ฝ้าเลือด รักษายังไง มีวิธีไหนบ้าง ฉบับ The Signature Clinic

สารบัญ

ฝ้าเลือด รักษายังไง? เป็นคำถามที่ใครหลายคนสงสัย โดยเฉพาะสาวๆ ที่เริ่มมีปัญหาฝ้าเลือดบนใบหน้า การเกิดฝ้าเลือด นอกจากจะส่งผลต่อความมั่นใจแล้ว ยังสามารถลุกลามจนกลายเป็นฝ้าที่รักษายากได้ วันนี้ The Signature Clinic จะมาไขข้อข้องใจ พร้อมแนะนำวิธีรักษาและป้องกันการเกิดฝ้าเลือด ให้ใบหน้ากลับมาเนียนใส ปราศจากฝ้ากวนใจอีกต่อไป

สรุป ฝ้าเลือด รักษายังไง มีวิธีไหนบ้าง?

  • ฝ้าเลือด คือ ภาวะผิวหนังผิดปกติที่มีลักษณะเป็นปื้นสีน้ำตาลแดงถึงสีคล้ำ เกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือดฝอยและการสร้างเม็ดสีที่มากเกินไป พบได้บ่อยในผู้หญิง โดยเฉพาะบริเวณแก้ม จมูก และหน้าผาก
  • สาเหตุของฝ้าเลือด ได้แก่ การสัมผัสแสงแดดเป็นเวลานาน การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสเตียรอยด์หรือไฮโดรควิโนน การเป็นฝ้าอยู่แล้ว และการใช้ครีมเร่งผิวขาวที่ไม่เหมาะสม ปัจจัยเหล่านี้จะไปกระตุ้นการขยายตัวของหลอดเลือดฝอยและการสร้างเม็ดสี
  • วิธีการรักษาฝ้าเลือด ที่ได้ผล ได้แก่ การทำเลเซอร์ เช่น Pico Laser, Q-Switch, Dual Yellow เพื่อกำจัดเม็ดสีและกระตุ้นคอลลาเจน, การใช้ IPL เพื่อลดเลือดคั่งและเม็ดสี, การฉีด Rejuran เพื่อเร่งการฟื้นฟูผิว, การทำมาเด้คอลลาเจนเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นให้ผิว, การฉีดวิตามินเข้าเส้น และการใช้ยาชนิดรับประทานในบางกรณี
  • การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ก็มีส่วนช่วยบรรเทาฝ้าเลือดได้ เช่น การงดใช้ครีมที่มีสารอันตราย, การทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ, การทานยาปรับสมดุลร่างกาย, การเลือกใช้ครีมบำรุงจากธรรมชาติ และการทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ
  • การป้องกันฝ้าเลือดที่ดีที่สุด คือการหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม ร่วมกับการบำรุงผิวอย่างถูกวิธี เช่น การทาครีมกันแดด การใช้มอยส์เจอไรเซอร์ การทานอาหารที่ดีต่อผิว และการจัดการความเครียด
  • หากฝ้าเลือดไม่ดีขึ้นหลังการดูแลด้วยตนเองเป็นเวลา 1-2 เดือน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อวินิจฉัยและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพผิว เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน

”สาเหตุการเกิดฝ้า คืออะไร”

ฝ้าเลือด 2

ฝ้าเลือด คืออะไร?

ฝ้าเลือด หรือ Melasma คือภาวะผิวหนังผิดปกติชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะเป็นจุดหรือปื้นสีน้ำตาลแดงจนถึงสีคล้ำ มักพบบริเวณใบหน้า โหนกแก้ม และหน้าผาก เกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนัง ร่วมกับการกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานินที่มากเกินปกติ ฝ้าเลือดจะแตกต่างจากฝ้าชนิดอื่นตรงที่มีเลือดมาเลี้ยงบริเวณรอยโรคนั่นเอง จึงทำให้สีของรอยฝ้าแดงกว่าปกติ

ลักษณะของฝ้าเลือด เป็นอย่างไร?

ฝ้าเลือดจะมีลักษณะเป็นปื้นสีน้ำตาลแดงหรือคล้ำ มีขอบเขตไม่ชัดเจนและไม่สม่ำเสมอ บริเวณรอยฝ้ามักจะมีเส้นเลือดฝอยเล็กๆ ปรากฏให้เห็น ผิวบริเวณนั้นอาจมีอาการระคายเคือง แสบร้อน หรือคันได้ อาจมีขนาดเล็กเท่าไฝ หรือใหญ่เป็นวงกว้างได้ โดยมากมักจะเกิดบริเวณสันจมูก โหนกแก้มทั้งสองข้าง และหน้าผากเป็นหลัก

สาเหตุของการเกิดฝ้าเลือด

การเกิดฝ้าเลือด มีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยดังต่อไปนี้

  • แสงแดด การสัมผัสแสงแดดเป็นเวลานาน ๆ ทำให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบต่อผิว กระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน
  • ฝ้า เมื่อเป็นฝ้าอยู่แล้ว เส้นเลือดฝอยจะเพิ่มการทำงานและไปกระตุ้นการสร้างเม็ดสีในปริมาณที่มากขึ้น ทำให้ฝ้าเลือดเข้มกว่าฝ้าปกติ
  • ผลิตภัณฑ์รักษาสิว ครีมหรือยารักษาสิวหลายชนิดอาจมีสารสเตียรอยด์ผสมอยู่ ซึ่งอาจทำให้ผิวบางลงและแตกเป็นเส้นเลือดฝอยได้
  • ผลิตภัณฑ์เร่งผิวขาว ครีมผิวขาวบางยี่ห้ออาจมีไฮโดรควิโนนหรือสารปรอทเป็นส่วนผสม ซึ่งอันตรายต่อผิวในระยะยาว ทำให้ผิวบอบบางและเกิดฝ้าเลือดได้

ฝ้าเลือด รักษายังไง มีวิธีไหนบ้าง

ฝ้าเลือด 3

ปัจจุบันมีวิธีการรักษาฝ้าเลือดที่หลากหลาย ทั้งการใช้ครีม การทำเลเซอร์ หรือการรักษาจากภายในร่างกาย มาดูกันว่ามีวิธีไหนน่าสนใจบ้าง

การทำเลเซอร์รักษาฝ้าเลือด

การใช้เลเซอร์ถือเป็นวิธียอดนิยมในการกำจัดฝ้าเลือด เพราะให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ชัดเจน เลเซอร์จะยิงลำแสงเข้าไปทำลายเม็ดสีบริเวณผิวหนังโดยตรง และใช้ความร้อนกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว เลเซอร์ยอดนิยมสำหรับการรักษาฝ้า ได้แก่ Pico Laser, Q-Switch Laser และ Dual Yellow Laser

การใช้คลื่นแสง IPL

เทคนิค IPL (Intense Pulsed Light) เป็นอีกหนึ่งวิธีที่นิยมใช้กันมาก เพราะช่วยเร่งการสลายตัวของเม็ดสี โดยใช้คลื่นแสงความเข้มข้นต่ำส่องผ่านผิว กระตุ้นกระบวนการหดตัวของเส้นเลือดฝอยและกำจัดเม็ดสีส่วนเกิน ทั้งยังเป็นวิธีที่ค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิว ทำให้ไม่เจ็บหรือไม่ระคายเคืองมากนัก

การทำ Rejuran

การฉีด Rejuran เป็นการนำ polynucleotide ซึ่งสกัดมาจาก DNA ของปลาแซลมอน มาฉีดเพื่อเร่งการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติ ช่วยทำให้ผิวที่เสียหายจากฝ้าเลือดกลับมาเต่งตึง ชุ่มชื้น เรียบเนียนมากยิ่งขึ้น วิธีนี้ไม่เจ็บและหลังทำผิวจะไม่แดงมาก

การทำมาเด้คอลลาเจน

มาเด้คอลลาเจนเป็นการฉีดวิตามินและสารอาหารที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูเซลล์ผิวเข้าสู่ผิวโดยตรง ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ในผิวหนังชั้นหนังแท้ให้กลับมามีชีวิตชีวา ผิวจึงแลดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดี เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว แม้แต่ผิวบอบบางหรือแพ้ง่าย

การทำดริปวิตามิน

ดริปวิตามินเป็นการนำวิตามินบำรุงผิวฉีดเข้าเส้นเลือด บำรุงผิวจากภายในสู่ภายนอก มีหลายสูตรให้เลือกตามความต้องการ เช่น สูตรปรับสภาพผิว ลดเลือนฝ้า กระ สูตรเพิ่มความเปล่งปลั่ง หรือสูตรลดการสร้างเม็ดสี ซึ่งเลือกใช้ตามคำแนะนำของแพทย์

การใช้ยารักษาฝ้า

ยาทรานซามิก (Tranexamic Acid) เป็นยาที่ออกฤทธิ์ลดการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งเป็นเอนไซม์หลักในการสร้างเม็ดสี ช่วยให้ฝ้าเลือดจางลงและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ แต่ควรใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะถ้ารับประทานขนาดสูงอาจมีผลข้างเคียงต่อตับและไตได้

การใช้สกินแคร์

การเลือกใช้สกินแคร์บำรุงผิว ก็มีส่วนช่วยลดความรุนแรงของฝ้าเลือดได้ สารสำคัญที่ควรมี คือ กรดโคจิก อาร์บูติน วิตามินซี เนียซินาไมด์ ซึ่งมีผลช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินในปริมาณมาก เพิ่มความกระจ่างใสและรักษาสมดุลให้ผิว แต่การใช้สกินแคร์อย่างเดียวอาจใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล และต้องใช้อย่างสม่ำเสมอ

รักษาฝ้าเลือดด้วย Picosure Pro

ที่ The Signature Clinic เราเชี่ยวชาญในการรักษาฝ้าเลือดด้วยเทคโนโลยี Picosure Pro ล่าสุด ตัวยิงเลเซอร์มีขนาดเล็ก สามารถเข้าถึงจุดที่มีขนาดเล็กได้ ช่วยในการบรรเทาเม็ดสีผิดปกติ มีค่าความยาวคลื่น 1,064-755 นาโนเมตร ช่วยในการรักษาฝ้าเลือด ผลการรักษาขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล มีความอ่อนโยนต่อผิว ทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวกระชับ เรียบเนียน อ่อนเยาว์ ด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพ

การปรับพฤติกรรม เพื่อรักษาฝ้าเลือด

นอกจากการรักษาฝ้าเลือดจากคลินิกแล้ว การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีส่วนช่วยลดฝ้าเลือดได้ มาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้าง

งดใช้ครีมที่ทำให้ผิวบอบบาง

ครีมที่ใส่สารสเตียรอยด์ สารปรอท หรือไฮโดรควิโนนในปริมาณสูง จะทำร้ายผิวและกระตุ้นให้ผิวสร้างเม็ดสีผิดปกติ จึงควรเลิกใช้และหันมาใช้สกินแคร์จากธรรมชาติที่ไม่รุนแรงต่อผิวแทน

ทาครีมกันแดดทุกวัน

แสงแดดถือเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ฝ้าเลือดเข้มขึ้น ดังนั้นอย่าลืมทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน แม้ว่าจะอยู่ในร่ม เพื่อป้องกันรังสี UVA ที่ทะลุผ่านกระจกได้ และควรทาซ้ำทุกๆ 2-3 ชั่วโมง หากออกแดดนาน ควรสวมใส่หมวกหรือกางร่มด้วย

ทานยาปรับธาตุในร่างกาย

การรับประทานยาฟอกเลือด ยาปรับฮอร์โมน ยาวิตามิน หรือยาชนิดอื่นๆ ตามคำแนะนำของแพทย์ ก็มีส่วนช่วยปรับธาตุในร่างกายให้สมดุล ขับสารพิษและฮอร์โมนที่เป็นตัวกระตุ้นการสร้างเม็ดสีออกจากร่างกาย ลดโอกาสการเกิดฝ้าเลือดได้

เลือกใช้ครีมที่มีส่วนประกอบจากธรรมชาติ

สารสกัดจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันจากเมล็ดองุ่น ใบบัวบก หรือสารสกัดจากไมโครแอลจี มีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบ และฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสียหาย จึงเป็นส่วนผสมที่เหมาะสำหรับผู้มีปัญหาฝ้าเลือด

ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว

อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหาร ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการดูแลปัญหาฝ้าเลือด โดยอาหารที่ควรทาน เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ตระกูลส้ม ผักและผลไม้สีแดง อาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น ไข่ขาวและอาหารทะเล เป็นต้น การดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้วก็มีส่วนช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นจากภายในได้เช่นกัน

ฝ้าเลือดต่างจากฝ้าชนิดอื่นอย่างไร?

หลายคนอาจเข้าใจผิดคิดว่าฝ้าเลือดเป็นฝ้าแดด เนื่องจากมีสีน้ำตาลแดงคล้ายกัน หรือสับสนกับฝ้าชนิดอื่นๆ ความจริงแล้วฝ้ามีหลายประเภท แต่ละชนิดจะมีลักษณะและสาเหตุที่แตกต่างกัน สรุปโดยย่อได้ ดังนี้

ฝ้าแดด

เกิดจากการสัมผัสแสง UV ของดวงอาทิตย์ ทำให้เม็ดสีเมลานินถูกกระตุ้นให้ผลิตออกมามากเกินไป ทำให้เกิดเป็นจุดคล้ำขึ้นบนผิว ฝ้าแดดจะมีขอบเขตชัดเจน มักเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือดำ

ฝ้าตื้น

เกิดจากการแพ้แสงแดด ผิวผลิตเม็ดสีมากเกินไปบริเวณชั้นผิวหนังกำพร้า มักพบบนผิวของคนผิวอ่อน คนท้อง หรือคนวัยหมดประจำเดือน มีลักษณะเป็นจุดด่างดำขนาดเล็ก ขอบค่อนข้างเด่นชัด

ฝ้าลึก

เป็นฝ้าที่ลุกลามจากฝ้าตื้น ทำให้เกิดการผลิตเม็ดสีในชั้นหนังแท้ ทำให้ฝ้ามีสีคล้ำและลึกกว่าฝ้าอื่น ๆ ขอบไม่ชัดเจน สีมักเป็นน้ำตาล ม่วงอมน้ำเงิน หรือเทาอมฟ้า

ฝ้าผสม

เป็นฝ้าที่มีอาการของฝ้าตื้นและฝ้าลึกปนกัน เกิดจากความบอบบางของผิวร่วมกับการกระตุ้นของแสงแดด ทำให้เม็ดสีถูกผลิตทั้งในชั้นหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้

การป้องกันการเกิดฝ้าเลือด

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ ดังนั้น เราจึงควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดฝ้าเลือดตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเฉพาะการออกแดดนาน ๆ และการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของสารเคมีรุนแรง รวมถึงหมั่นทาครีมบำรุงผิวและกันแดดอย่างสม่ำเสมอ กินอาหารเพื่อสุขภาพผิว และนอนหลับให้เพียงพอ ด้วยการใส่ใจดูแลทั้งภายนอกและภายใน ก็จะช่วยลดโอกาสการเกิดฝ้าเลือดและปัญหาผิวอื่น ๆ ได้อย่างมั่นใจ

“ปรับผิวให้เนียน ด้วย Picosure Pro เทคโนโลยีที่จะฟื้นสภาพผิวให้กลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง”

สนใจรับบริการกับผู้ชำนาญการด้านฝ้าเลือดรักษายังไง ต้องที่ The Signature Clinic

การรักษาฝ้าเลือดอย่างถูกวิธีและทันท่วงที มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้ฝ้าลุกลามจนเป็นปัญหาผิวที่รักษายากในอนาคต ที่ The Signature Clinic เราพร้อมให้บริการรักษาฝ้า โดยดูแลคุณด้วยเทคโนโลยีล่าสุดอย่าง Picosure Pro ซึ่งเป็นเลเซอร์สลายฝ้าชั้นนำ ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ปลอดภัย และออกแบบมาเพื่อผิวบอบบาง เรายังมีแพทย์ผู้ชำนาญการคอยให้คำปรึกษาและดูแลคุณอย่างใกล้ชิด พร้อมวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล เพื่อการกำจัดฝ้าเลือดอย่างได้ผลและไม่เกิดอาการบาดเจ็บหรือเจ็บแสบระหว่างทำ

สรุป

ฝ้าเลือดถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาผิวที่สร้างความกังวลใจให้กับใครหลาย ๆ คน แม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ก็ส่งผลต่อความมั่นใจและบุคลิกภาพอย่างมาก วันนี้ The Signature Clinic จึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับฝ้าเลือด สาเหตุ วิธีรักษา และการป้องกันมาฝากกัน พร้อมแนะนำการใช้ Picosure Pro เลเซอร์สำหรับการรักษาฝ้าเลือด อ่อนโยนต่อผิวแม้มีผิวบอบบาง หากสนใจปรึกษาปัญหาฝ้าเลือดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือจองคิวเข้ารับบริการได้ที่คลินิกของเรา

คำถามที่พบบ่อย

การรักษาฝ้าเลือดมีโอกาสบรรเทาได้หรือไม่?

การรักษาฝ้าเลือดในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่เห็นผลได้จริงและมีประสิทธิภาพสูง แม้จะไม่หายขาดอย่างถาวร 100% แต่เมื่อได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกับการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้ถูกต้อง ก็จะทำให้ฝ้าเลือดจางลงอย่างเห็นได้ชัด ผิวดูกระจ่างใส เปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติได้แน่นอน

วิตามินอะไรช่วยแก้ฝ้าเลือดได้บ้าง?

วิตามินที่มีคุณสมบัติช่วยลดเลือนฝ้าและให้ผิวสุขภาพดี ได้แก่ วิตามินซี วิตามินอี วิตามินบี3 และวิตามินเอ โดยการกินอาหารหรือรับประทานเสริม ควรคำนึงถึงความเหมาะสมและปริมาณต่อวัน การได้รับวิตามินเกินพอดีอาจใช้ผลเสียกับร่างกายได้

Add Your Heading Text Hereทําไมหน้าถึงมีเส้นเลือดขึ้น?

เส้นเลือดขึ้นบนใบหน้า อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การได้รับแสงแดดนาน ๆ การสัมผัสสารระคายเคืองหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว ความเครียด ร่างกายขาดสารอาหาร หรือภาวะฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง หากเส้นเลือดขึ้นเป็นกลุ่มคล้ายฝ้า ก็อาจเป็นสัญญาณของการเกิดฝ้าเลือดได้

ฝ้าเลือดและฝ้าฮอร์โมนเกิดจากอะไร?

ฝ้าเลือดและฝ้าฮอร์โมนต่างก็เกิดจากความบอบบางและความไม่สมดุลของผิว แต่มีความแตกต่างกันที่สาเหตุ ฝ้าเลือดเกิดจากการขยายตัวผิดปกติของเส้นเลือดฝอยใต้ผิว จากการโดนแดด หรือการใช้ครีมสเตียรอยด์ ส่วนฝ้าฮอร์โมนเกิดจากการกระตุ้นของฮอร์โมนเพศ ช่วงตั้งครรภ์ รับประทานยาคุมกำเนิด หรือประจำเดือนขาดระบบ ทำให้เม็ดสีผิวถูกผลิตมากขึ้นจนเกิดเป็นฝ้า ซึ่งฝ้าทั้งสองชนิดนี้อาจทำให้เกิดผิวคล้ำได้เช่นกัน 

บทความที่คล้ายกัน

เลเซอร์ลบรอยดำ 1

เลเซอร์ลบรอยดำ ทางลัดผิวใสที่ปลอดภัย หรือแค่กระแส? เจาะลึกทุกข้อเท็จจริง

ไขข้อข้องใจ เลเซอร์ลบรอยดำ ช่วยกู้ผิวใสได้จริงไหม? เจาะลึกเทคโนโลยี Pico Laser และวิธีเลือกคลินิกให้ปลอดภัย เห็นผลไว ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น

รักษาหลุมสิว 1

รักษาหลุมสิว: คู่มือฉบับสมบูรณ์ เลือกวิธีไหนให้จบปัญหาผิวไม่เรียบเนียน

กำลังกังวลเรื่องรักษาหลุมสิว? ค้นพบคำตอบเรื่องความเจ็บ ค่าใช้จ่าย และผลลัพธ์ที่ได้จริง พร้อมวิธีดูแลผิวให้กลับมาเรียบเนียน ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนเริ่มรักษา

สิวอุดตันไม่มีหัว 1

สิวอุดตันไม่มีหัว: สาเหตุ วิธีรักษา และการป้องกันที่ถูกต้อง

สิวอุดตันไม่มีหัว เป็นตุ่มนูนแดง เจ็บแต่บีบไม่ออก เกิดจากอะไร? พบคำตอบพร้อมวิธีรักษาสิวอักเสบไม่มีหัว ทั้งการดูแลด้วยตัวเองและเทคโนโลยีทางการแพทย์ อ่านเลย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save