ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร? เหมาะกับใคร ช่วยแก้ปัญหาผิวเรื่องไหนได้บ้าง

สารบัญ

ฟิลเลอร์ (Filler) หรือในทางการแพทย์เรียกว่า “สารเติมเต็ม” คือสารประกอบประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid: HA) ซึ่งเป็นสารที่มีโครงสร้างเลียนแบบสารธรรมชาติที่มีอยู่ในร่างกายของมนุษย์ มีคุณสมบัติเด่นในการอุ้มน้ำและกักเก็บความชุ่มชื้น (Hydration) ช่วยเติมเต็มชั้นผิวหนังที่ยุบตัวลงจากอายุที่เพิ่มขึ้น เพิ่มความยืดหยุ่น (Elasticity) และทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียน กระชับ สารชนิดนี้ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) ทั้งในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา (US FDA) ว่ามีความปลอดภัยสูง สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติโดยไม่ทิ้งสารตกค้าง แพทย์ผู้ชำนาญการนิยมนำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาริ้วรอยร่องลึก ปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน รวมถึงฟื้นฟูสภาพผิวให้ดูสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้น

เจาะลึกฟิลเลอร์ (Filler) ฉีดตรงไหนดี ยี่ห้อไหนปัง สรุปครบจบ!

ฟิลเลอร์คืออะไรและแบบไหนปลอดภัยที่สุด ฟิลเลอร์คือสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) ที่เลียนแบบสารธรรมชาติในร่างกาย ช่วยเติมเต็มร่องลึกและปรับรูปหน้า แบบที่ปลอดภัยและผ่าน อย. คือ “แบบชั่วคราว” ที่สลายเองได้ 100% ภายใน 6-24 เดือน หากไม่พอใจสามารถฉีดสลายได้ แพทย์ไม่แนะนำแบบถาวร (เช่น ซิลิโคนเหลว) เพราะเสี่ยงไหลย้อยและเกิดพังผืดในระยะยาว

ฉีดจุดไหนช่วยเรื่องอะไร

  • ใต้ตา: แก้ปัญหาเบ้าตาลึก ถุงใต้ตา ให้ใบหน้าดูสดใสพักผ่อนเพียงพอ
  • ร่องแก้มและขมับ: เติมเต็มร่องลึกที่ทำให้หน้าดูมีอายุ และปรับกรอบหน้าให้ละมุนมีมิติ
  • คางและปาก: ปรับรูปหน้าให้เรียวสมส่วน (V-Shape) และปั้นทรงปากกระจับหรือยกมุมปาก

เลือกยี่ห้อไหนดี ขึ้นอยู่กับงบประมาณและตำแหน่งที่ฉีด แบรนด์จากฝั่งอเมริกา/ยุโรป เช่น Restylane, Juvederm, Belotero มักมีความยืดหยุ่นสูงและอยู่ได้นาน 12-24 เดือน ส่วนแบรนด์เกาหลีอย่าง Neuramis, EPTQ, Flore ให้ผลลัพธ์ที่ดีในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า อยู่ได้นาน 6-12 เดือน

บทสรุปการตัดสินใจ ฟิลเลอร์เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ทันทีและไม่มีเวลาพักฟื้น สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องระวัง “ของปลอม” และ “หมอกระเป๋า” ควรเลือกทำกับแพทย์ผู้ชำนาญการระดับ Medical Trainer ที่ The Signature Clinic ซึ่งการันตีการใช้ยาแท้แกะกล่องให้ดูต่อหน้าทุกเคส และเน้นการวิเคราะห์ปัญหาอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่มีการกดดันขายคอร์ส

“ ฟิลเลอร์คืออะไร ช่วยแก้ปัญหาผิวเรื่องไหนได้บ้าง”

ฟิลเลอร์ คืออะไร

ฟิลเลอร์ (Filler) คือ สารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า HA ที่เลียนแบบสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติใต้ชั้นผิว สามารถสลายได้เอง ไม่ตกค้างในร่างกาย ได้รับการรับรองโดย องค์กรอาหารและยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ FDA สารตัวนี้มีคุณสมบัติช่วยกักเก็บน้ำและความชุ่มชื้น (Hydration) เติมเต็มหรือเสริมในชั้นผิวหนังและเพิ่มความยืดหยุ่นใต้ผิวหนัง (Increase Elasticity) ที่ช่วยลดและแก้ไขปัญหาผิว ริ้วรอยร่องลึก บริเวณต่าง ๆ ของใบหน้า ให้กลับมาดูอ่อนเยาว์ กระชับ เต่งตึง ดูสุขภาพดี

คุณสมบัติของฟิลเลอร์ไม่เพียงแต่ช่วยเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกอย่าง ใต้ตา ร่องแก้ม ขมับเท่านั้น แต่ยังฉีดฟิลเลอร์ทั้งหน้าได้ โดยสามารถนำมาใช้ในการปรับแก้ไขรูปหน้าให้สวยงาม เช่น ปรับคางให้ดูยาวขึ้น แก้ปัญหาคางตัด คางถอย เติมเต็มบริเวณหน้าผากให้ใบหน้าดูมีมิติ และช่วยปรับรูปปาก แก้ปัญหาเนื้อปากบาง มุมปากตกได้อีกด้วย

ฟิลเลอร์มีกี่แบบ

ในปัจจุบัน สารเติมเต็มที่ใช้ในวงการแพทย์ความงามสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักตามระยะเวลาการคงอยู่และการสลายตัว ซึ่งการเลือกใช้ต้องพิจารณาถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ ดังนี้

1. แบบถาวร (Permanent Filler)

สารเติมเต็มกลุ่มนี้เป็นสารที่ไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ เช่น ซิลิโคนเหลว (Liquid Silicone) หรือ พาราฟิน (Paraffin) แม้จะคงอยู่ได้ตลอดชีวิตแต่ไม่ผ่านการรับรองจาก อย. ในประเทศไทย เนื่องจากร่างกายไม่สามารถกำจัดออกได้ อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงในระยะยาว เช่น การไหลย้อยผิดรูป เป็นก้อนแข็ง หรือเกิดพังผืด การแก้ไขทำได้ยากและมักต้องใช้วิธีการผ่าตัดขูดออกเท่านั้น แพทย์ผู้ชำนาญการจึงไม่แนะนำให้ใช้สารกลุ่มนี้

2. แบบกึ่งถาวร (Semi-Permanent Filler)

สารกลุ่มนี้มีระยะเวลาคงอยู่ประมาณ 2-5 ปี สารประกอบหลักมักเป็น แคลเซียม ไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Calcium Hydroxyapatite) หรือ สาร PLLA (Poly-L-lactic acid) ซึ่งมีความปลอดภัยในระดับหนึ่งและมีใช้ในต่างประเทศ แต่ในประเทศไทยยังต้องพิจารณาการรับรองอย่างละเอียด ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้คือการเกิดตุ่มนูนหรือการอักเสบหากร่างกายมีปฏิกิริยาต่อต้าน และการแก้ไขปัญหายังทำได้ค่อนข้างยากกว่าแบบชั่วคราว

3. แบบชั่วคราว (Temporary Filler)

นี่คือประเภทที่ได้รับความนิยมสูงสุดและเป็นชนิดเดียวที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทยให้ใช้ได้อย่างปลอดภัย สารหลักคือ ไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ 100% โดยไม่มีสารตกค้าง มีอายุการใช้งานประมาณ 6-24 เดือนขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อ ข้อดีคือหากผลลัพธ์ไม่เป็นที่พึงพอใจ สามารถใช้ตัวยาสำหรับสลาย (Hyaluronidase) เพื่อแก้ไขได้ทันที ทำให้มีความยืดหยุ่นและความปลอดภัยสูงสุดในการปรับรูปหน้า

ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง ฉีดแต่ละบริเวณใช้กี่ CC

การ ฉีดฟิลเลอร์ สามารถทำได้หลายตำแหน่งทั่วใบหน้าเพื่อแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกัน โดยปริมาณยาที่ใช้ (หน่วยเป็น CC) จะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ โครงสร้างใบหน้าเดิม และความต้องการของผู้รับบริการดูโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า โดยมีตำแหน่งยอดนิยมดังนี้

ใต้ตา (Under Eyes)

บริเวณนี้เป็นจุดที่บอบบางและแสดงความร่วงโรยได้ง่าย การเติมสารเติมเต็มจะช่วยแก้ปัญหาเบ้าตาลึก ถุงใต้ตา และความหมองคล้ำ ทำให้ใบหน้าดูสดใสและพักผ่อนเพียงพอ ปริมาณที่ใช้โดยประมาณคือ 2-4 cc ขึ้นอยู่กับความลึกของกระดูกเบ้าตา

ร่องแก้ม (Nasolabial Folds)

ร่องแก้มลึกเป็นสัญญาณแห่งวัยที่ชัดเจน การเติมเต็มบริเวณนี้จะช่วยให้ใบหน้าดูเด็กลงทันที แพทย์จะใช้เทคนิคการเติมหนุนที่ฐานจมูกและร่องแก้มเพื่อยกพยุงผิว ปริมาณที่ใช้โดยประมาณคือ 2-4 cc

คาง (Chin)

การปรับรูปคางช่วยแก้ปัญหาคางสั้น คางตัด หรือคางถอย ให้ใบหน้าดูเรียวสมส่วน (V-Shape) มากขึ้น เป็นการปรับโครงสร้างหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ปริมาณที่ใช้โดยประมาณคือ 1 cc หรือมากกว่า ตามความต้องการ

ปาก (Lips)

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริมฝีปากบาง แห้งแตก หรือต้องการปรับทรงปากให้เป็นกระจับสวยงาม รวมถึงการยกมุมปากเพื่อแก้หน้าดุ [Internal Link: อ่านเพิ่มเรื่องมุมปากตกและวิธีแก้ไข] ปริมาณที่ใช้โดยประมาณคือ 1-2 cc เพื่อความเป็นธรรมชาติ

หน้าผาก (Forehead)

ช่วยเสริมหน้าผากให้โหนกนูนรับกับจมูกและคาง แก้ปัญหาหน้าผากแบนหรือเป็นร่อง ทำให้ใบหน้าดูมีมิติเมื่อมองด้านข้าง ปริมาณที่ใช้โดยประมาณคือ 2-5 cc หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับความกว้างของหน้าผาก

ขมับ (Temples)

ขมับตอบทำให้โหนกแก้มดูเด่นและใบหน้าดูโทรม การเติมเต็มขมับจะช่วยให้กรอบหน้าดูละมุนขึ้นและช่วยยกหางตาได้เล็กน้อย ปริมาณที่ใช้โดยประมาณคือ 1-2 cc [Internal Link: เจาะลึกสาเหตุและการรักษาแก้มตอบ ขมับตอบ]

แก้มส้ม (Midface)

การเติมเต็มบริเวณหน้าแก้มหรือแก้มส้ม ช่วยยกกระชับใบหน้าโดยรวมและทำให้หน้าดูเด็กขึ้น แก้ปัญหาหน้าแบนไม่มีมิติ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มตอบอ่านสาเหตุและวิธีแก้ปัญหาแก้มตอบโดยปริมาณที่ใช้อาจอยู่ที่ 1-2 CC ตามความเหมาะสม

ฟิลเลอร์อันตรายไหม และอาการแพ้ฟิลเลอร์เป็นอย่างไร

การฉีดสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงมากเมื่อทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญการและใช้ผลิตภัณฑ์แท้ที่ผ่านการรับรอง ความเสี่ยงส่วนใหญ่มักเกิดจากการใช้ของปลอมหรือเทคนิคการฉีดที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงดังนี้:

  • การเกิดก้อนนูน (Lumping): เกิดจากการฉีดตื้นเกินไปหรือใช้ปริมาณมากเกินความจำเป็น ทำให้ผิวไม่เรียบเนียน
  • การเคลื่อนตัวของตัวยา (Migration): ตัวยาไหลไปยังบริเวณที่ไม่ต้องการ มักเกิดจากการเลือกชนิดโมเลกุลยาไม่เหมาะกับตำแหน่ง หรือการนวดคลึงรุนแรง
  • อาการแพ้ (Allergic Reaction): พบได้น้อยมากในกลุ่ม HA แต่อาจมีอาการบวมแดง ผื่นคัน หรือลมพิษ
  • การติดเชื้อ (Infection): เกิดจากขั้นตอนที่ไม่สะอาดเพียงพอ มีอาการปวด บวมแดง ร้อน หรือมีหนอง
  • การอุดตันเส้นเลือด (Vascular Occlusion): เป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงที่สุด เกิดจากการฉีดเข้าเส้นเลือด ทำให้เนื้อเยื่อตาย (Necrosis) หรือส่งผลต่อการมองเห็น แพทย์จึงต้องมีความแม่นยำในกายวิภาคศาสตร์อย่างสูง

หากมีอาการผิดปกติหลังฉีด เช่น ปวดรุนแรง ผิวเปลี่ยนสี หรือเป็นหนอง ควรรรีบพบแพทย์ทันทีบริการแก้ไขฟิลเลอร์และขูดสารเหลว

ฟิลเลอร์เหมาะกับใคร?

สารเติมเต็มเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการปรับปรุงภาพลักษณ์โดยไม่ต้องพักฟื้น และต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับกลุ่มบุคคลดังต่อไปนี้:

  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึกที่ชัดเจน เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หน้าผาก
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า แก้ไขจุดบกพร่อง เช่น คางสั้น ขมับตอบ แก้มตอบ
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ลดรูขุมขน และหลุมสิวตื้นๆ
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ทันทีหลังทำ
  • ผู้ที่ไม่ต้องการทำศัลยกรรมผ่าตัดและไม่มีเวลาพักฟื้นนาน

ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี อยู่ได้นานแค่ไหน ?

การเลือกยี่ห้อสารเติมเต็มขึ้นอยู่กับงบประมาณและตำแหน่งที่ต้องการฉีด เนื่องจากแต่ละรุ่นมีค่าความแข็ง (G-Prime) และความยืดหยุ่นที่ต่างกัน ทางคลินิกเลือกใช้เฉพาะแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ดังนี้

Restylane (สวีเดน)

เป็นแบรนด์แรกของโลกที่ผลิต HA Filler โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี NASHA และ OBT ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับทุกสภาพผิวและทุกตำแหน่ง มีความคงตัวสูง ไม่ไหลย้อย และปลอดภัยสูง อยู่ได้นาน 6-18 เดือน

Juvederm (อเมริกา)

ผลิตโดยบริษัท Allergan ใช้เทคโนโลยี Hylacross และ Vycross ทำให้เนื้อยามีความเรียบเนียน ยืดหยุ่นสูง ปั้นทรงง่าย และดูเป็นธรรมชาติมาก มีส่วนผสมของยาชาช่วยลดความเจ็บ อยู่ได้นาน 8-24 เดือน

Belotero (สวิตเซอร์แลนด์)

โดดเด่นเรื่องเทคโนโลยี CPM ที่ทำให้เนื้อยากลืนไปกับผิวได้ดีมาก ไม่เป็นก้อน เหมาะสำหรับการเติมเต็มริ้วรอยตื้นๆ หรือบริเวณที่ผิวบาง เช่น ใต้ตา อยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน

Neuramis (เกาหลี)

สารเติมเต็มคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงง่าย ใช้เทคโนโลยี SHAPE ทำให้มีความบริสุทธิ์สูง ปลอดภัย ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย อเมริกา และยุโรป อยู่ได้นาน 6-12 เดือน

EPTQ (เกาหลี)

มียอดขายสูงในเกาหลี ใช้กระบวนการผลิต ZEEP Technology ทำให้มีความปลอดภัยสูง เนื้อยาเหนียว เกาะตัวดี ปั้นทรงสวย อยู่ได้นาน 6-12 เดือน

Flore (เกาหลี)

น้องใหม่มาแรงด้วยเทคโนโลยี PP Process ที่รวมข้อดีของเนื้อเจลแบบแข็งและนิ่มเข้าด้วยกัน ทำให้ปั้นทรงได้ดีแต่ยังคงความละมุน เป็นธรรมชาติ อยู่ได้นาน 9-12 เดือน

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

  • แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด: สามารถเติมเต็มร่องลึกและปรับรูปหน้าได้ทันทีหลังทำ
  • เป็นธรรมชาติ: สาร HA ให้สัมผัสและความยืดหยุ่นคล้ายเนื้อเยื่อผิวจริง
  • ปลอดภัยสูง: สลายตัวได้เอง 100% ไม่ตกค้าง และมีตัวยาสลายหากต้องการแก้ไข
  • ไม่ต้องพักฟื้น: ไม่มีแผลผ่าตัด สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที
  • ช่วยบำรุงผิว: คุณสมบัติอุ้มน้ำของ HA ช่วยให้ผิวบริเวณที่ฉีดดูชุ่มชื้นและสุขภาพดีขึ้น

ใครที่ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์

แม้จะเป็นหัตถการที่ปลอดภัย แต่ก็มีข้อจำกัดสำหรับบุคคลบางกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ:

  • สตรีมีครรภ์และสตรีที่กำลังให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้สาร Hyaluronic Acid หรือแพ้ยาชา (Lidocaine)
  • ผู้ที่มีปัญหาเลือดออกง่ายหรือกำลังรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อหรืออักเสบในบริเวณที่ต้องการฉีด
  • ผู้ที่มีประวัติเป็นแผลคีย์ลอยด์ (Keloid) ง่ายผิดปกติ

วิธีการดูฟิลเลอร์แท้ที่ปลอดภัย

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและป้องกันความเสี่ยงจากยาปลอม ผู้รับบริการควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนการฉีดทุกครั้ง โดยสังเกตจุดสำคัญดังนี้:

  • กล่องปิดสนิท: กล่องต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่เคยถูกแกะหรือเปิดมาก่อน
  • เลข Lot และวันหมดอายุ: ต้องตรงกันทั้งที่กล่อง ซอง และหลอด
  • ฉลากภาษาไทย: ต้องมีเอกสารกำกับยาภาษาไทยและเลขทะเบียน อย. ที่ตรวจสอบได้
  • สติ๊กเกอร์ Hologram: ยี่ห้อส่วนใหญ่จะมีสติ๊กเกอร์ป้องกันการปลอมแปลงที่สามารถสแกนเช็กกับบริษัทผู้แทนจำหน่ายได้
  • เปิดกล่องใหม่ต่อหน้า: แพทย์ต้องแกะกล่องใหม่ให้ดูต่อหน้าทุกครั้งก่อนทำหัตถการ

ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนฉีด

การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดโอกาสเกิดรอยช้ำและอาการบวมหลังทำได้ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:

  • งดยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs, แอสไพริน, วิตามิน E, น้ำมันปลา, แปะก๊วย อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนทำ เพื่อลดการสูบฉีดของเลือด
  • งดการขัดผิว โกนขน หรือเลเซอร์บริเวณที่จะฉีด 2-3 วัน
  • แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว และยาที่ทานประจำให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อม

ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์

การดูแลหลังทำมีความสำคัญมากเพื่อให้ตัวยาเซตตัวสวยและอยู่ได้นานขึ้น:

  • หลีกเลี่ยงความร้อน: งดซาวน่า เลเซอร์ร้อน หรือตากแดดจัด ในช่วง 2 สัปดาห์แรก
  • ห้ามกดนวด: หลีกเลี่ยงการสัมผัสแรงๆ นวด หรือกดบริเวณที่ฉีด เพราะอาจทำให้ตัวยาเสียทรง
  • ดื่มน้ำมากๆ: ช่วยให้สาร HA อุ้มน้ำและฟูสวยขึ้น
  • งดแอลกอฮอล์: ควรงดอย่างน้อย 2-3 วันหลังทำ เพื่อลดอาการบวม
  • สังเกตอาการ: หากมีอาการปวดบวมผิดปกติ หรือผิวเปลี่ยนสีคล้ำลง ให้รีบติดต่อกลับมาที่คลินิกทันที

ร้อยไหม vs ฟิลเลอร์ vs ฉีดไขมัน อันไหนดีกว่ากัน

การเลือกหัตถการขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและความต้องการที่แตกต่างกัน:

  • ร้อยไหม: เน้นการ “ยกกระชับ” ผิวที่หย่อนคล้อย เก็บกรอบหน้า แต่ไม่สามารถเติมเต็มปริมาตรที่หายไปได้มากนัก
  • ฟิลเลอร์: เน้นการ “เติมเต็ม” ร่องลึก ปรับรูปหน้า และแก้ไขจุดบกพร่องเฉพาะจุด ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและละเอียด
  • ฉีดไขมัน: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติมเต็มทั่วใบหน้าในปริมาณมาก แต่มีข้อจำกัดคือต้องมีการผ่าตัดดูดไขมัน (เจ็บสองที่) มีระยะเวลาพักฟื้น และไขมันอาจติดไม่สม่ำเสมอ

ถ้าฟิลเลอร์สลายหมด จะทำให้หน้าแก่กว่าเดิมไหม ?

เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อย ความจริงแล้วเมื่อสารเติมเต็มสลายไป ผิวหน้าจะไม่แก่กว่าเดิมและไม่เหี่ยวย่นลง ในทางกลับกัน ระหว่างที่สารคงอยู่จะช่วยพยุงโครงสร้างผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ ทำให้เมื่อสลายหมดแล้ว สภาพผิวเดิมมักจะดีกว่าตอนก่อนฉีดเสียอีก คนไข้สามารถกลับมาเติมใหม่ได้เรื่อยๆ เพื่อคงความอ่อนเยาว์

สรุป

การฉีดฟิลเลอร์เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยในการย้อนวัยและปรับรูปหน้าให้ดูดีขึ้น แต่หัวใจสำคัญคือการเลือก “สารเติมเต็มแท้” และ “แพทย์ที่มีความชำนาญการ” เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและวางตำแหน่งยาได้อย่างแม่นยำ ป้องกันผลข้างเคียง และมอบผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุดให้กับคุณ

คำถามที่พบบ่อย

ฉีดฟิลเลอร์กี่วันเห็นผล?

หลังฉีดจะเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงทันที แต่อาจมีอาการบวมเล็กน้อย โดยฟิลเลอร์จะค่อยๆ ยุบรวมกับเนื้อเยื่อและเข้าที่สวยงามที่สุดในช่วง 2 สัปดาห์

ฉีดสลายฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่?

ฉีดสลายฟิลเลอร์ราคา ขึ้นอยู่กับปริมาณยา Hyaluronidase ที่ต้องใช้และบริเวณที่มีปัญหา หากเป็นฟิลเลอร์แท้กลุ่ม HA สามารถฉีดสลายได้ง่าย แต่หากเป็นสารเหลวชนิดอื่นอาจต้องทำการขูดออก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า

หากต้องการฉีดฟิลเลอร์ ทำไมต้องใช้บริการจาก The Signature Clinic

the-signature-clinic-cta

ที่ The Signature Clinic เราให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง (Safety First) ดูแลโดยทีมแพทย์ระดับอาจารย์ผู้ฝึกสอน (Medical Trainers) ที่มีความชำนาญการด้านการปรับรูปหน้าโดยเฉพาะ มั่นใจได้ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์แท้ที่ตรวจสอบได้ 100% พร้อมเทคโนโลยีการวิเคราะห์ใบหน้าที่แม่นยำ เพื่อผลลัพธ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะคุณ (Personalized Treatment) และที่สำคัญ ทางคลินิกมีนโยบายให้คำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการขายคอร์สอย่างกดดัน เพื่อให้คุณสบายใจและได้รับสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการดูแลตัวเอง

บทความที่คล้ายกัน

เลเซอร์ลบรอยดำ 1

เลเซอร์ลบรอยดำ ทางลัดผิวใสที่ปลอดภัย หรือแค่กระแส? เจาะลึกทุกข้อเท็จจริง

ไขข้อข้องใจ เลเซอร์ลบรอยดำ ช่วยกู้ผิวใสได้จริงไหม? เจาะลึกเทคโนโลยี Pico Laser และวิธีเลือกคลินิกให้ปลอดภัย เห็นผลไว ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น

รักษาหลุมสิว 1

รักษาหลุมสิว: คู่มือฉบับสมบูรณ์ เลือกวิธีไหนให้จบปัญหาผิวไม่เรียบเนียน

กำลังกังวลเรื่องรักษาหลุมสิว? ค้นพบคำตอบเรื่องความเจ็บ ค่าใช้จ่าย และผลลัพธ์ที่ได้จริง พร้อมวิธีดูแลผิวให้กลับมาเรียบเนียน ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนเริ่มรักษา

สิวอุดตันไม่มีหัว 1

สิวอุดตันไม่มีหัว: สาเหตุ วิธีรักษา และการป้องกันที่ถูกต้อง

สิวอุดตันไม่มีหัว เป็นตุ่มนูนแดง เจ็บแต่บีบไม่ออก เกิดจากอะไร? พบคำตอบพร้อมวิธีรักษาสิวอักเสบไม่มีหัว ทั้งการดูแลด้วยตัวเองและเทคโนโลยีทางการแพทย์ อ่านเลย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save