เคยสงสัยหรือไม่ว่าตุ่มนูนแดงที่เจ็บบนใบหน้าแต่ไม่มีหัวหนองให้บีบคืออะไร? ปัญหา สิวอุดตันไม่มีหัว สร้างความกังวลใจให้หลายคน เพราะนอกจากจะเจ็บปวดแล้วยังรักษายากกว่าสิวทั่วไป บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงสาเหตุที่แท้จริง พร้อมแนะนำวิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องทั้งแบบทำได้ด้วยตัวเองและหัตถการทางการแพทย์ เพื่อช่วยให้ผู้อ่านจัดการกับปัญหาสิวอักเสบใต้ผิวหนังได้อย่างตรงจุดและปลอดภัย ลดโอกาสการเกิดแผลเป็นหรือหลุมสิวในอนาคต
สิวอุดตันไม่มีหัว ยิ่งบีบยิ่งพัง สรุปสาเหตุและวิธีรักษาให้ยุบไวโดยไม่ทิ้งรอย
- รู้จักศัตรู: สิวอุดตันไม่มีหัว หรือที่เรียกว่า สิวไต คือสิวอักเสบที่ฝังลึกอยู่ใต้ผิวหนัง ไม่มีหัวหนองโผล่ให้เห็นภายนอก สัมผัสแล้วเป็นก้อนแข็งและมีความรู้สึกเจ็บปวด เกิดจากการอุดตันของรูขุมขนร่วมกับการติดเชื้อแบคทีเรีย
- สาเหตุหลัก: ปัจจัยกระตุ้นสำคัญคือความไม่สมดุลของฮอร์โมน การสะสมของแบคทีเรีย C.acnes พันธุกรรมผิวมัน การเสียดสีจากการสัมผัสใบหน้า และการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันซึ่งก่อให้เกิดการอุดตัน
- กฎเหล็ก: ห้ามบีบ แกะ หรือเจาะเองเด็ดขาด เพราะสิวชนิดนี้ไม่มีทางระบายออก การบีบจะทำให้เชื้อกระจายลงสู่ชั้นผิวที่ลึกขึ้น เปลี่ยนจากสิวอักเสบเป็นถุงน้ำขนาดใหญ่ และเสี่ยงต่อการเกิดหลุมสิวถาวร
- วิธีรักษาเบื้องต้น: แนะนำให้ประคบอุ่นเพื่อละลายหัวสิว ใช้ยาทากลุ่ม Benzoyl Peroxide เพื่อฆ่าเชื้อ หรือ Salicylic Acid และ Retinoids เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดการอุดตัน
- ทางลัดทางการแพทย์: หากต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว แพทย์อาจใช้การฉีดสิวเพื่อลดการอักเสบภายใน 24-48 ชั่วโมง หรือใช้เลเซอร์เพื่อฆ่าเชื้อและลดรอยแดง
- ทางออกที่ยั่งยืน: หากกังวลเรื่องรอยแผลเป็นหรือสิวเรื้อรัง The Signature Clinic ใช้นวัตกรรม Picosure Pro มาตรฐาน US FDA ในการจัดการปัญหาสิวและรอยดำ ภายใต้การดูแลของแพทย์ระดับ Medical Trainer เพื่อลดโอกาสการเกิดหลุมสิวในอนาคต
“ สิวอุดตันไม่มีหัว คืออะไร แก้ด้วยวิธีไหนได้บ้าง”

สิวอุดตันไม่มีหัว คืออะไร?
สิวอุดตันไม่มีหัว (Blind Pimple) หรือในทางการแพทย์เรียกว่าสิวอักเสบระยะ Papule และ Nodule คือสิวที่เกิดการอุดตันและอักเสบอยู่ลึกลงไปในชั้นผิวหนัง โดยไม่มีหัวสิวสีขาวหรือสีดำโผล่ขึ้นมาให้เห็นภายนอกเหมือนสิวทั่วไป สัมผัสแล้วจะรู้สึกเป็นก้อนแข็งๆ หรือเป็นไตอยู่ใต้ผิวหนัง สาเหตุหลักเกิดจากการที่รูขุมขนมีการอุดตันของน้ำมัน (Sebum) และเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ร่วมกับการติดเชื้อแบคทีเรีย C.acnes จนเกิดการอักเสบ บวม แดง และเจ็บปวด ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้หรือรักษาผิดวิธี อาจพัฒนากลายเป็น สิวอักเสบ ขนาดใหญ่หรือซีสต์ (Cyst) ที่ทำลายเนื้อเยื่อผิวจนเกิดเป็นรอยแผลเป็นฝังลึกได้ อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุสิวอุดตันและการรักษา
ลักษณะสิวอุดตันไม่มีหัว และอาการที่พบบ่อย
ลักษณะเด่นที่สังเกตได้ชัดเจนของ สิวอุดตันไม่มีหัว คือการเป็นตุ่มนูนสีแดงหรือสีเดียวกับผิวหนังที่มีความแข็งเมื่อสัมผัส หรือที่หลายคนค้นหาด้วยคำว่า สิวไม่มีหัว นูนๆ โดยไม่มีหัวหนองปรากฏให้เห็น อาการที่พบบ่อยคือความรู้สึกเจ็บปวดหรือปวดตุบๆ บริเวณที่เป็นสิว โดยเฉพาะเมื่อใช้นิ้วกดลงไปจะสัมผัสได้ถึงก้อนแข็งเป็นไตอยู่ลึกลงไปใต้ผิวหนัง ขนาดของสิวอาจมีตั้งแต่ตุ่มเล็กๆ ไปจนถึงก้อนขนาดใหญ่ หากมีการติดเชื้อรุนแรง ผิวบริเวณรอบๆ จะมีอาการบวมแดงและร้อนร่วมด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการอักเสบในระดับลึกที่ต้องได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี
แยกความแตกต่าง: สิวอุดตันใต้ผิว (Comedone) vs สิวอักเสบไม่มีหัว (Papule/Nodule)
- สิวอุดตันใต้ผิว (Comedone): เป็นสิวระยะเริ่มต้นที่ยังไม่มีการติดเชื้อรุนแรง แบ่งเป็นสิวหัวปิด (Whitehead) ที่เห็นเป็นตุ่มขาวเล็กๆ และสิวหัวเปิด (Blackhead) ที่เห็นเป็นจุดสีดำ ทั้งสองชนิดนี้จะไม่มีอาการเจ็บ ไม่บวมแดง และเม็ดสิวอยู่ตื้นกว่า
- สิวอักเสบไม่มีหัว (Papule/Nodule): เกิดจากสิวอุดตันที่มีเชื้อแบคทีเรียเข้าไปเจริญเติบโตจนเกิดการอักเสบ สิวอักเสบ ชนิดนี้จะมีลักษณะบวม แดง เจ็บ และฐานของสิวอยู่ลึกกว่าชั้นผิวปกติ หากเป็นตุ่มแดงเล็กจะเรียกว่า Papule แต่ถ้าเป็นก้อนใหญ่ แข็ง และเจ็บมาก จะเรียกว่า Nodule หรือ สิวหัวแข็ง ซึ่งมีความรุนแรงกว่าและเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นมากกว่า ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิวอักเสบ
ทำไมถึงเรียกสิวอุดตันไม่มีหัวว่า ‘สิวไต’?
คำเรียกขานว่า สิวไต นั้นมาจากการสัมผัสลักษณะทางกายภาพของสิวชนิดนี้ ซึ่งมีความแข็ง เป็นก้อน และฝังตัวอยู่ลึกใต้ผิวหนัง คล้ายกับมี “ไต” หรือก้อนเนื้อแข็งๆ ซ่อนอยู่ข้างใน ต่างจากสิวหนองหรือสิวทั่วไปที่มีความนิ่มหรือมีของเหลวอยู่ตื้นๆ ความแข็งนี้เกิดจากการอักเสบที่รุนแรงและการสะสมของเม็ดเลือดขาว น้ำมัน และเชื้อแบคทีเรียที่ถูกจำกัดวงอยู่ในถุงหุ้มใต้ชั้นผิวหนังลึก ทำให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อมาห่อหุ้มจนกลายเป็นก้อนแข็ง การที่ สิวหัวแข็ง เช่นนี้ทำให้ยากต่อการกำจัดออกด้วยยาทาทั่วไป และเป็นเหตุผลว่าทำไมการบีบจึงไม่ได้ผลและยิ่งทำให้อักเสบมากขึ้น

เจาะลึก 5 สาเหตุหลักของการเกิดสิวอุดตันไม่มีหัว
เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การเข้าใจต้นตอของปัญหาเป็นสิ่งสำคัญ โดยสาเหตุหลักที่กระตุ้นให้เกิด สิวอักเสบเกิดจาก ปัจจัยดังต่อไปนี้:
- ระดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุล: โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น ช่วงก่อนมีประจำเดือน หรือภาวะเครียด ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนแอนโดรเจนสูงขึ้น กระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันออกมามากเกินความจำเป็นจนเกิดการอุดตัน
- การสะสมของแบคทีเรีย C.acnes: เมื่อรูขุมขนอุดตันและมีสภาพไร้ออกซิเจน จะเป็นสภาวะที่เหมาะสมให้แบคทีเรียเจริญเติบโตและย่อยไขมันเป็นกรดไขมันที่ระคายเคืองผิว นำไปสู่การอักเสบแดงและกลายเป็น สิวอักเสบไม่มีหัว
- พันธุกรรมและสภาพผิว: ผู้ที่มีคนในครอบครัวเป็นสิวรุนแรง หรือมีสภาพผิวมัน รูขุมขนกว้าง มีแนวโน้มที่จะเกิดการอุดตันและอักเสบได้ง่ายกว่าปกติ ซึ่งเป็นปัจจัยภายในที่ควบคุมได้ยาก
- การเสียดสีและระคายเคือง: การสวมหน้ากากอนามัย หมวกกันน็อค หรือการสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ รวมไปถึงการเช็ดหน้าแรงๆ เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองและนำเชื้อโรคเข้าสู่รูขุมขน จนกลายเป็น สิวหัวปิด ที่อักเสบ
- การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม: การใช้เครื่องสำอางหรือสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน (Oil-based) หรือสารที่ก่อให้เกิดการอุดตัน (Comedogenic) จะไปขัดขวางการระบายน้ำมันของผิว ทำให้เกิดการสะสมสิ่งสกปรกใต้ผิวหนัง ทำความเข้าใจเรื่องรูขุมขนอุดตันเพิ่มเติม
วิธีรักษาสิวอุดตันไม่มีหัว: ตั้งแต่ดูแลตัวเองถึงมือหมอ
การจัดการกับปัญหาสิวชนิดนี้ต้องอาศัยความใจเย็นและวิธีที่ถูกต้อง การรักษาแบบผสมผสานระหว่างการดูแลตัวเองและการพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด
การดูแลเบื้องต้นเมื่อสิวเริ่มขึ้น (ห้ามทำอะไรบ้าง!)
ข้อห้ามสำคัญที่สุดเมื่อพบ สิวอุดตันไม่มีหัว คือ “ห้ามบีบ แกะ หรือเจาะเองเด็ดขาด” เพราะสิวชนิดนี้ไม่มีทางระบายออก การบีบจะยิ่งดันเชื้อแบคทีเรียและหนองให้แตกกระจายลงสู่ชั้นผิวที่ลึกขึ้น เปลี่ยนจากสิวอักเสบธรรมดาให้กลายเป็นถุงน้ำ (Cyst) ขนาดใหญ่ เสี่ยงต่อการติดเชื้อลุกลามและทิ้งรอยหลุมสิวถาวร สิ่งที่ทำได้คือการประคบอุ่นเพื่อช่วยละลายหัวสิวและลดการอุดตัน หรือประคบเย็นหากมีอาการปวดบวมแดงมากเพื่อลดการอักเสบ
ยาทาที่หาซื้อได้เอง (Benzoyl Peroxide, Salicylic Acid, Retinoids)
การเลือกใช้ยาแต้มสิวที่มีประสิทธิภาพเป็นด่านแรกในการรักษา โดยตัวยาที่แนะนำได้แก่:
- Benzoyl Peroxide (BP): ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย C.acnes และลดปริมาณกรดไขมันอิสระ ช่วยลดการอักเสบของ สิวอักเสบไม่มีหัว ได้ดี
- Salicylic Acid (BHA): มีคุณสมบัติละลายในน้ำมัน จึงสามารถซึมเข้าสู่รูขุมขนเพื่อขจัดสิ่งอุดตันและผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ช่วยลดขนาดของสิวไตให้เล็กลง
- Retinoids (อนุพันธ์วิตามินเอ): เช่น Adapalene ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน ปรับการผลัดเซลล์ผิวให้เป็นปกติ และลดการเกิดสิวใหม่ เหมาะสำหรับ สิวหัวปิด และสิวอุดตันเรื้อรัง
การรักษาโดยแพทย์ผิวหนัง (ฉีดสิว, เลเซอร์, ยารับประทาน)
หากดูแลตัวเองแล้วอาการไม่ดีขึ้น การพบแพทย์ที่มีความชำนาญเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า โดยวิธีทางการแพทย์ประกอบด้วย:
- การฉีดสิว (Intralesional Injection): แพทย์จะฉีดสเตียรอยด์ความเข้มข้นต่ำเข้าไปในเม็ดสิวโดยตรง วิธีนี้ช่วยลดการอักเสบ บวม และเจ็บปวดได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับ สิวไต เม็ดใหญ่ที่ต้องการให้ยุบตัวไว
- การทำเลเซอร์: เทคโนโลยีอย่าง Picosure Pro หรือ Pulse Dye Laser ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดรอยแดง และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดโอกาสเกิดแผลเป็นจากสิว ดูรีวิวการรักษาและรอยสิวด้วยเลเซอร์
- ยารับประทาน: ในรายที่มีสิวรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาจ่ายยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อ หรือยากลุ่ม Isotretinoin เพื่อลดการทำงานของต่อมไขมัน ซึ่งต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด
ตารางเปรียบเทียบ: ข้อดี-ข้อเสีย ของแต่ละวิธีรักษา
| วิธีการรักษา | ข้อดี | ข้อเสีย/ข้อควรระวัง |
| ยาทาเฉพาะที่ | หาซื้อง่าย ราคาประหยัด ทำได้เองที่บ้าน | เห็นผลช้า อาจระคายเคืองผิว แห้งลอก |
| ฉีดสิว | สิวยุบเร็ว ลดอาการเจ็บปวดได้ทันที | หากฉีดผิดวิธีอาจทำให้ผิวบุ๋ม (Atrophy) |
| ยารับประทาน | คุมสิวได้ทั่วร่างกาย ลดหน้ามันได้ดี | มีผลข้างเคียงสูง ต้องตรวจเลือดและคุมโดยแพทย์ |
| เลเซอร์ (Pico) | ลดการอักเสบและรอยดำพร้อมกัน ผิวเรียบเนียน | ค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีอื่น ต้องทำต่อเนื่อง |
การป้องกันสิวอุดตันไม่มีหัวไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมช่วยลดโอกาสการเกิด สิวอุดตันไม่มีหัว ซ้ำซากได้
- รักษาความสะอาด: ล้างหน้าวันละ 2 ครั้งด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน และเช็ดเครื่องสำอางให้หมดจดก่อนล้างหน้าทุกครั้ง
- เลือกผลิตภัณฑ์ Non-comedogenic: เลือกใช้สกินแคร์และเครื่องสำอางที่ระบุว่าไม่อุดตันรูขุมขน เพื่อลดความเสี่ยงการเกิด สิวหัวปิด
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า: ลดการเอามือจับหน้า เท้าคาง หรือแกะเกาสิว เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกและแบคทีเรีย
- จัดการความเครียดและพักผ่อน: ความเครียดและการนอนดึกส่งผลต่อฮอร์โมนโดยตรง ควรหาเวลาผ่อนคลายและนอนหลับให้เพียงพอ
- ดูแลความสะอาดของเครื่องใช้: เปลี่ยนปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน และทำความสะอาดแปรงแต่งหน้าเป็นประจำ เพื่อลดแหล่งสะสมเชื้อโรค
สรุป
ปัญหาสิวอักเสบใต้ผิวหนังหรือสิวไต เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญทั้งการหาสาเหตุและการเลือกวิธีรักษา การดูแลรักษาความสะอาดและการใช้ยาที่ถูกต้องเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่หากอาการรุนแรง การปรึกษาแพทย์ผู้มีความชำนาญเพื่อรับการรักษาที่ตรงจุดจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดหลุมสิวและรอยแผลเป็นถาวร ให้ผิวกลับมาเรียบเนียนและสุขภาพดีอีกครั้ง ศึกษาวิธีรักษารอยแผลเป็นจากสิว
คำถามที่พบบ่อย
สิวอุดตันไม่มีหัว บีบได้ไหม?
ไม่ได้เด็ดขาด การบีบสิวชนิดนี้ซึ่งไม่มีหัวเปิด จะทำให้ผนังรูขุมขนแตกใต้ผิวหนัง เชื้อแบคทีเรียกระจายตัวเป็นวงกว้าง ก่อให้เกิดการอักเสบรุนแรงขึ้น กลายเป็นสิวหัวช้าง และทิ้งรอยหลุมสิวที่รักษายากไว้ในที่สุด
ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าสิวไตจะยุบ?
หากดูแลด้วยการทายาและประคบอุ่น สิวอาจใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ในการยุบตัว หรืออาจนานกว่านั้นหากมีการอักเสบลึก แต่หากรักษาด้วยวิธีฉีดสิวหรือเลเซอร์ทางการแพทย์ สิวมักจะยุบตัวลงและอาการดีขึ้นภายใน 24-48 ชั่วโมง
เป็นสิวที่จมูก ไม่มีหัว เจ็บมาก เกิดจากอะไร?
เป็นสิวที่จมูก ไม่มีหัว มักเกิดจากการอุดตันรูขุมขนในบริเวณที่มีต่อมไขมันหนาแน่น ร่วมกับการติดเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus บริเวณโพรงจมูก การสัมผัสจมูกบ่อยๆ หรือการถอนขนจมูก อาจเป็นสาเหตุกระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบชนิดนี้ ซึ่งมีความเจ็บปวดมากกว่าบริเวณอื่นเนื่องจากเส้นประสาทเยอะ
“ปรับผิวให้เนียน ด้วย Picosure Pro เทคโนโลยีที่จะฟื้นสภาพผิวให้กลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง”
หากต้องการรักษาสิว ทำไมต้องใช้บริการจาก The Signature Clinic

หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาสิวอุดตันเรื้อรังหรือสิวอักเสบที่ทิ้งรอย ทางคลินิกพร้อมดูแลด้วยนวัตกรรม Picosure Pro เทคโนโลยีเลเซอร์มาตรฐานระดับโลก (US FDA) ที่มีความสามารถในการจัดการเม็ดสีและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยฟื้นฟูผิวจากรอยสิวและหลุมสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ที่มีความชำนาญระดับ Medical Trainer ที่สามารถวิเคราะห์และวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและผิวที่เรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ กลับสู่หน้าหลัก The Signature Clinic

