่าอะไรดีกว่ากันได้ เพราะเป็นเทคโนโลยีคนละชนิด Oligio เป็น Monopolar RF ที่ใช้ “ความร้อน” กระจายตัวกว้างๆ เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ส่วน Ultraformer เป็น HIFU ที่ใช้ “คลื่นอัลตราซาวนด์” โฟกัสเป็นจุดๆ เพื่อยิงลงไปที่ชั้น SMAS (ชั้นพังผืด) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า ทั้งสองเครื่องมือแก้ปัญหาคนละชั้นผิวและให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน

XERF กับ Oligio เจ็บไหม?

ความรู้สึกขณะทำ XERF และ Oligio ส่วนใหญ่จะรู้สึกอุ่นๆ และสบายผิว เนื่องจากมีระบบทำความเย็นที่หัวยิงช่วยปกป้องผิวชั้นบน เมื่อเทียบกับเทคโนโลยี RF รุ่นเก่า ถือว่าสบายผิวกว่ามาก

หากต้องการรักษา ทำไมต้องใช้บริการจาก The Signature Clinic

the-signature-clinic-cta

ที่ The Signature Clinic เรายึดมั่นในหลักการ “Safety First” ควบคู่ไปกับการมอบผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ทีมแพทย์ของเรามีความชำนาญการระดับสูงในการวิเคราะห์ปัญหาผิวเชิงลึก และด้วยการที่เราเป็น “Cynosure Signature Partner” จึงสะท้อนถึงความไว้วางใจและความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีระดับโลกอย่าง โปรแกรม XERF เรามุ่งเน้นการออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment Plan) เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับการดูแลที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับปัญหาผิวของคุณโดยเฉพาะ

บทความที่คล้ายกัน

เลเซอร์ลบรอยดำ 1

เลเซอร์ลบรอยดำ ทางลัดผิวใสที่ปลอดภัย หรือแค่กระแส? เจาะลึกทุกข้อเท็จจริง

ไขข้อข้องใจ เลเซอร์ลบรอยดำ ช่วยกู้ผิวใสได้จริงไหม? เจาะลึกเทคโนโลยี Pico Laser และวิธีเลือกคลินิกให้ปลอดภัย เห็นผลไว ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น

รักษาหลุมสิว 1

รักษาหลุมสิว: คู่มือฉบับสมบูรณ์ เลือกวิธีไหนให้จบปัญหาผิวไม่เรียบเนียน

กำลังกังวลเรื่องรักษาหลุมสิว? ค้นพบคำตอบเรื่องความเจ็บ ค่าใช้จ่าย และผลลัพธ์ที่ได้จริง พร้อมวิธีดูแลผิวให้กลับมาเรียบเนียน ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนเริ่มรักษา

สิวอุดตันไม่มีหัว 1

สิวอุดตันไม่มีหัว: สาเหตุ วิธีรักษา และการป้องกันที่ถูกต้อง

สิวอุดตันไม่มีหัว เป็นตุ่มนูนแดง เจ็บแต่บีบไม่ออก เกิดจากอะไร? พบคำตอบพร้อมวิธีรักษาสิวอักเสบไม่มีหัว ทั้งการดูแลด้วยตัวเองและเทคโนโลยีทางการแพทย์ อ่านเลย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save