การปรับรูปหน้าด้วยสารเติมเต็ม (Filler) เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมสูง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีหลายกรณีที่ผู้รับบริการต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่ไม่พึงพอใจ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาฉีดฟิลเลอร์เป็นก้อน บวมย้อย ผิดตำแหน่ง หรือดูไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากเทคนิคการฉีดที่ไม่ถูกต้องหรือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการแก้ไขปัญหานี้คือ “การฉีดสลายฟิลเลอร์ (Filler Dissolving)” ซึ่งเป็นกระบวนการทางการแพทย์ที่ต้องอาศัยความแม่นยำและความชำนาญของแพทย์อย่างสูง บทความนี้ The Signature Clinic จะพาไปเจาะลึกทุกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสลายฟิลเลอร์ เพื่อให้คุณมีความรู้ที่ถูกต้องและมั่นใจก่อนตัดสินใจแก้ไขรูปหน้า
สรุปจบ! ทางออกกู้หน้าพังจากการฉีดฟิลเลอร์ ให้กลับมาสวยธรรมชาติ
- การฉีดสลายฟิลเลอร์คืออะไร คือการฉีดเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) เพื่อย่อยสลายพันธะโมเลกุลของฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ให้แตกตัวและถูกขับออกจากร่างกายตามธรรมชาติ เป็นวิธีแก้ไขปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อน บวมย้อย ผิดรูป หรือการฉีดผิดตำแหน่งได้อย่างตรงจุด
- ข้อจำกัดที่ต้องรู้ เอนไซม์นี้ใช้ได้ผลเฉพาะกับฟิลเลอร์ HA แท้เท่านั้น ไม่สามารถใช้สลายซิลิโคนเหลว พาราฟิน หรือสารเติมเต็มถาวรชนิดอื่นได้ หากเป็นสารเหล่านั้นจำเป็นต้องใช้วิธีผ่าตัดขูดออก
- ความปลอดภัยและผลลัพธ์ เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงเมื่อทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นทันทีและยุบตัวเต็มที่ภายใน 3-7 วัน ข้อควรระวังคือผู้ที่มีประวัติแพ้พิษผึ้งควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ เพื่อประเมินความเสี่ยงอาการแพ้
- คำแนะนำก่อนเริ่มใหม่ หลังจากฉีดสลายแล้ว ไม่ควรเติมฟิลเลอร์ใหม่ทันที แนะนำให้เว้นระยะพักฟื้น 5-7 วัน เพื่อให้อาการบวมหายสนิทและเนื้อเยื่อกลับสู่สภาพปกติ เพื่อให้แพทย์ประเมินโครงสร้างหน้าและวางแผนการรักษาครั้งใหม่ได้อย่างแม่นยำที่สุด
การฉีดสลายฟิลเลอร์ คืออะไร?

การฉีดสลายฟิลเลอร์ คือ การฉีดเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase: HYAL) เข้าไปบริเวณที่มีปัญหา เอนไซม์ตัวนี้มีคุณสมบัติในการย่อยสลายพันธะโมเลกุลของ กรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของสารเติมเต็มชนิดชั่วคราว ให้แตกตัวและสลายไป จากนั้นร่างกายจะขับของเสียเหล่านี้ออกมาตามกระบวนการธรรมชาติ ทำให้ผิวบริเวณนั้นยุบตัวลงและกลับคืนสู่สภาพเดิม ข้อสำคัญที่ต้องตระหนักคือ ไฮยาลูโรนิเดส สามารถสลายได้เฉพาะ สารเติมเต็มกลุ่ม HA Filler แท้ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานเท่านั้น ไม่สามารถสลายซิลิโคนเหลว หรือสารเติมเต็มชนิดถาวรอื่นๆ ได้
ปัญหาจากการฉีดฟิลเลอร์ที่ต้องรีบแก้ไข
ปัญหาส่วนใหญ่ที่ผู้มารับบริการต้องการแก้ไข มักเกิดจากการประเมินรูปหน้าหรือเทคนิคการฉีดที่คลาดเคลื่อน โดยสามารถแบ่งปัญหาหลักๆ ได้ดังนี้:
- ฟิลเลอร์อุดตันเส้นเลือด: ถือเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องพบแพทย์ทันที อาการสังเกตได้คือ ปวดรุนแรงขณะฉีด ผิวซีดขาวทันที (เนื่องจากเลือดไม่ไปเลี้ยง) ตามด้วยอาการบวมแดงช้ำตามแนวเส้นเลือด หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะเนื้อตายได้ โดยเฉพาะบริเวณจมูก ร่องแก้ม และหว่างคิ้ว
- ฉีดฟิลเลอร์เป็นก้อน ไม่เรียบเนียน: เกิดจากการฉีดผิดชั้นผิว (ตื้นเกินไป) การใช้ปริมาณยาที่มากเกินความจำเป็น หรือการเลือกชนิดโมเลกุลของสารเติมเต็มไม่เหมาะกับบริเวณที่ฉีด
- ภาวะ Tyndall Effect: คือการเห็นเนื้อฟิลเลอร์เป็นลำแสงสีฟ้าหรือเทาใต้ผิวหนัง เกิดจากการฉีดตื้นเกินไป ทำให้แสงสะท้อนผ่านผิวหนังเห็นเป็นสีผิดปกติ มักพบบริเวณใต้ตา
- ใบหน้าดูแข็ง ไม่เป็นธรรมชาติ: เกิดจากการฉีดที่มากเกินพอดี (Overfilled) ทำให้ใบหน้าดูบวม ตึง หรือยิ้มแล้วดูขัดตา
- การเตรียมตัวก่อนศัลยกรรม: ผู้ที่ต้องการเสริมจมูกหรือคางด้วยซิลิโคนแท่ง จำเป็นต้องสลายสารเติมเต็มเก่าออกให้หมดก่อน เพื่อให้การวางซิลิโคนแนบสนิทกับโครงสร้างกระดูก
สาเหตุที่ทำให้ฉีดฟิลเลอร์แล้วมีปัญหา
ต้นตอของปัญหา ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน หรือผลลัพธ์ไม่สวยงาม ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากตัวผลิตภัณฑ์ (หากเป็นของแท้) แต่เกิดจากปัจจัยด้าน “ฝีมือและประสบการณ์” เป็นหลัก ได้แก่:
- แพทย์ขาดความชำนาญในการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า (Facial Anatomy)
- การเลือกใช้รุ่นของสารเติมเต็มไม่เหมาะสมกับบริเวณที่ฉีด เช่น ใช้เนื้อแข็งฉีดผิวชั้นตื้น
- เทคนิคการวางยาผิดตำแหน่ง หรือฉีดในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น
ที่ The Signature Clinic เราให้ความสำคัญกับบริการแก้ไขปัญหารูปหน้า (Filler Correction Program) โดยแพทย์ผู้ชำนาญการจะประเมินปัญหาอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการสลายที่ตรงจุดและกระทบเนื้อเยื่อข้างเคียงน้อยที่สุด
ประเภทของฟิลเลอร์: แบบไหนสลายได้ แบบไหนสลายไม่ได้?
ความเข้าใจเรื่องชนิดของสารเติมเต็มเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ทราบว่าปัญหานั้นแก้ไขด้วยการฉีดสลายได้หรือไม่ โดยแบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก:
- แบบชั่วคราว (Temporary Filler): คือ Hyaluronic Acid (HA) สารชนิดนี้มีความปลอดภัยสูง สลายตัวได้เองตามธรรมชาติ และ สามารถฉีดสลายด้วย Hyaluronidase ได้ 100% เป็นชนิดเดียวที่ The Signature Clinic เลือกใช้
- แบบกึ่งถาวร (Semi-Permanent Filler): มีอายุอยู่นาน 2-5 ปี เช่น Polyalkimide ไม่สามารถฉีดสลายให้หมดไปได้ทันที
- แบบถาวร (Permanent Filler): เช่น ซิลิโคนเหลว พาราฟิน สารกลุ่มนี้ไม่สลายตามธรรมชาติและ ไม่มียาฉีดสลาย หากต้องการเอาออก ต้องอาศัยการขูดหรือผ่าตัดเลาะออกเท่านั้น ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดพังผืด
ฉีดสลายฟิลเลอร์ อันตรายไหม?
การฉีดสลายฟิลเลอร์มีความปลอดภัยสูง หากดำเนินการโดยแพทย์ที่มีความชำนาญ ตัวยา Hyaluronidase เป็นเอนไซม์ที่มีความจำเพาะเจาะจงต่อกรดไฮยาลูรอนิก แต่ข้อควรระวังคือ ปริมาณการใช้ยา แพทย์ต้องคำนวณปริมาณเอนไซม์ให้สัมพันธ์กับปริมาณฟิลเลอร์ที่ต้องการสลาย หากใช้มากเกินไปอาจส่งผลให้คอลลาเจนธรรมชาติของผิวลดลงชั่วคราว หรือเกิดการระคายเคืองได้
ข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: ผู้ที่มีประวัติแพ้พิษผึ้ง หรือแพ้สัตว์ต่อย ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำหัตถการ เนื่องจากเอนไซม์บางชนิดอาจมีโครงสร้างคล้ายคลึงกัน ซึ่งแพทย์จะทำการทดสอบการแพ้ (Skin Test) ก่อนฉีดเสมอ
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความปลอดภัยของ Hyaluronidase สามารถศึกษาได้จากแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือExternal Link: Hyaluronidase Clinical Data – NCBI
ข้อควรรู้ ก่อนตัดสินใจฉีดสลาย
- ต้องมั่นใจว่าสารที่เคยฉีดมาเป็น Hyaluronic Acid (HA) แท้ เท่านั้น
- หากไม่ทราบยี่ห้อ หรือสงสัยว่าเป็นสารเหลวชนิดอื่น แพทย์อาจต้องอัลตราซาวด์หรือตรวจสอบสภาพผิวเพื่อยืนยันก่อนการรักษา
- ระยะเวลาในการยุบตัวขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของเนื้อฟิลเลอร์เดิม ฟิลเลอร์เนื้อแข็งอาจต้องใช้ปริมาณยาที่มากกว่าหรือฉีดซ้ำ
ตำแหน่งยอดนิยมที่มักเกิดปัญหาและต้องฉีดสลาย

แม้จะฉีดได้ทั่วใบหน้า แต่ตำแหน่งที่พบปัญหาบ่อยที่สุด ได้แก่:
- ใต้ตา: มักพบปัญหาเป็นก้อนนูน เป็นลำ หรือถุงใต้ตาบวมกว่าเดิม (Tyndall Effect)
- ร่องแก้ม: เกิดจากการฉีดเยอะเกินไปจนเป็นก้อนนูน ทำให้ยิ้มแล้วดูแข็ง
- หน้าผาก: หน้าผากปูดนูนผิดรูป คล้ายปลาทอง เกิดจากการวางยาผิดชั้น
- ปาก: ปากเจ่อ เป็นก้อนไตแข็ง หรือทรงปากผิดธรรมชาติ
- คาง: คางยาวแหลมเกินไป หรือย้อยลงมาเหมือนแม่มด
หากคุณกำลังเจอปัญหาเหล่านี้ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลผิวพรรณได้ที่บทความความรู้ The Signature Clinic
ขั้นตอนการฉีดสลายฟิลเลอร์ ที่ The Signature Clinic
- ซักประวัติและวิเคราะห์: แพทย์จะสอบถามข้อมูลสารเติมเต็มที่เคยฉีด (ยี่ห้อ, ปริมาณ, ระยะเวลา) และตรวจประเมินตำแหน่งที่เป็นก้อน
- วางแผนและคำนวณตัวยา: คำนวณปริมาณ Hyaluronidase ที่เหมาะสม เพื่อให้สลายเฉพาะส่วนเกินโดยไม่กระทบผิวปกติ
- ทดสอบการแพ้: ในบางกรณีที่จำเป็น แพทย์จะทำการ Skin Test ก่อนเริ่มหัตถการ
- ดำเนินการฉีด: แพทย์จะฉีดตัวยาเข้าสู่ชั้นผิวที่มีปัญหาอย่างแม่นยำ และอาจมีการนวดคลึงเบาๆ เพื่อให้ตัวยากระจายตัว
- ติดตามผล: ตัวยาจะออกฤทธิ์ทันทีและเห็นผลชัดเจนใน 24-48 ชั่วโมง
ข้อดี – ข้อเสีย ของการฉีดสลาย
- ข้อดี: แก้ไขรูปหน้าผิดพลาดได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่าตัด ลดความเสี่ยงเนื้อตายจากการอุดตันเส้นเลือด และคืนใบหน้าธรรมชาติให้กลับมา
- ข้อเสีย: อาจมีอาการบวมช้ำเล็กน้อยหลังทำ หรือเกิดอาการแพ้ในผู้ที่มีความไวต่อสาร (พบได้น้อย) และต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการฉีดครั้งแรก
ฟิลเลอร์สลายเร็ว เกิดจากอะไรและควรทำอย่างไร?
ในทางกลับกัน หากรู้สึกว่า ฟิลเลอร์สลายเร็ว กว่าปกติ อาจเกิดจากระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานดี หรือพฤติกรรมบางอย่าง การยืดอายุสารเติมเต็มให้อยู่ได้นานขึ้น สามารถทำได้ดังนี้:
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ (วันละ 8-10 แก้ว) เพื่ออุ้มน้ำให้ฟิลเลอร์ฟูสวย
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัด เช่น ซาวน่า หรือเลเซอร์ความร้อนสูงในช่วง 2 สัปดาห์แรก
- งดการนวดกดจุดแรงๆ บริเวณที่ฉีด
ความร้อนช่วยสลายฟิลเลอร์ได้จริงไหม?
มีความเชื่อผิดๆ ว่าการประคบร้อนหรือเข้าซาวน่าจะช่วยให้ก้อนฟิลเลอร์หายไป ความจริงคือ ความร้อนไม่สามารถสลายฟิลเลอร์ที่เป็นก้อนแข็งให้หายไปได้สมบูรณ์ แต่อาจทำให้รูปทรงเสียรูปหรือเคลื่อนตัวผิดตำแหน่ง การใช้ Hyaluronidase เป็นวิธีเดียวที่ได้รับการรับรองทางการแพทย์ว่าสลายสาร HA ได้อย่างแท้จริงและปลอดภัย
ฉีดสลายฟิลเลอร์ ต้องทำกี่ครั้ง?
โดยทั่วไป การฉีดเพียง 1 ครั้ง ก็สามารถสลายสารเติมเต็มได้เกือบทั้งหมด หากเป็นก้อนเล็กและตื้น แต่กรณีที่ฉีดมาปริมาณมาก เป็นก้อนขนาดใหญ่ หรือเป็นฟิลเลอร์เนื้อแข็งที่มีความหนาแน่นสูง อาจต้องทำการฉีดซ้ำ 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างประมาณ 5-7 วัน เพื่อเก็บรายละเอียดให้เรียบเนียนที่สุด
หลังฉีดสลายแล้ว จะฉีดใหม่ได้เมื่อไหร่?
หลังจากสลายฟิลเลอร์เดิมออกแล้ว ไม่ควรฉีดใหม่ทันที แนะนำให้ เว้นระยะห่างอย่างน้อย 5-7 วัน เพื่อรอให้ยาหมดฤทธิ์และให้อาการบวมยุบลงจนเนื้อเยื่อเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อให้แพทย์ประเมินโครงสร้างหน้าใหม่ได้อย่างแม่นยำก่อนการเติมครั้งต่อไป
หลังฉีดสลาย เห็นผลทันทีหรือไม่?
ตัวยาจะเริ่มทำปฏิกิริยาทันทีหลังฉีด โดยจะเห็นการยุบตัวลงประมาณ 10-20% ในช่วงแรก และจะยุบตัวลงเต็มที่และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดภายใน 3-7 วัน เมื่ออาการบวมจากเข็มหายไป ผิวจะกลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนฉีด
ข้อควรปฏิบัติและการดูแลตัวเองหลังฉีดสลาย
- งดการนวดหรือกดสัมผัสแรงๆ บริเวณที่ฉีด 24 ชั่วโมง
- งดดื่มแอลกอฮอล์ 1-2 วัน เพื่อลดอาการบวม
- สังเกตอาการผิดปกติ หากมีผื่นแดง คัน หรือหายใจลำบาก ให้รีบกลับมาพบแพทย์ทันที
สรุป
การฉีดสลายฟิลเลอร์ด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase เป็นวิธีทางการแพทย์มาตรฐานที่ช่วยแก้ไขปัญหาจากการฉีดสารเติมเต็ม (HA) ที่ผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็นอาการเป็นก้อน บวม หรือผิดรูป ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย หัวใจสำคัญของความสำเร็จในการรักษาไม่ได้อยู่ที่ตัวยาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “การวิเคราะห์ปัญหาที่แม่นยำ” และ “เทคนิคการใช้ยาในปริมาณที่เหมาะสม” ของแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อให้สารเติมเต็มสลายไปโดยไม่กระทบต่อเนื้อเยื่อปกติ การเลือกรับบริการจากคลินิกที่ได้มาตรฐานและมีทีมแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทาง จึงเป็นปราการด่านสำคัญที่จะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจและเรียกความมั่นใจกลับคืนมา
คำถามที่พบบ่อย
ฉีดสลายสารเติมเต็ม เจ็บไหม?
ความรู้สึกขณะทำหัตถการอยู่ในระดับที่ทนได้ โดยทั่วไปจะมีความรู้สึกแสบเล็กน้อยขณะเดินตัวยา ซึ่งเกิดจากการทำงานของเอนไซม์ Hyaluronidase ที่กำลังทำปฏิกิริยากับพันธะของสารเติมเต็ม อย่างไรก็ตาม แพทย์จะมีการประคบเย็นหรือใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อลดความรู้สึกไม่สบายตัว ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกผ่อนคลายตลอดการรักษา
สลายฟิลเลอร์ใต้ตา อันตรายหรือไม่?
บริเวณใต้ตาเป็นจุดที่มีความละเอียดอ่อนและมีเส้นเลือดจำนวนมาก การฉีดสลายในตำแหน่งนี้ต้องอาศัยความระมัดระวังขั้นสูง แพทย์ผู้ชำนาญการจะใช้เทคนิคการวางเข็มที่แม่นยำและคำนวณปริมาณยาอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาแพร่กระจายไปยังบริเวณที่ไม่ต้องการ หากทำโดยแพทย์ที่มีความรู้ด้านกายวิภาคใบหน้าอย่างลึกซึ้ง ถือว่าเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย
หลังสลายแล้ว หน้าจะเหี่ยว หรือหย่อนคล้อยกว่าเดิมไหม?
โดยปกติหลังการสลายสารเติมเต็ม ผิวหนังจะค่อยๆ หดกระชับกลับคืนสู่สภาพเดิมตามความยืดหยุ่นของผิว (Skin Elasticity) แต่ในกรณีที่เคยฉีดสารเติมเต็มในปริมาณมากเป็นเวลานาน (Overfilled) ผิวหนังอาจมีการขยายตัว เมื่อสลายออกกะทันหันอาจเกิดความรู้สึกไม่กระชับได้ ในกรณีเช่นนี้ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้เทคโนโลยีเครื่องยกกระชับควบคู่กัน เพื่อฟื้นฟูความกระชับของผิวให้กลับมาเรียบเนียน
ขูดฟิลเลอร์ กับ ฉีดสลาย ต่างกันอย่างไร?
การฉีดสลายใช้ได้เฉพาะกับสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) เท่านั้น ส่วนการ “ขูด” หรือ “ผ่าตัดเลาะออก” จะใช้สำหรับสารเหลวประเภทถาวรที่ไม่สามารถสลายเองได้ เช่น ซิลิโคนเหลว หรือสารเติมเต็มปลอม ซึ่งเป็นวิธีการที่ซับซ้อนกว่าและต้องทำโดยศัลยแพทย์เท่านั้น
หากต้องการฉีดสลายฟิลเลอร์ ทำไมต้องใช้บริการจาก The Signature Clinic

การแก้ไขปัญหารูปหน้าเป็นงานละเอียดอ่อนที่ต้องอาศัยแพทย์ผู้ชำนาญการระดับ Medical Trainer เท่านั้น ที่ The Signature Clinic เราดูแลด้วย “Filler Correction Program” ที่วิเคราะห์ชั้นผิวและคำนวณปริมาณยาอย่างแม่นยำ เพื่อสลายเฉพาะจุดที่เป็นปัญหาโดยไม่กระทบเนื้อเยื่อปกติ มั่นใจได้ในมาตรฐานความปลอดภัยด้วยเทคนิคที่ช่วยลดอาการบวมช้ำ พร้อมกู้คืนรูปหน้าที่เป็นธรรมชาติและความมั่นใจของคุณกลับมาได้อย่างตรงจุดและปลอดภัยที่สุด


