ใต้ตาคล้ำ เป็นปัญหาด้านความงามที่พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในผู้ที่พักผ่อนน้อย เครียด หรือมีปัจจัยทางกรรมพันธุ์ บริเวณใต้ตาที่คล้ำอาจส่งผลให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า ไม่สดใส และอาจบั่นทอนความมั่นใจได้ The Signature Clinic พร้อมให้คำแนะนำและแนวทางแก้ไขปัญหานี้อย่างถูกต้อง ด้วยแนวทางทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และตรงกับสาเหตุอย่างแท้จริง
สรุปการรักษาใต้ตาคล้ำ สาเหตุ วิธีดูแล และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เหมาะสม
- ใต้ตาคล้ำ เป็นภาวะที่ผิวรอบดวงตาดูหมองคล้ำหรือมีสีเข้มผิดปกติ ส่งผลต่อภาพลักษณ์และความมั่นใจ พบได้จากหลายปัจจัยทั้งภายในและภายนอก เช่น พันธุกรรม ผิวบางลง หรือหลอดเลือดดำที่เห็นชัดเจน
- สาเหตุของใต้ตาคล้ำสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่ แบบเม็ดสีสะสม, แบบหลอดเลือด, แบบโครงสร้าง และแบบผสม ซึ่งแต่ละประเภทจำเป็นต้องใช้วิธีการรักษาที่แตกต่างกัน
- การดูแลตัวเองเบื้องต้นที่สามารถช่วยบรรเทารอยคล้ำใต้ตา ได้แก่ การนอนหลับให้เพียงพอ, ดื่มน้ำให้มาก, ทาครีมบำรุงรอบดวงตา, ประคบเย็น, ปกป้องผิวจากแสงแดด, รวมถึงการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น ถุงชา แตงกวา และว่านหางจระเข้
- วิตามินและอาหารเสริมที่ช่วยลดรอยคล้ำใต้ตา ได้แก่ วิตามิน C, K, E, สารสกัดจากเมล็ดองุ่น และโอเมก้า 3 ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มความแข็งแรงให้ผิว และลดการอักเสบของหลอดเลือด
- โปรแกรม Potenza ที่ The Signature Clinic คือเทคโนโลยี RF Microneedle ที่สามารถรักษาผิวรอบดวงตาได้อย่างแม่นยำ ลดความคล้ำ กระชับผิวโดยไม่ทำให้รู้สึกเจ็บ พร้อมผลลัพธ์ที่ดีโดยไม่ต้องพักฟื้น
- The Signature Clinic ให้บริการดูแลรักษาปัญหาใต้ตาคล้ำโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ
- สำหรับผู้ที่กำลังมองหาแนวทางฟื้นฟูรอยคล้ำใต้ตาอย่างมืออาชีพ การเข้ารับคำปรึกษาและดูแลกับ The Signature Clinic คือทางเลือกที่เหมาะสมและมั่นใจได้ในคุณภาพ
“ใต้ตาคล้ำ คืออะไร รักษาวิธีไหนให้ได้ผลดี”
ใต้ตาคล้ำ คืออะไร?

ภาวะใต้ตาคล้ำ (Periorbital Hyperpigmentation) คือการที่ผิวหนังบริเวณรอบดวงตามีสีเข้มกว่าส่วนอื่นของใบหน้า อาจปรากฏเป็นสีม่วง เทา น้ำตาล หรือดำ ซึ่งสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัยทั้งด้านกายภาพ เคมี และพันธุกรรม โดยในทางการแพทย์ ใต้ตาคล้ำแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ แบบเม็ดสีสะสม (pigmented type), แบบหลอดเลือด (vascular type), แบบโครงสร้าง (structural type) และแบบผสม (mixed type) การวินิจฉัยและแยกประเภทอย่างถูกต้องมีความสำคัญต่อการวางแผนรักษาที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสม
ใต้ตาคล้ำ มีสาเหตุเกิดจากอะไร?
แม้หลายคนจะเข้าใจว่าใต้ตาคล้ำเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง สาเหตุของรอยคล้ำใต้ตามีความหลากหลายและซับซ้อนมากกว่านั้น การรู้เท่าทันต้นตอของปัญหา จะช่วยให้สามารถเลือกแนวทางการดูแลและรักษาได้ตรงจุดยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถจำแนกสาเหตุหลักได้ดังนี้:
- พันธุกรรม: พบได้บ่อย โดยเฉพาะในคนเอเชีย
- ความบางของผิวหนังรอบดวงตา: ทำให้เห็นหลอดเลือดใต้ผิวชัดเจน
- เม็ดสีเมลานินสะสม: เกิดจากการกระตุ้นด้วยแสง UV หรือฮอร์โมน
- เส้นเลือดดำคั่ง: มักพบในผู้ที่มีภูมิแพ้ หรือถูตาบ่อย
- เบ้าตาลึก / ถุงใต้ตา: ทำให้เกิดเงาบริเวณใต้ตา
- ความเครียด พักผ่อนน้อย: ส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือด
- อายุที่เพิ่มขึ้น: ผิวเสื่อมสภาพ ขาดความกระชับ
10 วิธีแก้ใต้ตาคล้ำ ทำแล้วได้ผลดี

แม้ใต้ตาดำหรือขอบตาดํารักษาได้หลากหลายวิธี แต่การดูแลตัวเองจากภายในเป็นพื้นฐานสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม วิธีแก้ใต้ตาดำแบบธรรมชาติสามารถช่วยลดความรุนแรงของปัญหาได้ โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดจากพฤติกรรมหรือปัจจัยภายนอก การปรับพฤติกรรมเล็กน้อยในชีวิตประจำวันสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีได้ในระยะยาว ดังต่อไปนี้คือแนวทางที่แนะนำ:
1. นอนหลับให้เพียงพอ
การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ใต้ตาดำเกิดจากระบบไหลเวียนเลือดไม่สมดุล ส่งผลให้ขอบตาคล้ำลง การนอนวันละ 7–9 ชั่วโมงต่อเนื่องสม่ำเสมอสามารถช่วยให้รอยคล้ำใต้ตาลดลงอย่างเห็นได้ในระยะยาว และช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเองได้อย่างเต็มที่
2. การใช้ครีมบำรุงรอบดวงตา
ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวรอบดวงตาที่มีสารออกฤทธิ์อย่างวิตามิน C, คาเฟอีน, เปปไทด์ หรือเรตินอลอ่อน ๆ สามารถช่วยลดรอยคล้ำใต้ตาได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะชนิดที่เกิดจากการสะสมของเม็ดสีหรือการอักเสบ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบทางผิวหนังแล้วเท่านั้น
3. การประคบเย็นใต้ตา
การใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือแผ่นเจลเย็นประคบบริเวณใต้ตา สามารถช่วยลดการบวมและหดหลอดเลือดใต้ผิวหนัง ซึ่งช่วยลดความคล้ำที่เกิดจากเส้นเลือดดำคั่ง การประคบควรทำต่อเนื่องวันละ 1–2 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ดี
4. การปกป้องผิวจาก UV และแสงแดด
รังสี UV เป็นตัวกระตุ้นให้เม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีแนวโน้มผิวคล้ำได้ง่าย การทาครีมกันแดดรอบดวงตาอย่างระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงแสงแดดจ้า ช่วยลดความเสี่ยงของรอยคล้ำใต้ตาได้เป็นอย่างดี
5. พยายามดื่มน้ำให้เพียงพอ
การขาดน้ำอาจทำให้ผิวรอบดวงตาดูแห้งกร้านและหมองคล้ำ การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมวันละ 6–8 แก้วต่อวัน จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและส่งเสริมการไหลเวียนโลหิต ส่งผลให้ขอบตาดำลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ
6. การมาส์กใต้ตาด้วยถุงชา
การใช้ถุงชาดำหรือชาเขียวแช่เย็นวางไว้ใต้ตาสามารถช่วยลดการอักเสบและความคล้ำได้ เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระและสารที่ช่วยหดหลอดเลือด ทำให้บริเวณขอบตาดูนุ่มนวลและสดใสขึ้นได้ในระดับหนึ่ง
7. การทาว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติในการให้ความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ จึงสามารถช่วยฟื้นฟูผิวบริเวณใต้ตาที่อ่อนล้าและลดรอยคล้ำได้ โดยควรเลือกใช้เจลว่านหางจระเข้บริสุทธิ์
8. การมาสก์ด้วยโยเกิร์ตผสมน้ำผึ้ง
โยเกิร์ตและน้ำผึ้งมีคุณสมบัติในการให้ความชุ่มชื้นและต้านการอักเสบ เมื่อนำมาผสมและใช้เป็นมาสก์ใต้ตาสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง สามารถช่วยให้ผิวใต้ตาดูเรียบเนียนขึ้นและลดความหมองคล้ำอย่างเป็นธรรมชาติ
9. การใช้แตงกวาฝานเย็น
แตงกวามีสารซิริลินที่ช่วยให้ผิวสดชื่นและลดอาการบวมของถุงใต้ตา การใช้แตงกวาฝานบาง ๆ แช่เย็นมาวางบริเวณใต้ตา 10–15 นาที สามารถช่วยให้ตาดูสดใสและลดรอยคล้ำใต้ตาได้
10. พยายามลดการบริโภคโซเดียม
การรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูงอาจส่งผลให้เกิดการกักเก็บน้ำและบวมบริเวณใต้ตา ซึ่งจะทำให้ขอบตาดําชัดเจนขึ้น การปรับพฤติกรรมการกินโดยหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปหรือเค็มจัดจะช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
วิธีแก้ใต้ตาดำ ด้วยหัตถการทางการแพทย์
ในบางกรณีที่การดูแลตัวเองหรือการใช้วิธีธรรมชาติยังไม่สามารถลดรอยคล้ำใต้ตาได้อย่างชัดเจน การรักษาด้วยหัตถการทางการแพทย์จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยม ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้การรักษามีความแม่นยำ เห็นผล และมีผลข้างเคียงน้อยลง การเลือกวิธีรักษาควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อให้เหมาะสมกับชนิดของใต้ตาคล้ำในแต่ละบุคคล
การเลเซอร์ Picosure Pro
การใช้เลเซอร์รักษารอยคล้ำใต้ตาอย่าง Picosure Pro จะช่วยลดเม็ดสีเมลานินในชั้นผิว พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เหมาะกับรอยคล้ำที่มีสาเหตุจากเม็ดสีสะสมและหลอดเลือด การรักษานี้สามารถช่วยให้ขอบตาดูสว่างขึ้นและผิวเรียบเนียนขึ้น โดยต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น >> รู้จักโปรแกรม Picosure Pro เพิ่มเติม
การเสริมฟิลเลอร์ใต้ตา
การเติมฟิลเลอร์ใต้ตาเหมาะสำหรับผู้ที่มีเบ้าตาลึกหรือมีเงาจากโครงสร้าง ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นใต้ตาดำ การใช้สารเติมเต็ม Hyaluronic Acid ที่ปลอดภัยสามารถช่วยเติมเต็มร่องลึกบริเวณใต้ตา ลดเงาและความหมองคล้ำอย่างชัดเจน ผลลัพธ์สามารถเห็นได้ทันทีหลังทำ และจะคงอยู่ได้นานหลายเดือน >> รู้จักโปรแกรมฟิลเลอร์ เพิ่มเติม
การยกกระชับด้วย Potenza
เทคโนโลยี RF Microneedling อย่าง Potenza ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นลึก เหมาะสำหรับผู้ที่มีใต้ตาคล้ำจากผิวบางหรือเสื่อมสภาพตามวัย การรักษานี้ช่วยยกกระชับผิวบริเวณรอบดวงตา ทำให้รอยคล้ำและความหย่อนคล้อยลดลง โดยใช้พลังงานความร้อนเฉพาะจุดและมีระบบควบคุมอุณหภูมิอย่างแม่นยำ จึงให้ผลดีโดยไม่ก่อให้เกิดความเจ็บ >> รู้จักโปรแกรม Potenza เพิ่มเติม
ใต้ตาคล้ำ ควรทานอาหารเสริมและวิตามินอะไร?
การเสริมโภชนาการเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูผิวและลดขอบตาดำได้ หากเลือกรับประทานอย่างเหมาะสมร่วมกับการพักผ่อนให้เพียงพอ และการดูแลผิวภายนอก อาจช่วยลดรอยคล้ำใต้ตาได้ในระดับหนึ่ง โดยควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
วิตามินและสารอาหารที่แนะนำ ได้แก่:
- วิตามิน C: ช่วยเสริมการสร้างคอลลาเจนและต้านอนุมูลอิสระ
- วิตามิน K: ลดการไหลเวียนผิดปกติของเส้นเลือดใต้ตา
- สารสกัดเมล็ดองุ่น (Grape seed extract): ป้องกันเส้นเลือดฝอยแตก
- วิตามิน E: ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ
- Zinc และ Omega-3: ช่วยลดการอักเสบและเพิ่มความแข็งแรงของผิว
“ปรับผิวให้เนียน ด้วย Potenza เทคโนโลยีที่จะฟื้นสภาพผิวให้กลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง”
หากต้องการรักษาใต้ตาคล้ำ ทำไมต้องเลือกบริการจาก The Signature Clinic
การรักษาปัญหาใต้ตาคล้ำให้ได้ผลดี จำเป็นต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่แม่นยำ The Signature Clinic ให้ความสำคัญกับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง พร้อมนำเทคโนโลยีอย่าง Potenza ซึ่งเป็นคลื่น RF Microneedle มาใช้ร่วมกับเทคนิคเฉพาะตัวในการรักษาใต้ตาแบบไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น ทั้งหมดอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้ชำนาญการระดับสากล เพื่อมอบประสบการณ์การรักษาที่ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ
สรุป
ใต้ตาคล้ำ เป็นปัญหาที่เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งเม็ดสี หลอดเลือด หรือโครงสร้างรอบดวงตา ซึ่งแต่ละสาเหตุล้วนต้องการแนวทางการรักษาเฉพาะ หากดูแลด้วยวิธีธรรมชาติแล้วยังไม่ดีขึ้น การปรึกษาแพทย์และรับการรักษาด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและเห็นผลมากกว่า The Signature Clinic พร้อมให้คำปรึกษาโดยผู้ชำนาญการ และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาดูแลปัญหาใต้ตาอย่างตรงจุด
คำถามที่พบบ่อย
ใต้ตาดํา หายเองได้ไหม?
ในบางกรณีที่ใต้ตาดำเกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือขาดน้ำ การฟื้นฟูสุขภาพและพฤติกรรมสามารถช่วยให้ใต้ตาดีขึ้นได้โดยไม่ต้องพึ่งการรักษา แต่หากเกิดจากโครงสร้าง เม็ดสี หรือหลอดเลือด การรักษาอาจจำเป็นต้องใช้วิธีทางการแพทย์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน
มีวิธีแก้ใต้ตาดํา แบบเร่งด่วน หรือไม่?
หากต้องการลดรอยคล้ำใต้ตาอย่างเร่งด่วน อาจใช้วิธีการประคบเย็น ทาครีมที่มีสารลดการบวม หรือใช้เมคอัพช่วยปกปิด แต่การรักษาระยะยาวควรเน้นที่การวิเคราะห์ต้นเหตุอย่างถูกต้อง เช่น การประเมินสภาพผิวโดยแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสม
ใต้ตาดำต้องกินวิตามินอะไร?
วิตามินที่ช่วยบำรุงผิวและลดรอยคล้ำใต้ตามีหลายชนิด เช่น วิตามิน C, K, E และสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น OPCs จากเมล็ดองุ่น หรือ Omega-3 จากปลาทะเล ซึ่งควรรับประทานภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร และไม่ควรใช้แทนการรักษาโดยตรงหากมีอาการรุนแรง
ใต้ตาคล้ำเกิดจากสาเหตุอะไร?
ใต้ตาคล้ำเกิดจากหลายปัจจัยที่มีผลต่อโครงสร้างและสีผิวรอบดวงตา ซึ่งสามารถจำแนกได้ดังนี้:
- การสะสมของเม็ดสีเมลานิน (Pigmentation)
- ความบางของผิวจนเห็นหลอดเลือด (Vascular Type)
- การยุบตัวของไขมัน หรือเบ้าตาลึก (Structural)
- พฤติกรรม เช่น พักผ่อนไม่พอ ความเครียด หรือภูมิแพ้
- อายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผิวสูญเสียความกระชับ


