ผิวหย่อนคล้อย เป็นปัญหาผิวที่มาพร้อมกับอายุที่เพิ่มขึ้น เมื่อเรามีอายุมากขึ้น ผิวของเราจะแสดงออกถึงความเสื่อมสภาพผ่านปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับปัญหาผิวหย่อนคล้อย ที่จะทำให้ผิวและใบหน้าของเราดูแก่กว่าวัยได้อย่างน่าใจหาย ซึ่งในวันนี้ The Signature Clinic จะพาทุกคนมาทำความเข้าใจกับปัญหาผิวหย่อนคล้อย พร้อมกับแนะนำวิธีดูแลรักษาให้ผิวกลับมาเต่งตึงอีกครั้ง
สรุปผิวหย่อนคล้อย สาเหตุ ลักษณะ และวิธีแก้ไข
- ผิวหย่อนคล้อย คือ สภาพผิวที่ขาดความยืดหยุ่น มีริ้วรอย ไม่กระชับเต่งตึง อันเกิดจากการเสื่อมสภาพของคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นผิว ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญที่ช่วยค้ำจุนและยึดกุมผิวให้เรียบตึง
- สาเหตุหลักที่ทำให้ผิวหย่อนคล้อย ได้แก่ อายุที่มากขึ้น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน การรับแสงแดดและมลภาวะอย่างต่อเนื่อง การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด รวมถึงกรรมพันธุ์และการขาดการดูแลบำรุงที่ถูกวิธี
- ลักษณะของผิวหย่อนคล้อย จะเห็นเป็นผิวที่ขาดความตึง ไม่เรียบเนียน มีริ้วรอยลึกบริเวณแก้ม ใต้ตา ข้างปาก ผิวลำคอจะหย่อนเป็นวง กรอบหน้าไม่ได้รูป ซึ่งจะยิ่งชัดเจนเมื่ออายุมากขึ้น
- ปัญหาผิวหย่อนคล้อยที่เกิดในช่วงอายุต่างๆ เริ่มตั้งแต่วัย 20+ ผิวจะมีริ้วรอยบางๆ, 30+ ริ้วรอยชัดขึ้น ผิวเริ่มไม่กระชับ, 40+ ริ้วรอยลึก ไขมันใต้ผิวลดลงทำให้ผิวยุบตัว และ 50+ ริ้วรอยลึกชัดเจน รูปหน้าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
- วิธีแก้ไขผิวหน้าหย่อนคล้อย มีทั้งการดูแลเองที่บ้าน เช่น ทาครีมบำรุง ออกกำลังกายใบหน้า รวมถึงการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ เช่น ร้อยไหม ฉีดโบท็อกซ์ ฉีดฟิลเลอร์ ใช้เครื่องยกกระชับ ผ่าตัดดึงหน้า เป็นต้น โดยแต่ละวิธีจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เสริมความยืดหยุ่น และเติมเต็มผิวให้กลับมาตึงกระชับ
- The Signature Clinic มีบริการแก้ไขผิวหย่อนคล้อยด้วยนวัตกรรมความงามทันสมัยอย่าง Potenza ที่ใช้เทคนิคไมโครนีดลิ่ง ร่วมกับการกระตุ้นคอลลาเจนด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ให้กลับมาเรียบเนียนเต่งตึง ลดเลือนริ้วรอย โดยไม่ต้องผ่าตัด ใช้เวลาเพียง 60 นาที อยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่เจ็บ ไม่บอบช้ำ และไม่ต้องพักฟื้นนาน
- นอกจากการดูแลจากภายนอกแล้ว การป้องกันและชะลอการเกิดผิวหย่อนคล้อยยังต้องคู่กับการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ จัดการความเครียด ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ผิวแก่เร็ว รวมถึงบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม
- หากมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยอย่างเห็นได้ชัด และส่งผลกระทบต่อความมั่นใจ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังหรือผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ เพื่อเลือกใช้วิธีการรักษาและฟื้นฟูผิวที่ถูกต้องและเหมาะสม ป้องกันไม่ให้ผิวแก่เร็วกว่าวัย และเพื่อคงความอ่อนเยาว์ของผิวได้อย่างยั่งยืน
“ผิวหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร มีวิธีแก้อย่างไรบ้าง”
ผิวหย่อนคล้อย คืออะไร มีลักษณะอย่างไร?

ผิวหย่อนคล้อย คือ สภาพผิวที่ขาดความยืดหยุ่น ไม่เรียบเนียน และมีความหย่อนยานของผิว เกิดจากการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ทำให้ผิวขาดความกระชับ และมีริ้วรอยเกิดขึ้น โดยลักษณะของผิวหย่อนคล้อยจะสังเกตได้จากผิวที่ไม่เต่งตึง หย่อนยานไปตามแรงโน้มถ่วง มีรอยย่นหรือริ้วรอยลึกบริเวณใบหน้า เช่น หน้าผาก แก้ม รอบดวงตา ริมฝีปาก และบริเวณลำคอ
ผิวหย่อนคล้อยเกิดจากอะไร?
ผิวหย่อนคล้อยเกิดจากการเสื่อมสภาพของคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นผิวหนัง ซึ่งมีหน้าที่หลักในการค้ำจุนและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว เมื่อเราอายุมากขึ้น ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินได้น้อยลง ในขณะที่เซลล์ผิวกลับถูกทำลายมากขึ้นจากหลายปัจจัย จึงทำให้ผิวขาดความกระชับ เกิดการหย่อนคล้อยและมีริ้วรอย ซึ่งล้วนบ่งบอกถึงสัญญาณของผิวที่กำลังแก่ตัวลงนั่นเอง
ปัจจัยที่ทำให้เกิดผิวหย่อนคล้อย มีอะไรบ้าง?

นอกจากอายุที่มากขึ้นแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลให้ผิวเกิดความหย่อนคล้อยได้เช่นกัน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นตัวเร่งให้ผิวแก่เร็วกว่าปกติ และยังบั่นทอนคอลลาเจนกับอิลาสตินในผิวอย่างรวดเร็วอีกด้วย ได้แก่
1. อายุที่เพิ่มยิ่งขึ้น
เมื่อเราอายุมากขึ้น ความสามารถในการผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินตามธรรมชาติของร่างกายจะลดน้อยลง ทำให้ผิวเริ่มมีริ้วรอยและความหย่อนคล้อยมากขึ้นตามลำดับ ซึ่งสภาพผิวของคนอายุ 40 ปีขึ้นไป จะมีความแตกต่างจากผิวของเด็กแรกเกิดอย่างเห็นได้ชัด
2. ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง
ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงตามวัย จะทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่น เพราะฮอร์โมนชนิดนี้มีบทบาทสำคัญในการช่วยรักษาความอ่อนเยาว์ของเซลล์ผิว ดังนั้น เมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ผิวจึงแห้งกร้านและเกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้น
3. พักผ่อนไม่เพียงพอ
การนอนหลับให้เพียงพอในแต่ละวัน จะช่วยให้ร่างกายหลั่งโกรทฮอร์โมน ที่มีบทบาทสำคัญในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย รวมถึงช่วยสร้างเซลล์ผิวใหม่ แต่หากเรานอนหลับไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะผลิตโกรทฮอร์โมนได้น้อยลง ทำให้การฟื้นฟูผิวทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพนั่นเอง
4. มลภาวะต่าง ๆ
มลภาวะอย่างเช่น ฝุ่นละออง ควันรถ หรือควันบุหรี่ สามารถเข้าไปทำลายเซลล์ผิว และยับยั้งการทำงานของระบบผลิตคอลลาเจนกับอิลาสตินได้ หากได้รับมลภาวะเป็นประจำและต่อเนื่อง ก็จะเร่งให้ผิวแก่เร็วขึ้นและมีความหย่อนคล้อยได้ง่าย
5. รังสียูวีที่อยู่ในแสงแดด
รังสียูวีที่มาพร้อมกับแสงแดด ถือเป็นตัวการสำคัญที่คอยทำลายคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวหนัง เพราะรังสีเหล่านี้จะไปกระตุ้นการสร้างอนุมูลอิสระ ที่จะเข้าทำลายเซลล์ผิว ลดความยืดหยุ่น ทำให้ผิวหย่อนคล้อยและมีริ้วรอยได้ง่าย
6. ความเครียด
ความเครียดเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ที่มีผลเสียต่อเซลล์ผิวโดยตรง เพราะฮอร์โมนชนิดนี้จะไปทำลายคอลลาเจนและกดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ รวมถึงยังไปขัดขวางการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งมีความสำคัญในการรักษาความอ่อนเยาว์ของผิวอีกด้วย
การแก้ไขผิวหย่อนคล้อย มีวิธีไหนบ้าง
ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีความงามมากมาย ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยโดยเฉพาะ ทั้งในรูปแบบของทรีตเมนต์ดูแลผิวที่บ้าน ไปจนถึงการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ที่คลินิกความงาม ซึ่งแต่ละวิธีก็จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและระดับความรุนแรงของอาการผิวหย่อนคล้อย โดยวิธีแก้ไขผิวหย่อนคล้อยที่ได้รับความนิยมมีดังนี้
ฟิลเลอร์
วิธีแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อยอีกวิธีหนึ่ง คือการเสริมฟิลเลอร์ โดยจะเสริมสารเติมเต็มเข้าไปในชั้นผิวที่มีปัญหา เพื่อเติมเต็มผิวให้กลับมากระชับ และลดการเกิดร่องลึกหรือรอยย่น นอกจากนี้ ฟิลเลอร์ยังช่วยเติมเต็มปริมาตรของใบหน้า ให้ผิวกลับมาเนียนเรียบ ดูเต่งตึง และเข้ารูปอีกครั้ง
เครื่องยกกระชับหน้า
ปัจจุบันมีนวัตกรรมเครื่องยกกระชับหน้ามากมาย ซึ่งทำงานผ่านการปล่อยพลังงานเข้าไปกระตุ้นการทำงานของชั้นผิว เช่น คลื่นอัลตราซาวด์ คลื่นวิทยุความถี่สูง หรือพลังงานความร้อน ที่จะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ เพื่อช่วยให้ผิวกระชับ เต่งตึง โดยที่ The Signature Clinic มีโปรแกรม Potenza ที่นำเอานวัตกรรม Microneedling RF เข้ามาใช้ ทำให้สามารถยกกระชับและปรับโครงสร้างผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ออกกำลังกายหน้า
การออกกำลังกายใบหน้าเป็นวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยแบบธรรมชาติได้ เนื่องจากเป็นการบริหารกล้ามเนื้อบนใบหน้า ให้มีความกระชับและแข็งแรงขึ้น ด้วยท่าออกกำลังกายหน้าหลากหลายแบบ ซึ่งจะช่วยให้ผิวยกกระชับและดูอ่อนเยาว์มากขึ้น แต่อาจต้องใช้ระยะเวลานานและต้องทำอย่างสม่ำเสมอ จึงจะเห็นผลลัพธ์
ในแต่ละช่วงอายุ จะพบปัญหาผิวอะไรบ้าง?
การเสื่อมสภาพของผิวจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงอายุ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย การทำงานของระบบผิวที่เปลี่ยนไป รวมถึงปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ที่ส่งผลให้ผิวมีการเปลี่ยนแปลงและเกิดความเสียหายในระดับต่าง ๆ โดยเราสามารถแบ่งการเปลี่ยนแปลงของสภาพผิวตามช่วงอายุได้ดังนี้
ช่วงอายุ 20+
ในช่วงอายุ 20 ปี ผิวจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ได้แก่
- ปริมาณคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวเริ่มลดลง
- เริ่มเห็นริ้วรอยบางเบาบริเวณหางตา
- ผิวอาจมีความหมองคล้ำและขาดความกระจ่างใสกว่าช่วงวัยรุ่น
ช่วงอายุ 30+
เมื่อเข้าสู่วัย 30 ปี ผิวจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ได้แก่
- คอลลาเจนและอิลาสตินถูกทำลายมากขึ้น ทำให้เกิดริ้วรอยชัดเจน
- ผิวชั้นนอกมีการผลัดเซลล์ผิวช้าลง ส่งผลให้ผิวแห้งกร้านและหยาบกระด้าง
- เริ่มสังเกตเห็นความหย่อนคล้อยของผิวได้ในบางจุด เช่น เหนียง แก้ม
ช่วงอายุ 40+
เมื่ออายุเข้าสู่เลข 4 ผิวจะเริ่มอ่อนแอและมีปัญหามากขึ้น ได้แก่
- ชั้นไขมันใต้ผิวเริ่มลดลง ทำให้ผิวเกิดการยุบตัว ไม่กระชับเหมือนวัยเด็ก
- เกิดการเสื่อมสภาพของ SMAS หรือเนื้อเยื่อพังผืดที่ค้ำจุนโครงสร้างผิว ส่งผลให้ผิวหย่อนคล้อยชัดเจน
- ริ้วรอยลึกมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณใต้ตา ข้างจมูก หรือร่องแก้ม
ช่วงวัย 50+
เมื่อเข้าสู่วัย 50 ปี การเสื่อมสภาพของผิวจะยิ่งชัดเจนมากขึ้น ได้แก่
- ริ้วรอยร่องลึกเห็นได้อย่างเด่นชัด
- ผิวเริ่มบางลง ขาดความยืดหยุ่น และเกิดความหย่อนคล้อยอย่างชัดเจน
- โครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อใบหน้าเริ่มเกิดการยุบตัว ทำให้สัดส่วนของใบหน้าเปลี่ยนไป
การปรับพฤติกรรมเพื่อทำให้ผิวหย่อนคล้อย กลับมาเต่งตึงอีกครั้ง
หากเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้ถูกต้อง ก็จะช่วยชะลอความเสื่อมของผิวและลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ ดังนี้
- รับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรออกกำลังกายหักโหมเกิน 40 นาทีต่อครั้ง
- พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับวันละ 6-8 ชั่วโมง ช่วงเวลา 21.00 – 04.00 น.
- จัดการความเครียด ผ่อนคลาย เพื่อให้จิตใจแจ่มใส ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพผิว
- ทานน้ำเปล่าให้เพียงพอ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอาหารที่มีน้ำตาลสูง
- ใช้ครีมกันแดดทุกครั้งที่ออกแดด เพื่อป้องกันรังสี UV
- ทำความสะอาดผิวหน้าทุกวัน เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและมลภาวะที่อุดตันผิว
การแก้ผิวหย่อนคล้อย ด้วย โปรแกรม Potenza
โปรแกรม Potenza ที่ The Signature Clinic ใช้ เป็นเทคโนโลยีใหม่ในการยกกระชับผิวและแก้ไขปัญหาหน้าหย่อนคล้อย โดยใช้การผสมผสานนวัตกรรม Microneedling และ Radio Frequency เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างล้ำลึก ทั้งช่วยยกกระชับผิว แก้ไขปัญหาริ้วรอย รวมถึงลดเรือนริดสีดวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถจัดการกับผิวหน้าหย่อนคล้อยให้กลับมากระชับ เรียบเนียน และดูอ่อนเยาว์ โดยใช้เวลาในการทำเพียง 60 นาที และมีดาวน์ไทม์น้อยมาก
“Potenza เทคโนโลยีที่จะฟื้นสภาพผิวให้กลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง”
หากต้องการรักษาผิวหย่อนคล้อย กับผู้ชำนาญการ ให้เลือกใช้บริการ รูขุมขนกว้าง
การรักษาผิวหย่อนคล้อยด้วยวิธีการทางการแพทย์จะให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและตรงจุดกว่าการดูแลผิวทั่วไป เนื่องจากเป็นการรักษาผิวโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะช่วยให้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยกลับมาเต่งตึงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหากคุณเลือกใช้บริการของ The Signature Clinic ที่มีความเชี่ยวชาญด้านผิวโดยตรง และมีเทคโนโลยีความงามอย่าง Potenza ที่ใช้เทคนิคไมโครนีดลิ่งคลื่นวิทยุ ซึ่งได้รับการรับรองความปลอดภัย ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้นนาน ก็จะยิ่งช่วยกระชับผิวหย่อนคล้อยให้ตึงกระชับได้เร็วขึ้น พร้อมเผยผิวสวยเปล่งปลั่งที่ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
สรุป
ผิวหย่อนคล้อยเป็นปัญหาผิวที่ทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย เกิดจากการเสื่อมสภาพของคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นผิว รวมถึงเซลล์ไขมันที่เริ่มลดลงตามอายุขัย ซึ่งวิธีแก้ไขนั้นมีตั้งแต่การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การกินอาหารบำรุงผิว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไปจนถึงการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม หากคุณมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและต้องการใบหน้าที่กระชับเต่งตึงดั่งวัยสาว The Signature Clinic พร้อมดูแลคุณด้วยเทคโนโลยี Potenza ที่ใช้เทคนิคพิเศษในการยกกระชับผิวหน้าหย่อนคล้อย ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้แก่ผิว ปรับหน้าให้ตึงกระชับ พร้อมลดเลือนริ้วรอย โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด ไม่เจ็บ และไม่ต้องพักฟื้นนาน เพื่อให้คุณมั่นใจได้ในทุกขั้นตอนการดูแลรักษาค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
อายุ 40 ควรทําหัตถการอะไร?
สำหรับผู้ที่มีอายุประมาณ 40 ปี ควรเลือกทำหัตถการที่ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยและกระชับผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย เช่น การทำทรีตเมนต์ด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) เครื่อง HIFU เทคโนโลยีอัลเทอร่า ร้อยไหม เสริมสารกระตุ้นคอลลาเจน เป็นต้น ซึ่งจะช่วยคงความอ่อนเยาว์ของผิวพรรณไว้ได้นานขึ้น
ผิวหน้าหย่อนคล้อย ควรทําอย่างไร?
หากเริ่มสังเกตเห็นผิวหน้าหย่อนคล้อยก่อนวัยอันควร ให้รีบทำการแก้ไขและป้องกันโดยเร่งด่วน ผ่านวิธีการต่าง ๆ ดังนี้ ได้แก่ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด พร้อมทั้งบำรุงผิวด้วยครีมที่อุดมด้วยสารสกัดบำรุงผิว และเข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อผลลัพธ์ที่รวดเร็วและเห็นชัด
หน้าหย่อนคล้อยใช้ครีมอะไรดี?
หากต้องการใช้ครีมเพื่อบำรุงและลดความหย่อนคล้อยของผิว ควรเลือกครีมที่มีสารบำรุงเหล่านี้ เช่น เรตินอล ที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน, กรดไฮยาลูรอนิค ที่ช่วยเติมน้ำและเพิ่มความอ่อนนุ่มให้ผิว, วิตามินซี ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน, หรือเปปไทด์ ที่ช่วยเสริมโครงสร้างผิวให้แข็งแรง เป็นต้น ซึ่งควรเลือกสูตรที่เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาผิวของตัวเอง
วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยชะลอริ้วรอย?
วิตามินที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ ชะลอการเกิดริ้วรอยและการหย่อนคล้อยของผิว ได้แก่ วิตามินเอ หรือเรตินอล ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว, วิตามินบี 3 ที่ช่วยปรับโทนสีผิว ลดริ้วรอยและฝ้า, วิตามินซีที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว และวิตามินอีที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินให้แก่ผิว
มีวิธีฟื้นฟูผิวหน้าอย่างไรบ้าง?
การฟื้นฟูผิวหน้าให้กลับมาเปล่งปลั่งเต่งตึง มีหลากหลายวิธี เช่น
- Resurfacing ด้วยเลเซอร์ Erbium ช่วยผลัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพ ลดริ้วรอยและรูขุมขน
- Mesotherapy เสริมวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ผิว เพื่อเร่งการซ่อมแซมและกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่
- Dermabrasion การขัดผิวหน้าแบบ Diamond Peel เพื่อกำจัดเซลล์ผิวเก่าและฟื้นบำรุงผิวให้เรียบเนียน
- ทรีตเมนต์ด้วยคลื่นแสง IPL เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนชั้นลึก ฟื้นบำรุงผิวให้สดใส
- การรักษาด้วยสเต็มเซลล์ Placenta ซึ่งอุดมไปด้วยโกรทแฟคเตอร์และกรดอะมิโน ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้ดูอ่อนเยาว์


