กำลังสงสัยใช่ไหมว่า โปรแกรม XERF คืออะไร และทำไมถึงเป็นที่พูดถึงใน รีวิว การยกกระชับ? หลายคนมักมีคำถามว่า XERF เจ็บไหม หรือเมื่อเทียบ XERF กับ Ulthera หรือ Thermage ควรเลือกอะไรดี และ XERF ราคา คุ้มค่าหรือไม่ บทความนี้จะเจาะลึกทุก จุดเด่นของโปรแกรม XERF ตั้งแต่หลักการทำงาน เทคโนโลยีที่แตกต่าง ไปจนถึงการเปรียบเทียบชัดๆ เพื่อให้คุณมีข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจ
สรุป XERF: เจ็บไหม? เทียบ Ulthera / Thermage ต่างกันยังไง?
- โปรแกรม XERF คืออะไร: เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) รุ่นใหม่ ที่ใช้ 2 ความถี่ (Dual-Frequency) พร้อมกัน (6.78 MHz + 2 MHz) ทำให้พลังงานลงไปทำงานได้หลายชั้นผิว ตั้งแต่ผิวชั้นบน (กระตุ้นคอลลาเจน) ไปจนถึงชั้นลึก (กระชับโครงสร้างและลดไขมัน)
- จุดเด่นสำคัญ (ทำไมถึงน่าสนใจ): จุดขายหลักคือ “เจ็บน้อย” ผู้รับการรักษาส่วนใหญ่รู้สึกเพียง “อุ่นสบายผิว” คล้ายการนวดด้วยหินร้อน เนื่องจากมีระบบทำความเย็น (ICD Cooling) ทำงานปกป้องผิวตลอดเวลา ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา และ “ไม่ต้องพักฟื้น” สามารถใช้ชีวิตปกติได้ทันที
- เทียบกับเทคโนโลยีอื่น:
- XERF vs Thermage: ทั้งคู่เป็น Monopolar RF (คลื่นวิทยุ) เหมือนกัน แต่ XERF เป็นเทคโนโลยีใหม่กว่าที่ใช้ 2 ความถี่ (Thermage ใช้ 1 ความถี่) และ XERF มักจะรู้สึกสบายผิวกว่าเพราะระบบทำความเย็นที่ทำงานตลอดเวลา
- XERF vs Ulthera: เป็นเทคโนโลยีคนละชนิดกันโดยสิ้นเชิง XERF (RF) จะให้พลังงานความร้อนแบบเป็นก้อน (Bulk Heating) เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในวงกว้าง ทำให้ผิว “แน่น” (Tightening) ขึ้น ส่วน Ulthera (อัลตราซาวนด์ MFU-V) จะยิงพลังงานเป็นจุดเล็กๆ (Focus) ลงไปที่ชั้น SMAS เพื่อให้ผิว “ยก” (Lifting) ขึ้น
- ผลลัพธ์: ช่วยให้ผิวแน่นกระชับขึ้น ปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวม และช่วยลดไขมันบางส่วน (เช่น เหนียง, แก้ม) เพื่อให้กรอบหน้าชัดขึ้น โดยเน้นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
XERF คืออะไร? รู้จักนวัตกรรมยกกระชับ Dual-Frequency Monopolar RF

โปรแกรม XERF คือ เทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) ที่ล้ำหน้าด้วยการใช้พลังงานสองความถี่ (Dual-Frequency) พร้อมกัน โดยผสมผสานคลื่นความถี่ 6.78 MHz ที่เน้นกระตุ้นคอลลาเจนในผิวชั้นบน และความถี่ 2 MHz ที่ลงได้ลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิวและโครงสร้างผิวชั้นลึก การทำงานร่วมกันนี้ทำให้ XERF สามารถส่งพลังงานความร้อนเพื่อฟื้นฟูผิวได้ครอบคลุมหลายระดับความลึก ส่งผลให้ผิวกระชับขึ้นพร้อมปรับกรอบหน้า โดยมีความรู้สึกเจ็บน้อยกว่าเทคโนโลยี RF แบบดั้งเดิม
เจาะลึกจุดเด่นของโปรแกรม XERF ที่เหนือกว่า
จุดเด่นของโปรแกรม XERF ที่ทำให้แตกต่าง คือการเป็นนวัตกรรมที่รวมเทคโนโลยีหลายอย่างไว้ในหนึ่งเดียว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์การรักษาที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงานสองความถี่ (Dual-Frequency) เพื่อแก้ปัญหาผิวที่แตกต่างกันในครั้งเดียว หรือเทคโนโลยีที่ช่วยลดความรู้สึกไม่สบายผิว ทำให้ผู้รับการรักษาส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา
- เทคโนโลยีและนวัตกรรมสำคัญ:
- Dual-Frequency (6.78 MHz + 2 MHz): เป็นการรวม 2 คลื่นความถี่ โดย 6.78 MHz จะมุ่งเน้นที่ผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นขึ้น และ 2 MHz จะส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นไขมัน เพื่อช่วยกระชับโครงสร้างผิวและลดไขมันส่วนเกิน
- ICD Cooling Technology: ระบบทำความเย็นอัตโนมัติที่ช่วยปกป้องผิวชั้นบน (Epidermis) ตลอดเวลาขณะปล่อยพลังงาน ทำให้รู้สึกสบายผิวและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง
- Wave Fit Pulse: เทคโนโลยีที่ช่วยปรับพลังงานให้สอดคล้องกับความต้านทานของผิวในแต่ละบริเวณ ทำให้พลังงานถูกส่งลงไปได้อย่างแม่นยำและสม่ำเสมอ
- Real-Time Temperature Monitoring: มีระบบตรวจจับอุณหภูมิผิวแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบตัดการทำงานอัตโนมัติหากอุณหภูมิสูงเกินไป เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
- จุดเด่นด้านผลลัพธ์และความสะดวก:
- เจ็บน้อย ไม่ต้องใช้ยาชา: ด้วยระบบทำความเย็นประสิทธิภาพสูง ทำให้ โปรแกรม XERF เจ็บไหม ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล ส่วนใหญ่รู้สึกเพียงอุ่นๆ ที่ผิว
- ไม่ต้องพักฟื้น: สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือแต่งหน้าได้ตามปกติทันทีหลังทำ
- ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ: ช่วยให้ใบหน้าดูกระชับขึ้น แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย และปรับคุณภาพผิวให้ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- กระตุ้นคอลลาเจนต่อเนื่อง: หลังทำ กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่จะดำเนินต่อไปอีกหลายเดือน ทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หลักการทำงานของ XERF เข้าใจง่ายใน 3 ขั้นตอน

หลักการทำงานของ เครื่องยกกระชับ XERF สามารถสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ได้ 3 ขั้นตอนดังนี้:
- ส่งพลังงานสองความถี่ (Dual-Frequency): เครื่องจะปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุ 2 ความถี่พร้อมกัน โดยความถี่สูง (6.78 MHz) จะกระตุ้นผิวชั้นตื้นและหนังแท้ ส่วนความถี่ต่ำ (2 MHz) จะลงไปทำงานในชั้นที่ลึกกว่าอย่างชั้นไขมันและพังผืด (SMAS)
- เกิดการหดตัวทันที (Immediate Contraction): พลังงานความร้อนที่เกิดขึ้น จะทำให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมที่หย่อนคล้อยเกิดการหดตัวทันที ส่งผลให้ผิวรู้สึกกระชับขึ้นได้บ้างในระยะสั้น
- สร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis): ความร้อนที่เหมาะสมจะไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblasts) ซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่ผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน ให้สร้างโครงสร้างผิวใหม่ขึ้นมา ทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรงและแน่นกระชับขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ความปลอดภัย ผลข้างเคียง และข้อห้ามในการทำ XERF
โปรแกรมยกกระชับ XERF ถือเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากมีระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิและระบบทำความเย็นที่ช่วยปกป้องผิว (ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยี Monopolar RF ที่นี่) อย่างไรก็ตาม อาจมีผลข้างเคียงชั่วคราวและข้อห้ามสำหรับบางกลุ่มบุคคล
- ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น:
- อาการบวมหรือรอยแดงเล็กน้อยในบริเวณที่ทำ ซึ่งเป็นอาการปกติและจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1 วัน
- อาจรู้สึกอุ่นหรือตึงที่ผิว หรือรู้สึกแปลบเล็กน้อยบริเวณแนวกระดูก ซึ่งจะหายไปเองใน 1-2 วัน
- ผลข้างเคียงที่พบได้ยากมาก เช่น แผลพุพองขนาดเล็ก หรือการระคายเคืองเส้นประสาทชั่วคราว (มักเกิดจากการใช้พลังงานหรือเทคนิคที่ไม่ถูกต้อง)
- ข้อห้ามสำหรับผู้ที่ไม่ควรทำ XERF:
- สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร
- ผู้ที่ใส่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker)
- ผู้ที่มีโลหะฝังอยู่ในบริเวณที่จะทำการรักษา เช่น แผ่นโลหะ หรือไหมทองคำ
- ผู้ที่มีการติดเชื้อ แผลเปิด หรือโรคผิวหนังที่ยังแสดงอาการในบริเวณที่จะทำ
- ผู้ที่เพิ่งทำหัตถการอื่นในบริเวณเดียวกัน เช่น ฉีดสารเติมเต็ม (ควรรอ 2-4 สัปดาห์) หรือร้อยไหม (ควรรออย่างน้อย 1 เดือน)
ราคาโปรแกรม XERF

ที่ The Signature Clinic ราคาโปรแกรม XERF จะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตในการรักษา โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินจำนวนช็อตจากปัญหาผิวและโครงสร้างใบหน้าของคนไข้เฉพาะบุคคล มีโปรโมชั่นพิเศษ 300 ช็อต ราคา 25,000 บาท และ 600 ช็อต ราคา 49,000 บาท (จากราคาปกติ 60,000 บาท)
สรุป
โดยสรุป จุดเด่นของโปรแกรม XERF คือการเป็นนวัตกรรม Monopolar RF ที่ใช้เทคโนโลยี Dual-Frequency (2 ความถี่) เพื่อดูแลผิวได้หลายระดับชั้น พร้อมกับระบบทำความเย็นประสิทธิภาพสูงที่ทำให้เป็นหัตถการที่ “เจ็บน้อย” และ “ไม่ต้องพักฟื้น” เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิว ลดไขมันส่วนเกินเล็กน้อย และยกกระชับกรอบหน้า โดยเน้นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
คำถามที่พบบ่อย
XERF กับ ThermageFLX ต่างกันยังไง?
ทั้งสองเทคโนโลยีเป็น Monopolar RF เหมือนกัน แต่มีจุดต่างสำคัญคือ XERF ใช้ระบบ Dual-Frequency (2 ความถี่) และมีระบบทำความเย็น ICD Cooling ตลอดเวลา ทำให้รู้สึกสบายผิวกว่า ส่วน Thermage จะใช้ Single-Frequency (ความถี่เดียว 6.78 MHz) และใช้ระบบสั่น (Vibration) ร่วมกับการปล่อยความเย็นเป็นระยะเพื่อช่วยลดความรู้สึกระหว่างทำ
XERF กับ Ulthera ต่างกันยังไง?
นี่คือเทคโนโลยีที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง XERF (คลื่นวิทยุ RF) จะให้พลังงานความร้อนแบบเป็นก้อน (Bulk Heating) เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในวงกว้าง ทำให้ผิว “แน่น” (Tightening) ขึ้น ส่วน Ulthera (คลื่นอัลตราซาวนด์ MFU-V) จะยิงพลังงานเป็นจุดเล็กๆ (Focus) อย่างแม่นยำลงไปที่ชั้น SMAS เพื่อให้ผิว “ยก” (Lifting) ขึ้น
XERF กับ Oligio ต่างกันยังไง?
Oligio ก็เป็นเทคโนโลยี Monopolar RF เช่นกัน ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อลดความรู้สึกเจ็บจาก RF แบบดั้งเดิม ทั้ง XERF และ Oligio ต่างก็มุ่งเน้นการกระตุ้นคอลลาเจน แต่ XERF ชูจุดเด่นเรื่องการใช้ 2 ความถี่ (Dual-Frequency) เพื่อทำงานในชั้นผิวที่ต่างกัน ขณะที่ Oligio ใช้ความถี่เดียว (Single-Frequency)
หากต้องการรักษา ทำไมต้องใช้บริการจาก The Signature Clinic

การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ความสำคัญอยู่ที่การวิเคราะห์ปัญหาผิวและออกแบบการรักษาโดยแพทย์ผู้มีความชำนาญการ ที่ The Signature Clinic เราไม่ได้มุ่งเน้นแค่การใช้เครื่องมือ แต่เราใส่ใจในการออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Plan) ทีมแพทย์ของเรามีความชำนาญและประสบการณ์ในการ ยกกระชับหน้า และแก้ปัญหา ผิวหน้ามีริ้วรอย การนำ โปรแกรม XERF เข้ามา หรือผสมผสานกับโปรแกรมอื่นเช่น Potenza Duo RF และ Sculpsure Submental ก็เพื่อเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์คนไข้ได้หลากหลายที่สุด ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ


