ปัญหาจุดด่างดำบนใบหน้า โดยเฉพาะจุดสีเทาอมฟ้าบริเวณโหนกแก้มที่รักษาเท่าไรก็ไม่จางลง อาจไม่ใช่ฝ้าหรือกระทั่วไป แต่คือ “กระลึก” ซึ่งเป็นปัญหาผิวที่สร้างความกังวลใจให้ใครหลายคน บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจอย่างละเอียดว่ากระลึกคืออะไร เกิดจากสาเหตุใด และทำไมการรักษาด้วยเลเซอร์จึงเป็นทางออกที่แพทย์ผิวหนังแนะนำ เพื่อให้คุณกลับมามีผิวเรียบเนียนและมั่นใจอีกครั้ง
สรุปจบครบ: กระลึกคืออะไร รักษาอย่างไรให้หายจริงโดยไม่ทำร้ายผิว
- กระลึกไม่ใช่ฝ้าหรือกระทั่วไป: กระลึก (Hori’s Nevus) คือความผิดปกติของเม็ดสีที่ฝังลึกอยู่ในชั้นหนังแท้ (Dermis) มีลักษณะเป็นจุดสีเทาอมฟ้าหรือน้ำตาลหม่น มักพบบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้างอย่างสมมาตร สาเหตุหลักเกิดจากพันธุกรรมและฮอร์โมน
- ทำไมทาครีมถึงไม่หาย: เนื่องจากเม็ดสีสะสมอยู่ในชั้นผิวที่ลึกมาก การใช้ครีมบำรุงหรือยาทาเพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถซึมลึกลงไปแก้ไขปัญหาได้ การรักษาทางการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์จึงเป็นทางออกที่จำเป็น
- เทคโนโลยีการรักษาที่ดีที่สุด: แพทย์แนะนำการใช้ Picosure Pro (Picosecond Laser 755nm) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ส่งพลังงานด้วยความเร็วสูงเพื่อกระแทกเม็ดสีให้แตกละเอียดเป็นผงโดยเกิดความร้อนสะสมน้อยมาก จึงเจ็บน้อยกว่า ปลอดภัยกว่า และเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำหลังทำน้อยกว่าเลเซอร์ระบบเก่า (Q-switched)
- ความคาดหวังต่อผลลัพธ์: การรักษากระลึกต้องอาศัยเวลาและความต่อเนื่อง โดยทั่วไปจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น 80-90% เมื่อรักษาต่อเนื่องประมาณ 5-10 ครั้ง และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทากันแดดอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
- เลือกความปลอดภัยและความเชี่ยวชาญ: เพราะการรักษาเกี่ยวข้องกับผิวหน้าและความร้อน ควรเลือกคลินิกที่ใช้เครื่องมือของแท้มาตรฐาน US FDA และดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ โดย The Signature Clinic ได้รับการรับรองเป็น Cynosure Signature Partner และนำทีมโดยแพทย์ระดับ Medical Trainer ทำให้มั่นใจได้ในการวางแผนการรักษาที่แม่นยำและปลอดภัยสูงสุด
“ กระลึกคืออะไร แก้ด้วยวิธีไหนได้บ้าง”
กระลึก (Hori’s Nevus) คืออะไร?

กระลึก หรือในทางการแพทย์เรียกว่า Nevus of Hori (Hori’s Nevus) คือความผิดปกติของเม็ดสีผิว พบได้บ่อยในชาวเอเชีย โดยเฉพาะผู้หญิงในช่วงอายุ 20-40 ปี ลักษณะเด่นคือการสะสมของเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติในชั้นหนังแท้ (Dermis) ซึ่งเป็นชั้นผิวที่ลึกกว่ากระทั่วไป ทำให้มองเห็นเป็นจุดสีเทา สีน้ำตาลอมเทา หรือสีฟ้าหม่น การที่เม็ดสีฝังตัวอยู่ในชั้นลึกทำให้การทายาหรือครีมบำรุงผิวทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด จึงจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพในการรักษา
ลักษณะเด่นของกระลึก สังเกตได้อย่างไร
การแยกแยะกระลึกออกจากปัญหาผิวอื่นๆ สามารถสังเกตได้จากลักษณะเฉพาะตัว ดังนี้:
- สีของจุด: ต่างจากกระแดดที่มีสีน้ำตาลชัดเจน กระลึกจะมีสีที่ดูหม่นกว่า เช่น สีเทาอมฟ้า สีเทาน้ำตาล หรือสีน้ำเงินเข้ม เนื่องจากเม็ดสีอยู่ลึกใต้ผิวหนัง
- ตำแหน่ง: พบมากบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้าง ขมับ และดั้งจมูก โดยมักจะเกิดขึ้นอย่างสมมาตร (เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งสองข้างของใบหน้า)
- ลักษณะ: เป็นจุดกลมเล็กๆ ขนาดประมาณ 1-5 มิลลิเมตร อาจอยู่แยกกันหรือเกาะกลุ่มเป็นปื้น แต่ไม่มีอาการนูนหรือคัน ผิวสัมผัสเรียบเนียนไปกับผิวหน้าปกติ
- ความลึก: เม็ดสีสะสมอยู่ในชั้นหนังแท้ (Dermis) ซึ่งลึกกว่าฝ้าและกระชนิดตื้น ทำให้ดูเหมือนรอยเลอะที่ฝังอยู่ใต้ผิว
Note: หากไม่แน่ใจว่าจุดด่างดำบนใบหน้าคือกระลึกหรือไม่ การพบแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อวินิจฉัยสภาพผิวด้วยเครื่องมือพิเศษจะช่วยให้ทราบคำตอบที่ถูกต้องที่สุด
สาเหตุหลักของการเกิดกระลึก
แม้สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดกระลึกยังไม่ถูกระบุแน่ชัด แต่ทางการแพทย์พบว่ามีปัจจัยกระตุ้นสำคัญหลายประการที่ทำงานร่วมกัน:
- พันธุกรรม (Genetics): เป็นปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุด ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นกระลึกจะมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ
- ฮอร์โมน (Hormones): การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน โดยเฉพาะในเพศหญิง เช่น ช่วงตั้งครรภ์ วัยหมดประจำเดือน หรือการใช้ยาคุมกำเนิด มีส่วนกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานผิดปกติ
- แสงแดด (UV Radiation): รังสีอัลตราไวโอเลตเป็นตัวกระตุ้นให้เม็ดสีเข้มขึ้นและขยายวงกว้าง แม้กระลึกจะอยู่ชั้นลึก แต่แสงแดดก็สามารถส่งผลกระทบให้รอยโรคชัดเจนขึ้นได้
- การอักเสบหรือระคายเคือง: การถูหน้าแรงๆ หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองเรื้อรัง อาจกระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสีสะสมในชั้นผิวได้
เปรียบเทียบ: กระลึก VS กระตื้น VS ฝ้า แตกต่างกันอย่างไร?
เพื่อให้เลือกวิธีรักษาได้อย่างถูกต้อง การแยกประเภทของปัญหาเม็ดสีจึงมีความสำคัญมาก ตารางด้านล่างนี้จะช่วยให้เห็นความแตกต่างได้ชัดเจนยิ่งขึ้น:
| ลักษณะ | กระลึก (Hori’s Nevus) | กระตื้น (Ephelides) | ฝ้า (Melasma) |
| ระดับความลึก | ชั้นหนังแท้ (ลึก) | ชั้นหนังกำพร้า (ตื้น) | ส่วนใหญ่ชั้นหนังกำพร้า หรือผสม |
| สี | เทา, ฟ้าอมเทา, น้ำตาลหม่น | น้ำตาลอ่อนถึงเข้ม | น้ำตาล, เทา (เป็นปื้น) |
| ลักษณะ | จุดกลมเล็กๆ สมมาตรสองข้าง | จุดเล็กกระจายตัว | ปื้นกว้าง ขอบไม่ชัดเจน |
| ตำแหน่ง | โหนกแก้ม, ขมับ | ทั่วใบหน้า, แขน, ตัว | โหนกแก้ม, หน้าผาก, หนวด |
| อายุที่เริ่มเป็น | วัยผู้ใหญ่ (20-40 ปี) | เด็ก หรือ วัยรุ่น | วัยผู้ใหญ่ (30 ปีขึ้นไป) |
| การตอบสนองต่อยา | น้อยมาก | ดีพอใช้ | ดี (สำหรับฝ้าตื้น) |
| วิธีรักษาหลัก | เลเซอร์พลังงานสูง | เลเซอร์, IPL, ยาทา | ยาทา, เลเซอร์, กันแดด |
รวมทุกวิธีรักษากระลึกที่ได้ผลจริงทางการแพทย์
เนื่องจากเม็ดสีของกระลึกอยู่ในชั้นผิวที่ลึก การใช้ยาทาเพียงอย่างเดียวจึงมักไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน การรักษาด้วยหัตถการทางการแพทย์โดยใช้เทคโนโลยีเลเซอร์จึงเป็นวิธีมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยมี 2 เทคโนโลยีหลัก ดังนี้:
วิธีการรักษากระลึกด้วย Picosure Pro

Picosure Pro ถือเป็นเทคโนโลยี Picosecond Laser ที่มีความยาวคลื่น 755nm ซึ่งเป็นความยาวคลื่นที่ดูดซับเม็ดสีเมลานินได้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับเลเซอร์ชนิดอื่น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการรักษากระลึก
- กลไกการทำงาน: ส่งพลังงานแสงความเร็วสูงระดับ 1 ต่อล้านล้านวินาที (Picosecond) เข้าไปกระแทกเม็ดสีที่รวมตัวกันเป็นก้อนใหญ่ในชั้นหนังแท้ให้แตกละเอียดเป็นผงเล็กๆ (PressureWave™ Technology) ร่างกายจึงสามารถกำจัดเม็ดสีเหล่านี้ออกไปได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
- จุดเด่น: ด้วยพลังงานที่จำเพาะเจาะจง ทำให้เกิดความร้อนสะสมน้อยมาก จึงลดความเสี่ยงต่อการเกิดผิวไหม้หรือรอยดำหลังทำ (PIH) นอกจากนี้ หัวเลเซอร์แบบ Focus Lens Array ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวเรียบเนียนและรูขุมขนกระชับขึ้นไปพร้อมกัน
- ผลลัพธ์: โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นหลังการรักษาต่อเนื่อง 3-5 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความลึกและความเข้มของเม็ดสี ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Picosure Pro ได้ที่นี่
วิธีการรักษากระลึกด้วย Q-switched Laser
Q-switched Laser (เช่น Q-switched Nd:YAG) เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์รุ่นดั้งเดิมที่ใช้รักษากระลึกมาอย่างยาวนาน
- กลไกการทำงาน: ใช้พลังงานความร้อน (Photothermal effect) เข้าไปทำลายเม็ดสีให้แตกตัว เพื่อให้เม็ดเลือดขาวมากำจัดออกไป
- ข้อจำกัด: เนื่องจากใช้ความร้อนในการทำลายเม็ดสี จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดการระคายเคือง รอยแดง หรือรอยดำหลังทำได้มากกว่าระบบ Pico Laser และเม็ดสีที่แตกตัวอาจไม่ละเอียดเท่า ทำให้ต้องใช้จำนวนครั้งในการรักษามากกว่าจึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
Picosure Pro กับ Q-switched Laser แตกต่างกันอย่างไร?
ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ “ความเร็ว” และ “ผลข้างเคียง” Picosure Pro ทำงานเร็วกว่าระดับ Picosecond ทำให้เกิดแรงกระแทกแตกเม็ดสีได้ละเอียดกว่าโดยเกิดความร้อนน้อยกว่า จึงเจ็บน้อยกว่า พักฟื้นสั้นกว่า และเห็นผลเร็วกว่า Q-switched ที่ทำงานช้ากว่า (Nanosecond) และใช้ความร้อนสูง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อผิวไหม้ในบางกรณี สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อผิว การเลือกใช้ Pico Laser โดยเฉพาะรุ่นที่ได้รับมาตรฐาน US FDA จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว
เตรียมตัวก่อน-หลังทำเลเซอร์รักษากระลึก ต้องดูแลตัวเองอย่างไร?
การดูแลผิวอย่างถูกวิธีมีผลต่อความสำเร็จของการรักษาถึง 50% เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:
การเตรียมตัวก่อนทำเลเซอร์:
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด: งดกิจกรรมกลางแจ้งหรืออาบแดดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนทำเลเซอร์
- งดการผลัดเซลล์ผิว: หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดผลัดเซลล์ผิว (AHA/BHA), วิตามินเอ (Retinoids), หรือการสครับผิว อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อลดความระคายเคือง
- แจ้งประวัติ: แจ้งแพทย์หากมีประวัติเป็นเริม หรือกำลังรับประทานยาบางชนิดที่ทำให้ผิวไวต่อแสง
การดูแลตัวเองหลังทำเลเซอร์:
- ระวังน้ำและความชื้น: ใน 24 ชั่วโมงแรก หากมีสะเก็ดแผล ควรหลีกเลี่ยงการโดนน้ำ หรือใช้น้ำเกลือเช็ดเบาๆ
- ห้ามแกะเกา: หากมีสะเก็ดบางๆ เกิดขึ้น ปล่อยให้หลุดเองตามธรรมชาติ ห้ามแกะหรือเกาเด็ดขาด เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นหรือรอยดำ
- ทากันแดดเคร่งครัด: เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ต้องทาครีมกันแดดที่มี SPF 50+ PA++++ ขึ้นไปทุกวัน และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- เพิ่มความชุ่มชื้น: ทามอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยน (Moisturizer) เพื่อช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวและลดอาการแห้งตึง
วิธีป้องกันกระลึกไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ หรือสีเข้มขึ้น
แม้กระลึกจะมีสาเหตุจากพันธุกรรม แต่เราสามารถควบคุมปัจจัยกระตุ้นเพื่อไม่ให้สีเข้มขึ้นหรือกลับมาเป็นซ้ำได้:
- ปกป้องผิวจาก UV: ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ และใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น หมวกปีกกว้าง หรือร่ม เมื่อต้องออกแดด
- ใช้สกินแคร์กลุ่ม Whitening: เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Tyrosinase Inhibitor เช่น Arbutin, Vitamin C หรือ Tranexamic Acid เพื่อช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีใหม่
- รักษาสมดุลฮอร์โมน: พักผ่อนให้เพียงพอและลดความเครียด ซึ่งส่งผลต่อระดับฮอร์โมนในร่างกาย
- ปรึกษาแพทย์อย่างต่อเนื่อง: การติดตามผลและดูแลผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอกับแพทย์ผู้ชำนาญการ จะช่วยให้สามารถจัดการกับเม็ดสีที่อาจเกิดขึ้นใหม่ได้ทันท่วงที
สรุป
กระลึก (Hori’s Nevus) อาจดูเป็นปัญหาผิวที่ซับซ้อนและรักษายากกว่ากระทั่วไป เนื่องจากเม็ดสีที่สะสมฝังลึกอยู่ในชั้นหนังแท้ ทำให้การทายาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้หมดจด อย่างไรก็ตาม ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ในปัจจุบัน การรักษาให้รอยโรคจางลงจนแทบมองไม่เห็นนั้นเป็นไปได้ หากได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและเลือกใช้เทคโนโลยีที่แม่นยำอย่าง Picosure Pro สิ่งที่สำคัญที่สุดในการรักษากระลึกไม่ใช่ความเร็ว แต่คือ “ความปลอดภัย” และ “ความชำนาญ” ของแพทย์ผู้ทำการรักษา ที่ The Signature Clinic เรามุ่งมั่นมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดผ่านการดูแลโดยทีมแพทย์ระดับอาจารย์ผู้ฝึกสอน (Medical Trainer) และเทคโนโลยีมาตรฐานระดับโลกในฐานะ Cynosure Signature Partner เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกขั้นตอนการรักษาจะเป็นไปตามมาตรฐานสากล ปลอดภัย และเน้นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุดสำหรับคุณ
คำถามที่พบบ่อย
กระลึกรักษาหายขาดไหม?
กระลึกสามารถรักษาให้จางลงได้มากถึง 80-90% จนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าหากได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีและต่อเนื่อง แต่เนื่องจากปัจจัยทางพันธุกรรมและฮอร์โมน จึงมีโอกาสที่เม็ดสีจะกลับมาจางๆ ได้ในอนาคต การดูแลรักษาและป้องกันแสงแดดจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ทำเลเซอร์กระลึกเจ็บไหม?
ความรู้สึกขณะทำ Picosure Pro จะคล้ายหนังยางดีดเบาๆ ที่ผิวหน้า ทางคลินิกมีการทายาชาให้ก่อนทำหัตถการเพื่อลดความรู้สึกเจ็บ ทำให้คนไข้รู้สึกสบายขึ้นระหว่างการรักษา
ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
จำนวนครั้งในการรักษาขึ้นอยู่กับความลึกและความหนาแน่นของเม็ดสี โดยทั่วไปแนะนำให้รักษาต่อเนื่องประมาณ 5-10 ครั้ง เว้นระยะห่างทุก 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวได้ฟื้นฟูและเม็ดเลือดขาวกำจัดเม็ดสีออกไปได้อย่างเต็มที่
“ปรับผิวให้เนียน ด้วย Picosure Pro เทคโนโลยีที่จะฟื้นสภาพผิวให้กลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง”
หากต้องการรักษากระลึก ทำไมต้องใช้บริการจาก The Signature Clinic

การรักษากระลึกต้องอาศัยความแม่นยำในการวินิจฉัยและการใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐานระดับโลก ที่ The Signature Clinic เราคือ “Cynosure Signature Partner” แห่งเดียวที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ซึ่งการันตีได้ว่าเราใช้เครื่อง Picosure Pro ของแท้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ดูแลโดยทีมแพทย์ที่มีความชำนาญการ นำโดย นพ.ภูริวัจน์ อริยกุศลสุทธิ แพทย์ผู้ฝึกสอน (Medical Trainer) ระดับประเทศ คุณจึงมั่นใจได้ในความปลอดภัยและการวางแผนการรักษาที่ออกแบบมาเพื่อผิวของคุณโดยเฉพาะ เพื่อผลลัพธ์ที่ดูดีที่สุดในแบบที่เป็นธรรมชาติ


