ตีนกาเป็นหนึ่งในปัญหาริ้วรอยที่มักเกิดขึ้นเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยสูงอายุ การเกิดตีนกาทำให้ใบหน้าดูเหี่ยวย่นและแก่กว่าวัย ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจ แต่ปัจจุบันมีหลากหลายวิธีในการรักษาและลดเลือนรอยตีนกาเหล่านี้ รวมถึงการดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดรอยตีนกา ซึ่ง The Signature Clinic มีบริการดูแลผิวและลดเลือนริ้วรอยด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมให้คำแนะนำในการป้องกันการเกิดรอยตีนกาอย่างถูกวิธี
สรุปตีนกา สาเหตุ วิธีรักษาและป้องกันการเกิดอย่างเหมาะสม
- ตีนกา คือ ริ้วรอยเป็นเส้นขีดเล็กๆ ที่เกิดขึ้นบริเวณหางตา มีลักษณะคล้ายรอยเท้านกกา ซึ่งถือเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความเสื่อมสภาพของผิวตามอายุที่มากขึ้น เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนและความยืดหยุ่นของผิว มักพบในผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป
- ตำแหน่งการเกิดตีนกา มักพบบริเวณหางตาเป็นหลัก แต่ยังสามารถเกิดขึ้นในตำแหน่งอื่นๆ เช่น รอยย่นที่หน้าผาก รอยย่นระหว่างคิ้ว ริ้วรอยร่องแก้มและร่องมุมปาก รอยย่นบริเวณสันจมูก และรอยย่นสันจมูก
- สาเหตุการเกิดตีนกา ประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การแสดงสีหน้าซ้ำๆ เช่น การยิ้ม หัวเราะ ขมวดคิ้ว ที่ทำให้กล้ามเนื้อหดตัวซ้ำในบริเวณเดิม แสงแดดและมลภาวะที่ทำลายเซลล์ผิวและลดการสร้างคอลลาเจน และอายุที่เพิ่มขึ้นทำให้การผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินลดลง
- วิธีการรักษาตีนกา ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยมี 3 วิธีหลัก ได้แก่ โปรแกรม Potenza ที่ใช้เทคโนโลยี RF Microneedling กระตุ้นคอลลาเจนแบบแม่นยำ การเสริมฟิลเลอร์ด้วยไฮยารูลอนิกแอซิดเติมเต็มร่องลึก และเลเซอร์ Picosure Pro ที่ใช้พลังงานแสงระดับพิโควินาทีกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
- การป้องกันการเกิดตีนกา สามารถทำได้ด้วยการบำรุงผิวให้มีความชุ่มชื้นด้วยสารให้ความชุ่มชื้นเช่น ไฮยารูลอนิกแอซิด การทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปอย่างสม่ำเสมอ การรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ หลีกเลี่ยงการขยี้ตาแรงๆ และการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีคุณภาพ
- แนวทางการดูแลเพิ่มเติม เพื่อป้องกันตีนกาประกอบด้วย การหลีกเลี่ยงการล้างหน้าแรงๆ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนไม่มีสารซัลเฟต การพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7-9 ชั่วโมงต่อคืนเพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูและผลิตคอลลาเจนตามธรรมชาติ และการงดสูบบุหรี่เพื่อป้องกันการทำลายคอลลาเจนและลดการไหลเวียนเลือด
- The Signature Clinic ให้บริการรักษาตีนกาอย่างมืออาชีพด้วยเทคโนโลジีเลเซอร์ Potenza และ Picosure Pro ล่าสุด ร่วมกับการฉีดฟิลเลอร์ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยลดเลือนรอยตีนกาให้ผิวกลับมากระชับ เรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์อีกครั้งอย่างเป็นธรรมชาติและปลอดภัย
“ตีนกา คืออะไร รักษาวิธีไหนให้ได้ผลดี”
ตีนกา คืออะไร?

ตีนกาคือ ริ้วรอยเป็นเส้นขีดเล็กๆ ที่เกิดขึ้นบริเวณหางตา มีลักษณะคล้ายรอยเท้านกกา ซึ่งถือเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความเสื่อมสภาพของผิวตามอายุที่มากขึ้น เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนและความยืดหยุ่นของผิว ทำให้เกิดรอยพับ รอยย่นขึ้นได้ง่าย โดยมักพบในผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ลักษณะของตีนกาอาจเริ่มจากรอยตื้นๆ ก่อน หากไม่ได้รับการดูแลรักษา ก็จะค่อยๆ กลายเป็นร่องลึกที่เห็นได้ชัดเจน บั่นทอนความมั่นใจ และทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัยจริง
ตีนกา มีโอกาสเกิดตำแหน่งไหนบ้าง?
ตำแหน่งของใบหน้าที่มักเกิดริ้วรอยตีนกาเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ บริเวณหางตา ซึ่งมีลักษณะเป็นร่องขีดคล้ายรอยเท้านก จึงเป็นที่มาของชื่อเรียก อย่างไรก็ตาม ริ้วรอยประเภทนี้ไม่ได้เกิดแค่รอบดวงตาเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสเกิดในตำแหน่งอื่นๆ บนใบหน้าด้วย เช่น
- รอยย่นที่หน้าผาก
- รอยย่นระหว่างคิ้ว หรือที่หัวคิ้ว
- ริ้วรอยร่องแก้ม และร่องมุมปาก
- รอยย่นบริเวณสันจมูก
- รอยย่นสันจมูก
ตีนกา สาเหตุเกิดจากอะไร?

สาเหตุของการเกิดตีนกามีหลายประการ ทั้งจากปัจจัยภายในร่างกายและปัจจัยภายนอกที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น เช่น อายุที่มากขึ้น การแสดงสีหน้า แสงแดดและมลภาวะ รวมถึงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่ส่งผลต่อสุขภาพผิว โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. การแสดงสีหน้า
การแสดงสีหน้าต่างๆ เช่น การยิ้ม การหัวเราะ การขมวดคิ้ว ทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าเคลื่อนไหวและเกิดการหดตัวซ้ำๆ ในบริเวณเดิม นำไปสู่การเกิดริ้วรอยที่เรียกว่าตีนกา โดยเฉพาะเวลายิ้มจะเห็นตีนกาชัดเจน และถ้ามีการแสดงสีหน้าแบบเดิมเป็นประจำจะยิ่งทำให้ริ้วรอยลึกและเห็นได้ชัดมากขึ้น
2. แสงแดด และมลภาวะ
แสงแดดเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพและเกิดริ้วรอยก่อนวัย เนื่องจากรังสี UVA และ UVB ในแสงอาทิตย์จะไปทำลายเซลล์ผิว ลดการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินตามธรรมชาติ นอกจากนี้ มลภาวะต่างๆ เช่น ควันรถ ฝุ่นละออง ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ผิวอ่อนแอและแก่เร็วขึ้น นำไปสู่การเกิดริ้วรอยและตีนกาได้ง่ายขึ้น
3. อายุที่เพิ่มขึ้น
เมื่ออายุมากขึ้น ผิวจะมีการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ การผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินลดลง ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น ไม่สามารถคืนตัวได้ดีเมื่อมีแรงกดทับหรือการเคลื่อนไหวซ้ำๆ บริเวณผิวบางอย่างรอบดวงตาจึงมีแนวโน้มเกิดการหย่อนคล้อยและเกิดเป็นตีนกาได้ง่ายขึ้น โดยปกติแล้วมักพบรอยตีนกาชัดเจนในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป
การรักษาตีนกา ด้วยวิธีหัตการทางการแพทย์
ปัจจุบันมีวิธีการรักษาตีนกาที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ความลึกของริ้วรอย และความต้องการของแต่ละคน The Signature Clinic มีเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยและได้มาตรฐาน ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยลดเลือนริ้วรอยตีนกาอย่างเห็นผล ได้แก่
1. การยกกระชับด้วยโปรแกรม Potenza
Potenza เป็นเทคโนโลยี RF Microneedling ล่าสุดที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุร่วมกับการกระตุ้นด้วยเข็มขนาดเล็ก ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวได้แบบแม่นยำ ทำให้ผิวที่หย่อนคล้อย ริ้วรอยลดลงอย่างเห็นได้ชัด เหมาะกับผู้ที่มีตีนกาลึกและต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยใช้เวลารักษาเพียง 1 ชั่วโมง ไม่ต้องพักฟื้น >> รู้จักโปรแกรมเพิ่มเติม
2. การเสริมฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็มเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาริ้วรอยและตีนกา โดยแพทย์จะฉีดสารไฮยารูลอนิกแอซิดเข้าไปตรงร่องลึกของริ้วรอย ช่วยเติมเต็มและยกกระชับบริเวณที่หย่อนคล้อยให้ตึงขึ้น ตีนกาตื้นขึ้น เห็นผลทันทีหลังทำ แต่จะค่อยๆ จางหายไปภายใน 6-12 เดือน จึงจำเป็นต้องทำซ้ำเพื่อคงความกระชับของผิวไว้ >> รู้จักโปรแกรมเพิ่มเติม
3. การเลเซอร์ Picosure Pro
เลเซอร์พิโคเป็นอีกนวัตกรรมที่นิยมในการรักษาตีนกาและริ้วรอยต่างๆ ด้วยพลังงานแสงระดับพิโควินาที ที่จะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวแบบแม่นยำ สามารถลดเลือนรอยตีนกาชนิดตื้นได้อย่างเห็นผล มีความปลอดภัย ใช้เวลารักษาสั้น ไม่ต้องพักฟื้น The Signature Clinic ใช้เลเซอร์ Picosure Pro เป็นเครื่องล่าสุดที่มีประสิทธิภาพในการรักษาตีนกาและริ้วรอยสูง >> รู้จักโปรแกรมเพิ่มเติม
วิธีป้องกันการเกิดตีนกา
นอกจากการรักษาตีนกาที่เกิดขึ้นแล้ว สิ่งสำคัญคือการป้องกันและชะลอการเกิดริ้วรอยตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาที่ผิวบอบบาง มักเกิดริ้วรอยได้ง่าย วิธีการดูแลผิวง่ายๆ ที่ช่วยป้องกันตีนกา มีดังนี้
1. การบำรุงผิวให้มีความชุ่มชื้น
ผิวที่ขาดความชุ่มชื้น จะยิ่งทำให้เห็นริ้วรอยชัดเจน ตีนกาลึกขึ้นได้ง่าย การบำรุงผิวด้วยสกินแคร์ที่อุดมไปด้วยสารให้ความชุ่มชื้น เช่น ไฮยารูลอนิกแอซิด เซรามายด์ จะช่วยเติมเต็มน้ำให้ผิว ทำให้ริ้วรอยดูตื้นขึ้น ป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่ได้ ควรใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
2. การทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ
แสงแดดเป็นตัวการใหญ่ในการทำลายคอลลาเจน ทำให้ผิวเสื่อมสภาพและเกิดริ้วรอย การป้องกันผิวจากรังสี UVA UVB ด้วยครีมกันแดดเป็นสิ่งสำคัญ ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมงเมื่อต้องอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน เพื่อให้ผิวได้รับการปกป้องตลอดวัน
3. การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
การเลือกทานอาหารที่มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง จะช่วยสนับสนุนกระบวนการสร้างคอลลาเจนภายในผิวตามธรรมชาติ ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ชะลอการเกิดริ้วรอยได้ เช่น ผักผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ พริกหยวก บล็อกโคลี่ เป็นต้น ควรรับประทานเป็นประจำควบคู่ไปกับการดูแลผิวภายนอก
4. ไม่ควรการขยี้ตาแรง ๆ
เนื่องจากผิวรอบดวงตามีความบอบบางมากกว่าผิวส่วนอื่นๆ การขยี้ตาแรงๆ หรือถูตาบ่อยๆ จะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย ทำให้ผิวบริเวณนั้นย้วยและหย่อนคล้อยเร็วขึ้น แนะนำว่าหากมีอาการคันตา ควรใช้นิ้วเบาๆ แตะเพื่อบรรเทาอาการแทนการขยี้ และหากต้องถอดคอนแทคเลนส์ ควรทำด้วยความนุ่มนวลเช่นกัน
5. การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีคุณภาพ
เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวโดยเฉพาะรอบดวงตาที่มีส่วนผสมช่วยลดเลือนริ้วรอย เช่น เรตินอล วิตามินซี เปปไทด์ จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ปรับสภาพผิวให้แข็งแรง เรียบเนียน ลดการเกิดริ้วรอยและตีนกาได้ โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว และใช้อย่างสม่ำเสมอเพื่อเห็นผลชัดเจน
6. หลีกเลี่ยงการล้างหน้าแรงๆ
การล้างหน้าแรงๆ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่มีส่วนผสมของสารเคมีที่รุนแรง จะเป็นการทำลายชั้นไขมันบนผิวที่มีหน้าที่ปกป้องผิว ทำให้ผิวแห้ง ระคายเคือง ริ้วรอยและตีนกาปรากฏชัดเร็วขึ้น ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน ไม่มีสารซัลเฟต และใช้วิธีล้างหน้าแบบวนเบาๆ เพื่อไม่ให้เป็นการกระตุ้นริ้วรอย
7. การพักผ่อนให้เพียงพอ
การนอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 7-9 ชั่วโมงต่อคืน จะช่วยให้ร่างกายได้ฟื้นฟูสภาพผิว ผลิตคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ตามธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยลดความเครียด ที่อาจส่งผลให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้นด้วย การจัดสรรเวลาพักผ่อนให้เหมาะสมจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ในการชะลอการเกิดริ้วรอยและตีนกา
8. การงดสูบบุหรี่
ควันบุหรี่ประกอบไปด้วยสารพิษมากมายที่เร่งให้ผิวเสื่อมสภาพ ลดความยืดหยุ่น ทำลายคอลลาเจนในชั้นผิว นอกจากนี้นิโคตินในบุหรี่ยังไปลดการไหลเวียนเลือดบริเวณผิวหน้า ส่งผลให้ผิวขาดออกซิเจนและสารอาหาร ริ้วรอยต่างๆ รวมถึงตีนกาจึงปรากฏขึ้นเร็วกว่าปกติ หากต้องการชะลอวัยและลดการเกิดริ้วรอย ควรเลิกสูบบุหรี่โดยเร็วที่สุด
“ปรับผิวให้เนียน ด้วย Potenza เทคโนโลยีที่จะฟื้นสภาพผิวให้กลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง”
หากต้องการรักษาตีนกา ทำไมต้องเลือกบริการจาก The Signature Clinic
การเลือกคลินิกที่ได้รับมาตรฐาน มีความปลอดภัย และใช้เทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยอย่าง The Signature Clinic จะทำให้การรักษาตีนกาเห็นผลได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่เสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ Potenza และ Picosure Pro ล่าสุด ร่วมกับการฉีดฟิลเลอร์ ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยลดเลือนรอยตีนกาแม้ริ้วรอยที่ลึก ให้ผิวกลับมากระชับ เรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์อีกครั้งอย่างเป็นธรรมชาติ
สรุป
ตีนกา เป็นหนึ่งในปัญหาริ้วรอยที่กวนใจใครหลายคนเมื่อเริ่มมีอายุมากขึ้น แต่เราสามารถป้องกันและรักษาตีนกาได้ด้วยวิธีการดูแลผิวที่ถูกต้องในชีวิตประจำวัน ร่วมกับการรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เหมาะสม โดย The Signature Clinic พร้อมให้คำแนะนำ พร้อมดูแลปัญหาตีนกาของคุณด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ปลอดภัย ให้คุณมั่นใจได้ในทุกขั้นตอนของการรักษา เพื่อให้ใบหน้าของคุณกลับมาดูอ่อนเยาว์ สวยใสปราศจากริ้วรอยดั่งใจต้องการ
คำถามที่พบบ่อย
ยิ้มแล้วตีนกาขึ้น รักษาอย่างไรยังไง?
การยิ้มหรือหัวเราะบ่อยๆ อาจทำให้บริเวณหางตาเกิดริ้วรอยตีนกาได้ แนวทางการรักษาสามารถทำได้ดังนี้
- เสริมโบท็อกซ์เพื่อลดการหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณหางตา
- เติมเต็มร่องริ้วรอยด้วยฟิลเลอร์
- กระตุ้นคอลลาเจนด้วยเลเซอร์หรือ RF
- รักษาควบคู่กับการบำรุงผิวรอบดวงตาอย่างสม่ำเสมอ
ตีนกาใต้ตา แก้ยังไง?
ตีนกาที่เกิดขึ้นใต้ตาสามารถรักษาและลดเลือนได้ด้วยวิธีต่อไปนี้
- ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเพื่อเติมเต็มและยกกระชับผิวให้ตึงขึ้น
- ทำทรีทเม้นท์ด้วยเลเซอร์เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดริ้วรอยใต้ตา
- เลือกใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาที่มีส่วนผสมของเรตินอล วิตามินซี และเปปไทด์
- พักผ่อนให้เพียงพอ และจัดการกับอาการบวมน้ำใต้ตา
ทำไมถึงเรียกตีนกา?
ริ้วรอยที่เกิดขึ้นบริเวณหางตาเวลายิ้มหรือหัวเราะ จะมีลักษณะเป็นเส้นตรงพาดทแยงคล้ายขาหรือนิ้วเท้าของนก จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า “ตีนกา” ซึ่งเป็นคำเรียกที่ใช้กันแพร่หลายในภาษาไทย ส่วนในภาษาอังกฤษมักเรียกว่า Crow’s Feet ที่แปลตรงตัวว่าเท้าของอีกา โดยหมายถึงลักษณะริ้วรอยที่คล้ายคลึงกัน
ทาวาสลีนใต้ตาได้ไหม?
วาสลีนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยน สามารถเป็นตัวเลือกในการบำรุงผิวรอบดวงตาสำหรับคนที่ผิวแพ้ง่ายหรือระคายเคืองได้ แต่เนื่องจากเนื้อวาสลีนค่อนข้างเหนียวหนัก อาจอุดตันรูขุมขนได้ง่าย ทำให้เกิดอาการคัดเคืองหรือผิวอักเสบได้ หากมีความกังวลเรื่องริ้วรอยรอบดวงตา ควรเลือกใช้ครีมบำรุงสายตาที่มีส่วนผสมสำคัญในการลดเลือนริ้วรอย และเหมาะกับสภาพผิวจะดีกว่า


