สิว คือ หนึ่งในปัญหาผิวหนังที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในวัยรุ่นหรือผู้ที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งส่งผลต่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิตในหลายมิติ ทั้งในแง่ของรูปลักษณ์ ความสะดวกสบาย และสุขภาพผิวโดยรวม การรักษาสิวอย่างถูกต้องจึงจำเป็นต้องเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริง ประเภทของสิว ตลอดจนแนวทางการดูแลที่เหมาะสม ทั้งจากธรรมชาติ การใช้ยา ไปจนถึงหัตถการทางการแพทย์ เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและยั่งยืน โดยบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึก พร้อมแนะนำบริการดูแลปัญหาสิวอย่างครบวงจรโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก The Signature Clinic
สรุปปัญหาสิว สาเหตุ วิธีดูแล และทางเลือกการรักษาที่ปลอดภัย
- สิว (Acne) คือ ปัญหาผิวหนังที่เกิดจากการอุดตันของรูขุมขนร่วมกับการอักเสบจากแบคทีเรีย โดยมักพบในช่วงวัยรุ่น หรือผู้ที่มีความผิดปกติของฮอร์โมน ลักษณะของสิวมีตั้งแต่แบบไม่อักเสบ (สิวหัวขาว สิวหัวดำ) ไปจนถึงสิวอักเสบชนิดรุนแรง เช่น สิวหัวช้างหรือสิวซีสต์ ซึ่งหากปล่อยไว้อาจเกิดแผลเป็นถาวรหรือปัญหาทางจิตใจได้
- สาเหตุของสิว มีทั้งปัจจัยภายในและภายนอก เช่น ฮอร์โมนเพศ ความเครียด พันธุกรรม การใช้ยาบางชนิด พฤติกรรมการดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม การใช้เครื่องสำอางอุดตัน หรือการสัมผัสผิวหน้าบ่อยครั้ง ซึ่งล้วนเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดการอุดตันและอักเสบตามมา
- สิวแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่:
- สิวไม่อักเสบ: สิวหัวดำ, สิวหัวขาว มักไม่เจ็บและไม่มีการบวมแดง
- สิวอักเสบ: มีการติดเชื้อร่วม เกิดเป็นตุ่มแดง หนอง ก้อนใต้ผิว ซึ่งต้องรักษาอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันการลุกลาม
- ตำแหน่งที่มักเกิดสิวบ่อย: ใบหน้า (หน้าผาก แก้ม คาง), แผ่นหลัง, หน้าอก, ต้นแขน, ไหล่ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีต่อมไขมันหนาแน่น
- การรักษาสิวแบบธรรมชาติ เช่น น้ำผึ้ง ว่านหางจระเข้ ชาเขียว น้ำมันทีทรี และมะนาว เหมาะสำหรับสิวระยะเริ่มต้นหรือผิวบอบบาง แต่อาจเห็นผลช้าและควรใช้ด้วยความระมัดระวัง
- การใช้ยา: แบ่งเป็นยาทา (เช่น Retinoids, Benzoyl Peroxide) และยารับประทาน (เช่น ยาปฏิชีวนะ, Isotretinoin, ยาคุมกำเนิด) ควรได้รับการสั่งและติดตามโดยแพทย์เท่านั้น
- หัตถการทางการแพทย์ เป็นทางเลือกสำคัญสำหรับสิวที่ดื้อยา หรือมีแนวโน้มเป็นแผลเป็น
- การกดสิว: ช่วยนำหัวสิวออกอย่างปลอดภัย
- การฉีดสิว: ลดอักเสบเฉพาะจุด
- เลเซอร์สิว: ลดเชื้อแบคทีเรีย กระตุ้นคอลลาเจน
- Potenza RF Microneedling: เทคโนโลยีเฉพาะของ The Signature Clinic ที่ใช้คลื่นวิทยุผสานเข็มเล็กเจาะผิว ช่วยลดการอักเสบและฟื้นฟูผิวลึก
- วิธีดูแลผิวเมื่อมีสิว:
- ล้างหน้าวันละ 2 ครั้งด้วยผลิตภัณฑ์อ่อนโยน
- ใช้ผลิตภัณฑ์ non-comedogenic
- งดแต่งหน้าหนักและล้างออกให้สะอาด
- หลีกเลี่ยงการบีบสิวหรือสัมผัสผิวหน้า
- พักผ่อนให้เพียงพอและลดความเครียด
- วิธีป้องกันการเกิดสิว:
- รักษาความสะอาดของหมอน ผ้าห่ม โทรศัพท์
- หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์หรือสเตียรอยด์
- ปรึกษาแพทย์หากสิวมีแนวโน้มเรื้อรังหรือรุนแรง
- The Signature Clinic มีทีมแพทย์ผิวหนังผู้ชำนาญการที่พร้อมให้คำปรึกษา และรักษาสิวอย่างปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีชั้นนำ เช่น Potenza ที่สามารถจัดการได้ทั้ง สิวอักเสบ, สิวอุดตัน, รอยสิว และการฟื้นฟูผิว โดยออกแบบแผนเฉพาะบุคคลตามปัญหาจริง
“สิว คืออะไร รักษาวิธีไหนให้ได้ผลดี”
สิว (Acne) คืออะไร?

สิว คือ ภาวะที่รูขุมขนอุดตันร่วมกับการอักเสบจากแบคทีเรีย โดยมักเกิดจากการสะสมของไขมันส่วนเกิน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และเชื้อแบคทีเรีย P. acnes ในรูขุมขน ส่งผลให้เกิดเป็นตุ่มเล็ก ตุ่มหนอง หรือสิวหัวดำ สิวหัวขาว โดยทั่วไปสิวสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท ทั้งสิวอักเสบและสิวไม่อักเสบ ซึ่งแต่ละประเภทมีวิธีดูแลและรักษาที่แตกต่างกัน ความเข้าใจว่า “สิว คือ” อะไรอย่างถูกต้อง จะช่วยให้สามารถเลือกแนวทางการจัดการได้ตรงจุด ลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็นหรือการอักเสบรุนแรงที่ตามมา
สิว มีสาเหตุเกิดจากอะไร?
ปัญหาสิวอาจเกิดจากหลายปัจจัยทั้งภายในและภายนอกร่างกาย โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่กระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยร่วมอื่น ๆ ที่ทำให้การเกิดสิวซับซ้อนและแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
- ฮอร์โมนแปรปรวน: โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่น หรือรอบเดือน
- การสะสมของไขมันในรูขุมขน: ทำให้เกิดการอุดตัน
- การสะสมของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว: อุดตันรูขุมขน ร่วมกับไขมัน
- การเจริญเติบโตของแบคทีเรีย P. acnes: ทำให้เกิดการอักเสบ
ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เกิดสิว

การเกิดสิวไม่ได้มีเพียงแค่สาเหตุเดียวเท่านั้น แต่ยังสัมพันธ์กับพฤติกรรมและสภาวะแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อผิว โดยแบ่งได้เป็น 2 ปัจจัยหลัก คือปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก
ภายในร่างกาย
สิ่งที่เกิดขึ้นภายในร่างกายส่งผลโดยตรงต่อกลไกการทำงานของต่อมไขมันและการอักเสบในผิวหนัง ซึ่งเป็นปัจจัยที่พบได้บ่อยในการเกิดสิว
- ฮอร์โมนเพศ: โดยเฉพาะแอนโดรเจนที่กระตุ้นต่อมไขมัน
- กรรมพันธุ์: หากคนในครอบครัวมีปัญหาสิว ก็มีโอกาสเกิดสิวมากขึ้น
- ความเครียด: ทำให้ฮอร์โมน Cortisol สูงขึ้นและกระตุ้นสิว
- การใช้ยาบางชนิด: เช่น ยาคุม, สเตียรอยด์, ยากันชัก
ภายนอกร่างกาย
สิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมบางอย่างสามารถเร่งให้เกิดสิวหรือทำให้สิวลุกลามได้ง่ายขึ้น
- การล้างหน้าไม่สะอาดหรือบ่อยเกินไป: ทำให้ผิวระคายเคือง
- การใช้ผลิตภัณฑ์อุดตันรูขุมขน: เช่น ครีมที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว
- การแต่งหน้าไม่ล้างออก: ส่งผลให้เกิดการสะสมของแบคทีเรีย
- การสัมผัสผิวหน้าบ่อย ๆ หรือบีบสิวเอง: เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
สิว แบ่งได้กี่ประเภท มีอะไรบ้าง

การจำแนกประเภทของสิวจะช่วยให้สามารถเลือกวิธีดูแลที่ตรงจุด โดยทั่วไปสามารถแบ่งสิวได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ สิวไม่อักเสบ และสิวอักเสบ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันทั้งในด้านลักษณะ รูปร่าง และระดับความรุนแรง
สิวไม่อักเสบ
ลักษณะของสิวประเภทนี้มักไม่เจ็บ ไม่แดง และไม่บวม แบ่งออกเป็นสิวหัวดำ (เปิดรูขุมขน) และสิวหัวขาว (ปิดรูขุมขน) ซึ่งเกิดจากการอุดตันของไขมันและเซลล์ผิว โดยยังไม่มีการอักเสบหรือการติดเชื้อร่วมด้วย สามารถรักษาด้วยการล้างหน้าที่เหมาะสมและทายาบางประเภท
สิวอักเสบ
เป็นสิวที่มีลักษณะบวม แดง หรือมีหนองร่วมด้วย ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อของแบคทีเรียที่อยู่ในรูขุมขน แบ่งได้เป็นตุ่มแดง (papule), ตุ่มหนอง (pustule), สิวหัวช้าง หรือสิวซีสต์ (cystic acne) ซึ่งอาจต้องการการรักษาร่วมกับยา และหัตถการทางการแพทย์เพื่อหลีกเลี่ยงแผลเป็น
บริเวณและตำแหน่งไหนบ้างที่สิวขึ้นบ่อย?
สิวสามารถเกิดได้ทั่วร่างกาย แต่มีบางบริเวณที่เกิดบ่อยเนื่องจากมีต่อมไขมันจำนวนมาก และมีแนวโน้มจะเกิดการอุดตันได้ง่าย
- ใบหน้า: เป็นบริเวณที่พบสิวได้มากที่สุด โดยเฉพาะหน้าผาก แก้ม คาง
- แผ่นหลัง: มักเกิดจากเหงื่อสะสม หรือการใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศไม่ดี
- หน้าอก: บริเวณนี้มีต่อมไขมันหนาแน่น
- ต้นแขน: โดยเฉพาะในคนที่มีผิวมัน
- บ่าและไหล่: เกิดได้จากแรงกดทับจากกระเป๋าหรือเสื้อผ้า
การรักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติ
สำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงสารเคมี การรักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ปลอดภัยและอ่อนโยนต่อผิว โดยเน้นการใช้สารสกัดจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบ ยับยั้งแบคทีเรีย และสมานผิว แม้ว่าวิธีเหล่านี้อาจใช้เวลานานในการเห็นผล แต่หากใช้ร่วมกับการดูแลผิวอย่างเหมาะสมก็สามารถช่วยบรรเทาปัญหาสิวได้ดี
น้ำผึ้ง
น้ำผึ้งมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรียและลดการอักเสบ ช่วยสมานแผลและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว สามารถทาบาง ๆ บนผิวหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เหมาะสำหรับผู้ที่มีสิวอักเสบ หรือผิวบอบบาง
ว่านหางจระเข้
เจลจากว่านหางจระเข้ช่วยลดอาการอักเสบและระคายเคืองจากสิว พร้อมให้ความชุ่มชื้นและช่วยในการสมานผิวอย่างอ่อนโยน ใช้ทาบริเวณที่มีสิววันละ 2 ครั้ง สามารถใช้ได้ทั้งเช้าและก่อนนอน โดยเฉพาะในผู้ที่มีสิวแห้งหรือลอกเป็นขุย
ชาเขียว
สารโพลีฟีนอลในชาเขียวมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและต้านเชื้อแบคทีเรีย ใช้การแช่ถุงชาเขียวในน้ำร้อนแล้วปล่อยให้เย็น ก่อนนำมาวางบนผิวหน้าหรือใช้สำลีชุบชาเขียวแต้มสิว เพื่อช่วยลดการอักเสบของผิวอย่างเป็นธรรมชาติ
น้ำมันทีทรี
น้ำมันทีทรีมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิวช่วยลดการอักเสบและควบคุมความมัน ควรใช้โดยการเจือจางด้วยน้ำหรือน้ำมันพืชก่อนแต้มบริเวณที่เป็นสิว เพื่อป้องกันอาการระคายเคืองในผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย
มะนาว
กรดซิตริกในมะนาวช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดจุดด่างดำจากสิวได้ แต่ควรใช้อย่างระมัดระวังและไม่ควรทิ้งไว้นาน เนื่องจากอาจทำให้ผิวบางหรือเกิดการระคายเคือง โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายหรือมีสิวอุดตัน
การรักษาสิวด้วยการใช้ยา (ทา/รับประทาน)
แนวทางที่ได้รับการยอมรับทางการแพทย์ในการรักษาสิวคือการใช้ยารักษาทั้งในรูปแบบทาเฉพาะที่และรับประทาน โดยขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของสิวและสภาพผิวของแต่ละบุคคล การเลือกใช้ยาควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันผลข้างเคียงและให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม
ทายา
ยาทารักษาสิวมักประกอบด้วยตัวยาที่มีคุณสมบัติช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และลดการอักเสบ เช่น Benzoyl Peroxide, Retinoids หรือยาปฏิชีวนะเฉพาะที่ การใช้ควรเริ่มจากปริมาณน้อยและค่อย ๆ เพิ่มเพื่อป้องกันการระคายเคือง
รับประทานยา
ในกรณีที่สิวรุนแรงหรือไม่ตอบสนองต่อการทายา อาจมีการใช้ยารับประทาน เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาคุมกำเนิด หรือ Isotretinoin ซึ่งจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การติดตามผลของแพทย์อย่างใกล้ชิด การใช้ยาเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมการอักเสบและปรับสมดุลฮอร์โมน
การรักษาสิวโดยหัตถการทางการแพทย์ผิวหนัง
หัตถการผิวหนังเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่สามารถช่วย แก้ปัญหาสิว ได้อย่างเห็นผล โดยเฉพาะในกรณีที่สิวรุนแรงหรือมีแนวโน้มเป็นเรื้อรัง ซึ่งจะช่วยลดการอักเสบ ควบคุมการติดเชื้อ และป้องกันการเกิดแผลเป็นในระยะยาว
การกดสิว
เป็นการนำหัวสิวหรือสิวอุดตันออกอย่างถูกวิธีโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันการอักเสบหรือการติดเชื้อ การกดสิวที่ถูกวิธีช่วยลดโอกาสเกิดแผลเป็น และช่วยให้รูขุมขนเปิดเพื่อให้ยารักษาทำงานได้ดีขึ้น
การฉีดสิว
เป็นการฉีดยาสเตียรอยด์ในปริมาณที่เหมาะสมเข้าสู่บริเวณสิวอักเสบขนาดใหญ่ เพื่อช่วยลดอาการบวมแดงและเร่งให้สิวยุบตัวในเวลาอันรวดเร็ว วิธีนี้เหมาะสำหรับ สิวอักเสบ ที่ลึกและเจ็บ
การเลเซอร์รักษาสิว
เลเซอร์ช่วยลดการอักเสบของสิวโดยการทำลายเชื้อแบคทีเรีย และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ใช้ควบคู่กับการดูแลผิวอย่างต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น โดยต้องประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเข้ารับบริการ
การรักษาสิวด้วยคลื่นวิทยุ Potenza
The Signature Clinic ใช้เทคโนโลยี Potenza ซึ่งเป็นคลื่นวิทยุชนิดพิเศษที่ผสานการทำงานร่วมกับเข็ม Microneedle ช่วยลดสิวอักเสบและควบคุมความมันใต้ผิวได้อย่างแม่นยำ พร้อมกระตุ้นคอลลาเจน ลดรอยสิว และรูขุมขนกว้างได้ในคราวเดียวอย่างมีประสิทธิภาพ
สิว มีวิธีการตรวจวินิจฉัยอย่างไร?
การวินิจฉัยสิวไม่เพียงแต่อาศัยการดูด้วยตาเปล่าเท่านั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญผิวหนังจะพิจารณาจากลักษณะของสิว ประวัติการรักษาเดิม ระยะเวลาการเป็นสิว และปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง เช่น ฮอร์โมนหรือพฤติกรรมการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ในบางกรณีอาจมีการส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจระดับฮอร์โมนในเลือด หรือการขูดผิวหนังเพื่อดูเชื้อที่ทำให้เกิด สิวอักเสบ ขั้นตอนเหล่านี้ช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยคำนึงถึงลักษณะเฉพาะของผู้ป่วยแต่ละรายเป็นหลัก
สิว มีวิธีการป้องกันอย่างไร?
การป้องกันการเกิดสิวเป็นเรื่องที่สามารถทำได้หากมีการดูแลผิวที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นบางประการ แม้ว่าสิวจะมีปัจจัยทางพันธุกรรมและฮอร์โมนที่ควบคุมไม่ได้ แต่พฤติกรรมการดูแลผิวสามารถช่วย ลดสิว และป้องกันการลุกลามได้
- เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ Non-comedogenic: เพื่อป้องกันการอุดตันของรูขุมขน
- ล้างหน้าวันละ 2 ครั้งด้วยผลิตภัณฑ์อ่อนโยน: ไม่ล้างหน้าบ่อยหรือขัดผิวรุนแรง
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า: โดยเฉพาะการบีบหรือแกะสิว
- เปลี่ยนปลอกหมอนเป็นประจำ: และทำความสะอาดโทรศัพท์มือถือ
- ควบคุมความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ: ปัจจัยภายในมีผลต่อสาเหตุิของสิว
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือสเตียรอยด์
การดูแลผิวตัวเอง เมื่อเกิดสิว?
เมื่อเริ่มมีสิว ควรดูแลผิวอย่างอ่อนโยนและไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองเพิ่มเติม ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวแห้งเกินไป เลือกใช้เจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยน ปราศจากน้ำหอม และหลีกเลี่ยงการลงสกินแคร์หลายชั้น การบำรุงผิวควรเน้นที่การให้ความชุ่มชื้นโดยไม่อุดตันรูขุมขน และควรใช้ครีมกันแดดที่ไม่เหนียวเหนอะหนะและไม่ก่อให้เกิดสิวร่วมด้วย ทั้งนี้การรักษาความสะอาดของผิวหน้าเป็นประจำจะช่วยให้สามารถ แก้ปัญหาสิว ได้ดียิ่งขึ้น
สิว อันตรายหรือไม่?
แม้ว่าสิวจะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ในบางกรณีสามารถส่งผลกระทบทางจิตใจได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อเกิดสิวเรื้อรังหรือรุนแรง อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นถาวรหากไม่รับการรักษาอย่างถูกวิธี สิวบางประเภท เช่น สิวซีสต์หรือสิวหัวช้าง อาจก่อให้เกิดการอักเสบรุนแรงจนกลายเป็นฝีหรือถุงหนอง การดูแลที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้สิวอุดตันกลายเป็นสิวอักเสบหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น รอยดำ รอยแดง หรือหลุมสิว จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ระยะแรก
สรุป
สิว เป็นปัญหาผิวหนังที่เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งฮอร์โมน พฤติกรรมการดูแลผิว และสภาพแวดล้อม การทำความเข้าใจประเภทและสาเหตุของสิวจะช่วยเลือกวิธีดูแลรักษาได้ตรงจุด ทั้งในรูปแบบธรรมชาติ การใช้ยา หรือหัตถการทางการแพทย์ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาการรักษาสิวแบบปลอดภัยและแม่นยำ The Signature Clinic พร้อมให้บริการโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยี Potenza ที่ช่วยฟื้นฟูผิวได้อย่างล้ำลึก มอบทางออกที่เหมาะสมแก่ผู้ที่ต้องการ แก้ปัญหาสิว อย่างจริงจัง
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมอยู่ๆสิวถึงเห่อ?
สิวที่เห่อขึ้นอย่างฉับพลันอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ความเครียด หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อุดตันรูขุมขน อีกทั้งการเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลผิวแบบกะทันหันก็มีผลเช่นกัน เช่น การหยุดยา การใช้สกินแคร์ใหม่ หรือการนอนน้อยต่อเนื่อง
ทํายังไงให้สิวหาย?
การรักษาสิวให้ได้ผลควรเริ่มจากการประเมินสาเหตุที่แท้จริง เลือกใช้ยาหรือวิธีดูแลที่เหมาะกับประเภทสิว หลีกเลี่ยงการบีบหรือสัมผัสสิว และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหากสิวไม่ดีขึ้นในระยะเวลา 2–4 สัปดาห์
สิวเครียด เป็นแบบไหน?
สิวจากความเครียดมักเกิดบริเวณคางหรือแนวกราม มีลักษณะเป็นตุ่มแดงหรือหัวหนอง เนื่องจากฮอร์โมนคอร์ติซอลที่เพิ่มขึ้นกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานมากขึ้น ซึ่งสัมพันธ์กับอารมณ์และการพักผ่อนน้อย
สิวอะไรหายยากสุด?
สิวซีสต์ หรือสิวหัวช้าง เป็นสิวที่ลึกและเกิดการอักเสบรุนแรง มีโอกาสทิ้งแผลเป็นถาวรสูง ต้องอาศัยการดูแลโดยแพทย์และการรักษาเฉพาะทาง เช่น ยารับประทาน หรือหัตถการเชิงลึก
นอนดึกสิวขึ้นจริงไหม?
การนอนดึกมีผลต่อระดับฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะฮอร์โมนที่ควบคุมต่อมไขมัน ทำให้ผิวมันมากขึ้น และอาจกระตุ้นการเกิดสิวได้มากขึ้น การพักผ่อนให้เพียงพอจึงเป็นหนึ่งในวิธีลดปัญหาสิวที่สำคัญ
ทําไมถึงเป็นสิวทั้งหน้า?
สิวที่ขึ้นทั้งใบหน้าอาจเกิดจากปัจจัยหลายประการรวมกัน ทั้งฮอร์โมนผิดปกติ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว การทำความสะอาดไม่เพียงพอ หรือพฤติกรรมที่กระตุ้นให้เกิดการอุดตันเรื้อรัง เช่น ล้างหน้าบ่อยเกินไปหรือขัดผิวแรง
“ปรับผิวให้เนียน ด้วย Potenza เทคโนโลยีที่จะฟื้นสภาพผิวให้กลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง”
หากต้องการรักษาสิว ทำไมต้องเลือกใช้บริการจาก The Signature Clinic

การดูแลรักษาสิวอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง The Signature Clinic ให้บริการด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับสากล โดยเฉพาะการรักษาสิวด้วยคลื่นวิทยุ Potenza ที่ช่วยลดการอักเสบ กระชับรูขุมขน และฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก โดยไม่ก่อให้เกิดแผลเป็น พร้อมประเมินอาการอย่างละเอียดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดและปลอดภัยในระยะยาว


