รู้หรือไม่ Pico Laser แบ่งเป็น 755nm และ 1064nm? ความเหมาะสมในการรักษาแต่ละปัญหาผิว

สารบัญ

เคยสงสัยไหมว่าทำไมการรักษาด้วย Pico Laser ในแต่ละที่จึงให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน? หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ “ความยาวคลื่น” ที่เลือกใช้ ซึ่งโดยหลักแล้วจะแบ่งเป็น 755 นาโนเมตร (nm) และ 1064 นาโนเมตร (nm) บทความนี้จะเจาะลึกถึงความแตกต่างของ เลเซอร์ Pico ทั้งสองชนิด เพื่อให้คุณเข้าใจว่า Pico laser ช่วยอะไรได้บ้าง? และแบบไหนที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวของคุณมากที่สุด ตั้งแต่ปัญหารอยดำ ฝ้า กระ ไปจนถึงหลุมสิว เพื่อให้คุณสามารถปรึกษาแพทย์และวางแผนการรักษาได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้นกับ เทคโนโลยี Picosure ที่ The Signature Clinic

เลือก Pico Laser ให้ถูก! 755nm จัดการรอยดำ, 1064nm แก้ปัญหาหลุมสิว

ความแตกต่างสำคัญของ Pico Laser อยู่ที่ “ความยาวคลื่น” ซึ่งออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาผิวคนละประเภท ทำให้การเลือกใช้ให้ถูกกับปัญหาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

Pico Laser 755nm (สำหรับปัญหาสีผิว)

มีความชำนาญในการจัดการ “เม็ดสี” ที่ผิวชั้นบนเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับ:

  • รอยดำจากสิว
  • ฝ้า กระ และจุดด่างดำ
  • ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ กระจ่างใส
  • จุดเด่น: ผลข้างเคียงน้อยมาก พักฟื้นสั้น หลังทำมีเพียงรอยแดงระเรื่อเล็กน้อย

Pico Laser 1064nm (สำหรับปัญหาโครงสร้างผิว)

เน้นการส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นหนังแท้เพื่อ “กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน” เหมาะสำหรับ:

  • หลุมสิว
  • รูขุมขนกว้าง
  • รอยแผลเป็น
  • ข้อควรรู้: อาจมีจุดเลือดออกใต้ผิวหนังบ้าง (เป็นเรื่องปกติของการกระตุ้นผิว) และใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าเล็กน้อย

“ Pico Laser แบ่งเป็น 755nm และ 1064nm ต่างกันอย่างไร? ความเหมาะสมในการรักษา ”

หลักการทำงานของ Pico Laser

Pico Laser คือนวัตกรรมเลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานแสงด้วยความเร็วสูงสุดในระดับ Picosecond (1 ต่อล้านล้านวินาที) พลังงานที่ถูกปล่อยออกมาอย่างรวดเร็วนี้จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘Photoacoustic Effect’ ซึ่งเป็นแรงกระแทกเชิงกลเข้าไปทำลายเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติให้แตกตัวออกเป็นอนุภาคเล็กละเอียดที่สุด ร่างกายจึงสามารถกำจัดออกไปได้ง่ายขึ้น หลักการนี้ช่วยลดการสะสมความร้อนบนผิว ทำให้มีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงเช่นรอยไหม้ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับเลเซอร์รุ่นเก่า

ความแตกต่างระหว่าง Pico Laser 755nm และ 1064nm

หัวใจของความแตกต่างระหว่าง Pico Laser ทั้งสองชนิดอยู่ที่ “ความยาวคลื่น” (Wavelength) ซึ่งกำหนดเป้าหมายที่เลเซอร์จะเข้าไปทำปฏิกิริยาในชั้นผิว (Chromophore) ความยาวคลื่น 755nm ถูกออกแบบมาให้มีความสามารถในการดูดซับโดยเม็ดสีเมลานิน (สีดำ/น้ำตาล) ได้สูงเป็นพิเศษ ในขณะที่ความยาวคลื่น 1064nm สามารถเดินทางลงสู่ชั้นผิวได้ลึกกว่า เพื่อกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน การเลือกใช้ความยาวคลื่นจึงขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยปัญหาผิวของแต่ละบุคคลโดยแพทย์ผู้มีความชำนาญ

Pico Laser 755nm เหมาะกับปัญหาผิวประเภทไหน?

ด้วยคุณสมบัติที่ถูกดูดซับโดยเม็ดสีเมลานินได้ดีเยี่ยม ความยาวคลื่น 755nm จึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับการรักษาปัญหาเม็ดสีที่อยู่บริเวณผิวชั้นบนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะปัญหาเหล่านี้:

  • รอยดำจากสิว (Post-Inflammatory Hyperpigmentation): สามารถจัดการเม็ดสีส่วนเกินได้อย่างตรงจุด ทำให้รอยดำจางลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ฝ้า (Melasma) และ กระ (Freckles/Lentigines): พลังงานเลเซอร์จะเข้าไปทำให้กลุ่มเม็ดสีที่รวมตัวกันหนาแน่นแตกกระจายตัวออก ทำให้สีของฝ้าและกระจางลง
  • ปานโอตะ (Nevus of Ota): เหมาะสำหรับการรักษาปานชนิดที่อยู่ไม่ลึกมาก
  • การฟื้นฟูผิวโดยรวม (Skin Rejuvenation): ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและกระจ่างใสขึ้น

ข้อดีของ Pico Laser 755nm:

  • มีความจำเพาะต่อเม็ดสีสูง ทำให้ใช้พลังงานที่ต่ำกว่าในการรักษาเมื่อเทียบกับความยาวคลื่นอื่น
  • ลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง
  • หลังการรักษามักเกิดเพียงรอยแดงระเรื่อซึ่งจะค่อยๆ หายไปเองในไม่กี่ชั่วโมง
  • แทบไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้ได้จาก บทความที่ให้ความรู้เกี่ยวกับ Pico Laser เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

Pico Laser 1064nm เหมาะกับปัญหาผิวประเภทไหน?

ความยาวคลื่น 1064nm มีจุดเด่นที่สามารถส่งพลังงานลงไปได้ลึกถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) จึงเหมาะกับการรักษาปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างผิวและการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ปัญหาที่ตอบโจทย์ความยาวคลื่นนี้ ได้แก่:

  • หลุมสิว (Acne Scars): พลังงานที่ลงลึกจะกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่เพื่อเติมเต็มหลุมสิวให้ตื้นขึ้น
  • รูขุมขนกว้าง (Enlarged Pores): การสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินรอบรูขุมขนช่วยให้ผิวดูแน่นกระชับและเรียบเนียนขึ้น
  • รอยแผลเป็น (Scars): ช่วยปรับโครงสร้างผิวบริเวณรอยแผลเป็นให้ดูดีขึ้น
  • การลบรอยสัก (Tattoo Removal): โดยเฉพาะรอยสักสีเข้ม เช่น สีดำและสีน้ำเงิน

ข้อควรทราบเกี่ยวกับ Pico Laser 1064nm:

  • ในการรักษาปัญหาหลุมสิว อาจจำเป็นต้องใช้พลังงานสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง (Petechiae) ได้ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของผิวในการตอบสนองต่อการรักษาเพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมตัวเอง
  • อาจต้องการเวลาในการพักฟื้นนานกว่าแบบ 755nm เล็กน้อย
  • การเลือกใช้เทคโนโลยี Pico ที่ทันสมัยจะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) ได้อย่างมาก

ผลข้างเคียงและการฟื้นตัวหลังการรักษา

การดูแลตัวเองหลังทำเลเซอร์เป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่า Pico Laser จะมีผลข้างเคียงน้อย แต่การทำความเข้าใจถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นจะช่วยให้คุณเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม

  • หลังการรักษาด้วย 755nm: โดยทั่วไปผิวจะมีรอยแดงอมชมพูเล็กน้อย ซึ่งมักจะหายได้เองภายใน 2-3 ชั่วโมง ไม่มีสะเก็ดแผล สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตได้ตามปกติในวันถัดไป
  • หลังการรักษาด้วย 1064nm: สำหรับการรักษาหลุมสิว อาจมีจุดเลือดออกเล็กๆ ใต้ผิว ซึ่งจะค่อยๆ จางหายไปใน 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ

ทางเลือกอื่นสำหรับการรักษาหลุมสิว

สำหรับผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวโดยเฉพาะ นอกจากการใช้ Pico Laser ที่ความยาวคลื่น 1064nm แล้ว ยังมีเทคโนโลยีอื่นที่เป็นทางเลือกในการรักษาได้ เช่น Fractional RF Microneedling (เช่น Potenza) หรือเลเซอร์ในกลุ่ม Ablative อย่าง Erbium:YAG

  • เลเซอร์ Erbium:YAG: เป็นเลเซอร์ที่ใช้ในการกรอผิว (Resurfacing) เพื่อปรับความเรียบเนียนของผิวรอบหลุมสิวให้ดูสม่ำเสมอขึ้น
  • ข้อควรพิจารณา: เลเซอร์กลุ่มนี้ทำงานโดยใช้ความร้อน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดรอยดำหลังการรักษา (PIH) ได้สูงกว่า Pico Laser ที่เน้นการใช้แรงกระแทกเชิงกลแทนความร้อน การตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาจึงควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์

Pico Laser ปลอดภัยไหม? อันตรายต่อผิวหรือไม่?

Pico Laser เป็นเทคโนโลยีที่ผ่านการรับรองจากองค์กรอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US FDA) ว่ามีประสิทธิภาพและความเสี่ยงต่ำเมื่ออยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีความชำนาญการและใช้เครื่องมือที่เป็นมาตรฐาน การเลือกสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือ ซึ่งให้ความสำคัญกับการประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดก่อนทำการรักษา และให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองทั้งก่อนและหลังทำอย่างถูกต้อง คือกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์

สรุป

การเลือกรักษาด้วย Pico Laser ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนั้นเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจปัญหาผิวของตนเอง โดยมีแนวทางง่ายๆ คือ:

  • เลือก 755nm: หากคุณกังวลเรื่องปัญหาเม็ดสี เช่น รอยดำ ฝ้า กระ และต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วโดยมีระยะเวลาพักฟื้นน้อยที่สุด
  • เลือก 1064nm: หากเป้าหมายหลักของคุณคือการรักษาปัญหาโครงสร้างผิว เช่น หลุมสิว รูขุมขนกว้าง หรือรอยแผลเป็น

อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยจากแพทย์ผู้มีความชำนาญเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่ The Signature Clinic ทีมแพทย์ของเราจะทำการประเมินสภาพผิวของคุณอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลโดยใช้เทคโนโลยี PicoSure Pro ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระดับสูงที่สามารถปรับเปลี่ยนการรักษาให้เหมาะกับคุณได้อย่างแม่นยำ

คำถามที่พบบ่อย

การทำ Pico Laser ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล

จำนวนครั้งในการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหา สภาพผิว และการตอบสนองของแต่ละบุคคล โดยทั่วไป สำหรับปัญหารอยดำ อาจเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ 1-3 ครั้งขึ้นไป ส่วนปัญหาหลุมสิวอาจต้องใช้จำนวนครั้งที่มากกว่าและทำอย่างต่อเนื่องตามแผนการรักษาของแพทย์

ก่อนเลเซอร์หน้า ควรหลีกเลี่ยงอะไรบ้าง

ก่อนเข้ารับการรักษาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดจัด การสครับหรือขัดผิวแรงๆ และงดใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของกรดวิตามินเอ (Retinoids), AHA, หรือ BHA เพื่อลดโอกาสการระคายเคืองของผิว

หลักการการทำงานของ Pico Laser คืออะไร

หลักการสำคัญคือการปล่อยพลังงานแสงความเร็วสูง (Picosecond) เพื่อสร้างแรงกระแทก (Photoacoustic Effect) ทำให้เม็ดสีที่ผิดปกติแตกตัวเป็นอนุภาคขนาดเล็กมาก โดยไม่ก่อให้เกิดความร้อนสะสมบนผิว จึงช่วยลดผลข้างเคียงและระยะเวลาพักฟื้น

“ปรับผิวให้เนียน ด้วย Pico Laser เทคโนโลยีที่จะฟื้นสภาพผิวให้กลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง”

หากต้องการรักษาด้วย Pico Laser ทำไมต้องใช้บริการจาก The Signature Clinic

the-signature-clinic-cta

การเลือกรักษาปัญหาผิวจำเป็นต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัยและทีมแพทย์ที่มีความชำนาญการสูง ที่ The Signature Clinic เราได้รับความไว้วางใจให้เป็น Cynosure Signature Partner และใช้เทคโนโลยี Picosure Pro ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลกในการรักษาปัญหาเม็ดสีและฟื้นฟูผิว ทีมแพทย์ของเรานำโดยอาจารย์แพทย์ผู้ฝึกสอนแพทย์ท่านอื่น จึงมีความเข้าใจในโครงสร้างผิวและการใช้พลังงานอย่างลึกซึ้ง ทำให้สามารถออกแบบการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยเพื่อมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณโดยเฉพาะ

บทความที่คล้ายกัน

เลเซอร์ลบรอยดำ 1

เลเซอร์ลบรอยดำ ทางลัดผิวใสที่ปลอดภัย หรือแค่กระแส? เจาะลึกทุกข้อเท็จจริง

ไขข้อข้องใจ เลเซอร์ลบรอยดำ ช่วยกู้ผิวใสได้จริงไหม? เจาะลึกเทคโนโลยี Pico Laser และวิธีเลือกคลินิกให้ปลอดภัย เห็นผลไว ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น

รักษาหลุมสิว 1

รักษาหลุมสิว: คู่มือฉบับสมบูรณ์ เลือกวิธีไหนให้จบปัญหาผิวไม่เรียบเนียน

กำลังกังวลเรื่องรักษาหลุมสิว? ค้นพบคำตอบเรื่องความเจ็บ ค่าใช้จ่าย และผลลัพธ์ที่ได้จริง พร้อมวิธีดูแลผิวให้กลับมาเรียบเนียน ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนเริ่มรักษา

สิวอุดตันไม่มีหัว 1

สิวอุดตันไม่มีหัว: สาเหตุ วิธีรักษา และการป้องกันที่ถูกต้อง

สิวอุดตันไม่มีหัว เป็นตุ่มนูนแดง เจ็บแต่บีบไม่ออก เกิดจากอะไร? พบคำตอบพร้อมวิธีรักษาสิวอักเสบไม่มีหัว ทั้งการดูแลด้วยตัวเองและเทคโนโลยีทางการแพทย์ อ่านเลย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save