เปรียบเทียบ Radiesse VS HA Filler ฉีดตัวไหน เหมาะกับใคร ควรรู้อะไรก่อนฉีด

สารบัญ

หลายคนอาจกำลังสับสนเมื่อต้องเลือกระหว่าง Radiesse VS HA Filler เพื่อการฟื้นฟูใบหน้าและแก้ไขปัญหาร่องลึก ความเข้าใจในคุณสมบัติที่แตกต่างกันของสารเติมเต็มทั้งสองชนิดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัย เป็นธรรมชาติ และตรงกับปัญหาผิวเฉพาะบุคคล บทความนี้จะเจาะลึกรายละเอียด ข้อดี ข้อเสีย และความเหมาะสมของแต่ละตัวเลือก เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจเลือกหัตถการที่ตอบโจทย์ที่สุด

สรุปจบ! Radiesse หรือ HA Filler เลือกแบบไหนให้คุ้มค่าและตรงใจที่สุด

Radiesse (งานผิวโครงสร้างและความยั่งยืน) คือสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Biostimulator) ที่ทำจาก CaHA เน้นการฟื้นฟูผิวในระดับโครงสร้าง กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นใหม่เอง

  • จุดเด่น: ช่วยให้ผิวยืดหยุ่น แน่นกระชับ และให้ผลลัพธ์ยาวนาน 12-24 เดือน เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยและต้องการคุณภาพผิวที่ดีในระยะยาว
  • ข้อควรระวัง: สลายเองตามธรรมชาติแต่ไม่มียาฉีดสลาย หากทำออกมาไม่ดีต้องรอเวลาเท่านั้น จึงจำเป็นต้องทำกับแพทย์ที่มีความชำนาญการสูง

HA Filler (งานเติมเต็มปรับรูปหน้าและเห็นผลทันที) คือสารเติมเต็มไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) เน้นการเติมวอลลุ่มในจุดที่ขาดหาย ปรับรูปหน้า และเติมความชุ่มชื้น

  • จุดเด่น: เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ เหมาะสำหรับงานละเอียดเฉพาะจุด เช่น ใต้ตา ริมฝีปาก หรือขมับ ผลลัพธ์อยู่ได้ 6-18 เดือน
  • ข้อควรระวัง: หากไม่พอใจสามารถฉีดสลายได้ด้วยเอ็นไซม์ จึงมีความยืดหยุ่นในการปรับแก้สูงกว่า

บทสรุปการตัดสินใจ หากโจทย์ของคุณคือ “ความยั่งยืนและผิวแน่นกระชับจากภายใน” ให้เลือก Radiesse แต่หากโจทย์คือ “การปรับรูปหน้าเร่งด่วนและต้องการความยืดหยุ่นในการแก้ไข” ให้เลือก HA Filler

Radiesse คืออะไร? มีกี่ประเภท

Radiesse คือ นวัตกรรมสารฉีดกระตุ้นผิว (Biostimulator) ที่มีส่วนประกอบหลักคือ Calcium Hydroxylapatite (CaHA) สารประกอบที่พบได้ตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ มีคุณสมบัติเด่นในการกระตุ้นให้เซลล์ผิวสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรงและเติมเต็มร่องลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบัน Radiesse มีให้เลือก 2 รุ่นหลัก ได้แก่ Radiesse Filler รุ่นมาตรฐาน และ Radiesse Filler Plus (+) ซึ่งมีส่วนผสมของ Lidocaine หรือยาชา เพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บขณะทำหัตถการ ทั้งสองรุ่นผ่านการรับรองจาก US FDA และ อย. ไทย จึงมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการรักษา

Radiesse กับการแก้ปัญหาริ้วรอยลึก ทำงานอย่างไร

การทำงานของ Radiesse เริ่มต้นทันทีหลังฉีด โดยตัวเจล CaHA จะทำหน้าที่เติมเต็มร่องลึกและปรับรูปหน้าในเบื้องต้น พร้อมกันนั้นอนุภาค CaHA จะทำหน้าที่เป็นโครงสร้าง (Scaffold) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ใต้ชั้นผิว เมื่อเวลาผ่านไปตัวเจลจะสลายไปตามธรรมชาติ แต่โครงข่ายเส้นใยคอลลาเจนใหม่ที่ร่างกายสร้างขึ้นจะยังคงอยู่ ช่วยพยุงผิวให้กระชับและลดเลือนริ้วรอยได้ในระยะยาว

การฉีด Radiesse ช่วยกระตุ้นอะไรบ้าง

นอกจากคุณสมบัติในการเติมเต็มแล้ว Radiesse ยังช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Quality) ในระดับลึก ผ่านกระบวนการทางชีวภาพที่สำคัญหลายประการ ดังนี้:

  • กระตุ้นการสร้าง Elastin: ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว ทำให้ผิวสามารถคืนตัวได้ดี ลดปัญหาความหย่อนคล้อย และทำให้ผิวดูเด้งกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type I: เสริมสร้างเส้นใยคอลลาเจนชนิดที่ 1 ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักที่ให้ความแข็งแรงแก่ผิว ช่วยให้ผิวมีความหนาแน่นและเรียบเนียนขึ้น
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type III: ส่งเสริมการสร้างเส้นใยร่างแหที่ช่วยประคองโครงสร้างผิว ทำให้ผิวมีความละเอียดและสุขภาพดีจากภายใน
  • กระตุ้น Angiogenesis: ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์ผิว ส่งผลให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง สดใส และมีชีวิตชีวามากขึ้น

ข้อควรระวังในการใช้โปรแกรม Radiesse Filler

แม้ Radiesse จะมีความปลอดภัยสูง แต่การทำหัตถการจำเป็นต้องอาศัยเทคนิคที่แม่นยำจากแพทย์ผู้ชำนาญการเท่านั้น การฉีดผิดตำแหน่งหรือใช้ปริมาณไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดก้อน หรือผลลัพธ์ที่ไม่เรียบเนียน ที่สำคัญคือต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ยาแท้ที่นำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากสารปลอมปนที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย

HA Filler คืออะไร ?

HA Filler หรือ Hyaluronic Acid Filler คือสารเติมเต็ม ประเภทไฮยาลูรอนิกแอซิดสังเคราะห์ ซึ่งเลียนแบบสารธรรมชาติที่มีอยู่ในร่างกาย มีคุณสมบัติเด่นในการอุ้มน้ำและเติมเต็มปริมาตรให้กับผิว ช่วยแก้ไขปัญหาร่องลึก ปรับรูปหน้า และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มน้ำ สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำ และมีข้อดีคือสามารถสลายได้ด้วยเอ็นไซม์ Hyaluronidase หากต้องการแก้ไขผลลัพธ์

เทียบ Radiesse VS HA Filler ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง

การเลือกตำแหน่งฉีดให้เหมาะสมกับชนิดของสารเติมเต็มเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผลลัพธ์ออกมาดูสวยงามและเป็นธรรมชาติที่สุด

  • Radiesse ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง:
    • ร่องแก้มและร่องน้ำหมาก: ช่วยเติมเต็มร่องลึกพร้อมกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อลดการเกิดซ้ำ
    • กรอบหน้าและคาง: ช่วยปรับรูปหน้าให้คมชัด ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยบริเวณกราม
    • หลังมือและลำคอ: ฟื้นฟูผิวที่แห้งเหี่ยวให้กลับมาเต่งตึงและดูอ่อนเยาว์
  • HA Filler ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง:
    • ใต้ตา: เติมเต็มเบ้าตาที่ลึกโหล ช่วยให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น
    • ริมฝีปาก: เพิ่มความอวบอิ่มและปรับทรงปากให้ได้รูปสวยงาม
    • ขมับและหน้าผาก: เติมเต็มส่วนที่ตอบเพื่อให้ใบหน้าดูละมุนและมีมิติ
    • มุมปาก: แก้ปัญหามุมปากตก และยกกระชับรอยยิ้ม

Radiesse VS HA Filler เหมาะกับใคร

การพิจารณาความเหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และเป้าหมายในการรักษาของแต่ละบุคคล

  • Radiesse เหมาะกับใคร:
    • ผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป หรือมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอยร่องลึกชัดเจน
    • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนานและเน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิวให้แข็งแรงในระยะยาว
    • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าพร้อมกับการกระตุ้นคอลลาเจนด้วย โปรแกรม Radiesse Filler
  • HA Filler เหมาะกับใคร:
    • ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ทันทีและต้องการเติมเต็มจุดบกพร่องเฉพาะจุด
    • ผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการปรับแก้ทรง หรือต้องการทดลองฉีดสารเติมเต็มเป็นครั้งแรก
    • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยตื้นๆ หรือต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วย โปรแกรม Filler

ตารางเปรียบเทียบ Radiesse Vs HA Filler

หัวข้อเปรียบเทียบRadiesse (Biostimulator)HA Filler (Hyaluronic Acid)
สารประกอบหลักCaHA (Calcium Hydroxylapatite)HA (Hyaluronic Acid)
กลไกการทำงานเติมเต็มและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่จากภายในเติมเต็มปริมาตรและอุ้มน้ำเพื่อทดแทนส่วนที่ขาดหาย
ผลลัพธ์หลังทำเห็นผลบางส่วนทันที และดีขึ้นเรื่อยๆ ตามการสร้างคอลลาเจนเห็นผลทันทีหลังทำ 100%
ระยะเวลาคงอยู่ประมาณ 12 – 24 เดือน (ขึ้นอยู่กับการดูแล)ประมาณ 6 – 18 เดือน (ขึ้นอยู่กับรุ่น)
ความโดดเด่นเน้นงานคุณภาพผิว ความแน่นกระชับ และโครงสร้างผิวเน้นงานปรับรูปหน้า เพิ่มวอลลุ่ม และงานละเอียด
การสลายสลายเองตามธรรมชาติ (ไม่มียาฉีดสลาย)สลายเองตามธรรมชาติ และฉีดสลายได้ด้วย Hyaluronidase

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเหมาะกับ Radiesse หรือ HA Filler

การตัดสินใจเลือกระหว่าง Radiesse และ HA Filler ควรพิจารณาจากปัจจัยหลายด้านประกอบกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจและคุ้มค่าที่สุด ดังนี้:

  • เป้าหมายของผลลัพธ์: หากต้องการเน้นงานผิวที่แข็งแรง กระชับ และผลลัพธ์ระยะยาว Radiesse จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า แต่หากเน้นการปรับแต่งรูปทรงเฉพาะจุดที่ต้องการความละเอียดสูง HA Filler จะเหมาะสมกว่า
  • ระยะเวลาและการคงอยู่: Radiesse มักให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าจากการกระตุ้นคอลลาเจน ส่วน HA Filler มีระยะเวลาที่หลากหลายขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือกใช้
  • สภาพผิวและอายุ: ผิวที่มีความหย่อนคล้อยมากหรือเริ่มมีอายุ มักได้ประโยชน์จาก Radiesse ในการฟื้นฟูโครงสร้าง ส่วนผิวที่ต้องการเพียงการเติมเต็มริ้วรอยเล็กน้อยอาจเลือกใช้ HA Filler
  • งบประมาณ: แม้ Radiesse อาจมีราคาสูงกว่าในเบื้องต้น แต่เมื่อเทียบกับระยะเวลาผลลัพธ์ที่ยาวนาน อาจมีความคุ้มค่าในระยะยาว
  • ความกังวลเรื่องการแก้ไข: หากมีความกังวลและต้องการทางเลือกที่สามารถแก้ไขได้ทันที HA Filler จะเป็นตัวเลือกที่ช่วยลดความกังวลได้ดีกว่าเนื่องจากมียาฉีดสลาย
  • คำแนะนำจากแพทย์: การปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้าและสภาพผิวจริง เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเลือกหัตถการที่เหมาะสมและปลอดภัย

เทียบราคา Radiesse VS HA Filler ตัวไหนคุ้มกว่ากัน

ราคาของหัตถการทั้งสองประเภทมีความแตกต่างกันตามปริมาณและยี่ห้อที่เลือกใช้ แต่หากมองในแง่ความคุ้มค่า ต้องพิจารณาถึงระยะเวลาของผลลัพธ์ด้วย

ข้อเปรียบเทียบRadiesseFiller (HA)
ช่วงราคาโดยประมาณ3X,XXX บาท / 1.5 CC1X,XXX – 3X,XXX บาท / 1 CC
ระยะเวลาผลลัพธ์12 – 24 เดือน6 – 18 เดือน
ความคุ้มค่าคุ้มค่าในระยะยาวสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวยืดหยุ่นตามงบประมาณและรุ่นที่เลือกใช้
ข้อมูลเพิ่มเติมเปรียบเทียบ Radiesse vs Sculptra vs HA Fillers

การเตรียมตัวก่อนฉีด Radiesse หรือฟิลเลอร์ เคล็ดลับเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

การเตรียมร่างกายและผิวหน้าให้พร้อมก่อนทำหัตถการ จะช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง เช่น อาการช้ำหรือบวม และช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น

  • งดยาและวิตามินบางชนิด: ควรงดยาแอสไพริน, NSAIDs และวิตามินที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น วิตามินอี, น้ำมันปลา, แปะก๊วย อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยงเลือดออกง่ายและรอยเขียวช้ำ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนการนัดหมาย เนื่องจากแอลกอฮอล์ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสบวมช้ำหลังฉีดได้
  • ดูแลผิวหน้า: งดการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวหรือสครับผิวหน้าอย่างน้อย 2-3 วันก่อนทำ เพื่อป้องกันการระคายเคือง และควรแจ้งประวัติการแพ้ยาหรือโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: การนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่และดื่มน้ำให้เพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้นหลังทำหัตถการ

เทคนิคควรเลือกฉีด Radiesse หรือ ฟิลเลอร์ที่ไหนดี

การเลือกคลินิกมีความสำคัญพอๆ กับการเลือกผลิตภัณฑ์ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ควรพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้

  • เลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน: คลินิกต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการถูกต้อง สะอาด ปลอดเชื้อ และมีเครื่องมือที่ทันสมัย
  • แพทย์ผู้ชำนาญการ: ต้องทำหัตถการโดยแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพและมีประสบการณ์เฉพาะทาง สามารถตรวจสอบรายชื่อแพทย์ได้จากแพทยสภา
  • ผลิตภัณฑ์แท้ตรวจสอบได้: คลินิกต้องมีความโปร่งใส สามารถแกะกล่องให้ดูหน้างาน และให้ตรวจสอบเลข Lot หรือสแกน QR Code เพื่อยืนยันว่าเป็นของแท้จากบริษัทนำเข้า
  • รีวิวที่น่าเชื่อถือ: ศึกษาผลลัพธ์จากผู้ใช้บริการจริง และระวังคลินิกที่มีการโฆษณาเกินจริง หรือมีราคาถูกผิดปกติจนน่าสงสัย

หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมหรือตรวจสอบโปรโมชั่น สามารถดูข้อมูลได้ที่ The Signature Clinic

สรุป

การเลือกระหว่าง Radiesse และ HA Filler ไม่ใช่การหาว่าตัวไหนดีกว่ากัน แต่คือการเลือกสิ่งที่ “ใช่” สำหรับปัญหาผิวและเป้าหมายของคุณที่สุด หากคุณต้องการเน้นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระยะยาว แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย และต้องการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ด้วยตัวเอง Radiesse คือคำตอบที่คุ้มค่าและให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่า ในทางกลับกัน หากคุณต้องการเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงทันที ต้องการเติมเต็มปริมาตรในจุดที่ขาดหายอย่างแม่นยำ หรือต้องการความยืดหยุ่นในการปรับแก้ทรง HA Filler จะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดีกว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับผลลัพธ์ที่ปลอดภัย เป็นธรรมชาติ และเสริมความมั่นใจได้ดีที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ

ฉีด Radiesse เจ็บหรือไม่

ปัจจุบัน Radiesse มีรุ่น Radiesse Filler Plus (+) ซึ่งมีส่วนผสมของ Lidocaine หรือยาชาในตัว ช่วยลดความรู้สึกเจ็บขณะทำหัตถการ ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกสบายขึ้นมากเมื่อเทียบกับรุ่นเดิม

หากฉีดแล้วไม่พอใจ สามารถฉีดสลายได้หรือไม่

มีความแตกต่างกันครับ หากเป็น HA Filler สามารถฉีดสลายได้ด้วยเอ็นไซม์ Hyaluronidase หากต้องการแก้ไขผลลัพธ์ แต่สำหรับ Radiesse จะไม่มียาฉีดสลาย ตัวยาจะสลายไปเองตามธรรมชาติเมื่อถึงเวลา ดังนั้นการฉีด Radiesse จึงต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์สูงมากเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำตั้งแต่ครั้งแรก

ผลลัพธ์ของ Radiesse และ HA Filler อยู่ได้นานแค่ไหน

Radiesse มักให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่า โดยอยู่ได้ประมาณ 12-24 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง เนื่องจากการกระตุ้นคอลลาเจนช่วยพยุงโครงสร้างผิวไว้ ส่วน HA Filler จะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อที่เลือกใช้

ก่อนฉีดควรเตรียมตัวอย่างไรเพื่อลดอาการบวมช้ำ

เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรงดยาแอสไพริน, NSAIDs, วิตามินอี, น้ำมันปลา และแปะก๊วย อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยงเลือดออกง่าย นอกจากนี้ ควรงดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนนัดหมาย เพราะแอลกอฮอล์ทำให้หลอดเลือดขยายตัวและอาจเพิ่มโอกาสบวมช้ำได้

หากต้องการรักษา ทำไมต้องใช้บริการจาก The Signature Clinic

the-signature-clinic-cta

ที่ The Signature Clinic เรายึดมั่นในมาตรฐานระดับสากล ภายใต้การดูแลของ นพ.ภูริวัจน์ อริยกุศลสุทธิ (หมอบอล) ผู้ดำรงตำแหน่ง Official Merz Medical Trainer ซึ่งเป็นผู้ฝึกสอนแพทย์ในการใช้ผลิตภัณฑ์ Radiesse โดยตรง การันตีด้วยความชำนาญการและเทคนิคการฉีดที่ประณีต ปลอดภัย นอกจากนี้ คลินิกยังได้รับเลือกเป็น Cynosure Signature Partner ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมความงามระดับโลก ผู้รับบริการจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับผลิตภัณฑ์ยาแท้ 100% ที่ตรวจสอบได้ทุกกล่อง พร้อมการวิเคราะห์รูปหน้าอย่างละเอียดและบริการที่ใส่ใจในทุกขั้นตอน หากมีปัญหาจากการฉีดมาจากที่อื่น ทางคลินิกยังมีบริการโปรแกรมแก้ไข Filler โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อคืนความมั่นใจให้กับคุณอีกครั้ง

บทความที่คล้ายกัน

เลเซอร์ลบรอยดำ 1

เลเซอร์ลบรอยดำ ทางลัดผิวใสที่ปลอดภัย หรือแค่กระแส? เจาะลึกทุกข้อเท็จจริง

ไขข้อข้องใจ เลเซอร์ลบรอยดำ ช่วยกู้ผิวใสได้จริงไหม? เจาะลึกเทคโนโลยี Pico Laser และวิธีเลือกคลินิกให้ปลอดภัย เห็นผลไว ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น

รักษาหลุมสิว 1

รักษาหลุมสิว: คู่มือฉบับสมบูรณ์ เลือกวิธีไหนให้จบปัญหาผิวไม่เรียบเนียน

กำลังกังวลเรื่องรักษาหลุมสิว? ค้นพบคำตอบเรื่องความเจ็บ ค่าใช้จ่าย และผลลัพธ์ที่ได้จริง พร้อมวิธีดูแลผิวให้กลับมาเรียบเนียน ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนเริ่มรักษา

สิวอุดตันไม่มีหัว 1

สิวอุดตันไม่มีหัว: สาเหตุ วิธีรักษา และการป้องกันที่ถูกต้อง

สิวอุดตันไม่มีหัว เป็นตุ่มนูนแดง เจ็บแต่บีบไม่ออก เกิดจากอะไร? พบคำตอบพร้อมวิธีรักษาสิวอักเสบไม่มีหัว ทั้งการดูแลด้วยตัวเองและเทคโนโลยีทางการแพทย์ อ่านเลย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save