ปัญหารอยสิวที่ทิ้งร่องรอยไว้บนใบหน้าเป็นความกังวลใจของใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นรอยดำฝังลึกหรือรอยแดงที่กระจายอยู่ทั่วใบหน้า การทำความเข้าใจวิธีการ ลดรอยสิว รอยดำ รอยแดง ที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการจำแนกประเภทของรอยสิว สาเหตุการเกิด และเปรียบเทียบ วิธีรักษาสิว และรอยโรคแต่ละประเภท ตั้งแต่การใช้ ครีมรักษาสิว ไปจนถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเลือกวิธีดูแลผิวที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด
สรุปจบ! ปัญหารอยสิวซ้ำซาก: แยกประเภทให้ถูก รักษาให้ตรงจุด กู้ผิวใสได้ไว
1. แยกประเภทให้เป็น รักษาได้ไวขึ้น รอยสิวไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่แบ่งเป็น 2 ประเภทหลักที่มีต้นตอต่างกัน คือ “รอยแดง (PIE)” ที่เกิดจากเส้นเลือดฝอยขยายตัวจากการอักเสบ และ “รอยดำ (PIH)” ที่เกิดจากการผลิตเม็ดสีเมลานินมากเกินไป วิธีเช็กง่ายๆ คือใช้นิ้วกดที่รอย หากกดแล้วสีจางลงคือรอยแดง แต่หากกดแล้วสียังเข้มเหมือนเดิมคือรอยดำ การแยกแยะที่ถูกต้องจะช่วยให้แพทย์เลือกความยาวคลื่นเลเซอร์หรือตัวยาได้ตรงกับปัญหาที่สุด
2. ทางลัดกู้ผิวด้วยเทคโนโลยี Picosecond Laser สำหรับการรักษาที่เห็นผลรวดเร็ว Picosure Pro (Picosecond Laser 755nm) ถือเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูง โดยใช้แรงดันแสง (Photoacoustic) กระแทกเม็ดสีให้แตกละเอียดโดยไม่สะสมความร้อน ช่วยจัดการรอยดำฝังลึกได้ดีเยี่ยม ในขณะเดียวกันก็สามารถปรับโหมดเพื่อรักษารอยแดงและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อซ่อมแซมผิวให้เรียบเนียนได้ในขั้นตอนเดียว
3. การดูแลหลังทำ คือหัวใจของความสำเร็จ ไม่ว่าเทคโนโลยีจะดีแค่ไหน การดูแลตัวเองคือปัจจัยสำคัญที่สุด ควรเริ่มรักษาทันทีที่สิวอักเสบยุบเพื่อป้องกันรอยฝังลึก หลีกเลี่ยงพฤติกรรมแกะเกาสิว และที่สำคัญที่สุดคือการปกป้องผิวจากแสงแดดหลังทำเลเซอร์ ด้วยการทากันแดด SPF สูงอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เม็ดสีกลับมาเข้มขึ้น
4. เลือกความมั่นใจ เลือกมาตรฐานระดับโลก ที่ The Signature Clinic เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยการใช้เครื่อง Picosure Pro เครื่องแท้มาตรฐาน US FDA ในฐานะ Cynosure Signature Partner ดูแลโดยทีมแพทย์ระดับ Medical Trainer ที่มีความชำนาญในการปรับตั้งค่าพลังงานให้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล เพื่อให้คุณบอกลารอยสิวและคืนความมั่นใจได้อย่างปลอดภัย
“ รอยสิว รอยดำ รอยแดง คืออะไร แก้ด้วยวิธีไหนได้บ้าง”

รอยดำและรอยแดงสิว คืออะไร ? แยกได้อย่างไร ?
รอยโรคที่เกิดขึ้นหลังจากการอักเสบของสิวมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในระดับโครงสร้างผิว การแยกแยะประเภทของรอยเหล่านี้ได้อย่างถูกต้องจะช่วยให้เลือก วิธีรักษารอยดำจากสิว เร็วที่สุด หรือลดรอยแดงได้อย่างตรงจุด โดยหลักการแล้วร่องรอยเหล่านี้เกิดจากกระบวนการซ่อมแซมผิวหนังที่ตอบสนองต่อการบาดเจ็บจากการกดหรือบีบสิว รวมถึงการอักเสบที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก
รอยแดงสิว (Post Inflammatory Erythema – PIE)
รอยแดงสิว หรือ PIE คือร่องรอยสีชมพู แดง หรือม่วงที่ปรากฏขึ้นบนผิวหนัง เกิดจากการขยายตัวของหลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนังเพื่อลำเลียงเลือดไปซ่อมแซมเนื้อเยื่อบริเวณที่เกิดการอักเสบ หรือเกิดจากเส้นเลือดฝอยแตกตัว รอยแดงชนิดนี้พบได้บ่อยในผู้ที่มีผิวขาวและผู้ที่มีปัญหาสิวอักเสบรุนแรง หากปล่อยทิ้งไว้อาจใช้เวลานานในการจางลง การรักษาจึงเน้นไปที่การลดการอักเสบและการหดตัวของหลอดเลือด เทคโนโลยีที่นิยมใช้จัดการกับปัญหานี้คือเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นเฉพาะเจาะจงกับเม็ดเลือดแดง เช่น Pulsed Dye Laser หรือการใช้ Picosecond Laser ในช่วงคลื่นที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้รอยแดงจางลงพร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
รอยดำสิว (Post Inflammatory Hyperpigmentation – PIH)
รอยดำจากสิว หรือ PIH เกิดจากการผลิตเม็ดสีเมลานินที่มากเกินปกติของเซลล์เมลาโนไซต์ (Melanocytes) เพื่อตอบสนองต่อการอักเสบหรือการระคายเคือง ส่งผลให้เกิดจุดสีน้ำตาลหรือสีเทาดำทิ้งไว้บนผิวหนัง รอยดำมักฝังอยู่ในชั้นผิวหนังส่วนลึกและจางหายได้ยากกว่ารอยแดง โดยเฉพาะในผู้ที่มีสีผิวเข้ม การรักษาต้องอาศัยการลดกระบวนการสร้างเม็ดสีและการเร่งการผลัดเซลล์ผิว ปัจจุบันเทคโนโลยี Picosure Pro ซึ่งเป็น Picosecond Laser ที่มีความยาวคลื่น 755nm ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูงในการจัดการเม็ดสีเหล่านี้ให้แตกละเอียด เพื่อให้ร่างกายกำจัดออกไปได้ง่ายขึ้น
วิธีแยกรอยดำและรอยแดงสิว
การสังเกตความแตกต่างระหว่างรอยดำและรอยแดงสามารถทำได้ด้วยการใช้นิ้วกดลงบนรอยนั้น หากกดแล้วรอยจางลงจนสีกลืนไปกับผิวรอบข้าง แสดงว่าเป็น “รอยแดง” ที่เกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือด แต่หากกดแล้วสียังคงเข้มเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แสดงว่าเป็น “รอยดำ” ที่เกิดจากเม็ดสีเมลานิน การวินิจฉัยที่แม่นยำโดยแพทย์ผู้มีความชำนาญการจะช่วยให้วางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากรอยโรคทั้งสองชนิดอาจเกิดขึ้นพร้อมกันและต้องการแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน
รอยดำรอยแดงจากสิวเกิดขึ้นได้อย่างไร?
สาเหตุหลักของการเกิด รอยดำจากสิว และรอยแดง มาจากกระบวนการอักเสบใต้ชั้นผิวหนัง เมื่อเกิดสิว ร่างกายจะหลั่งสารสื่อกลางการอักเสบเพื่อต่อสู้กับแบคทีเรีย ยิ่งการอักเสบกินเวลานานหรือมีความรุนแรงมาก ความเสียหายต่อเนื้อเยื่อรอบข้างก็จะยิ่งสูง นอกจากนี้ พฤติกรรมเช่นการแกะ เกา หรือกดสิวอย่างผิดวิธี เป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บซ้ำซ้อน ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวผิดปกติจนเกิดรอยแดง และกระตุ้นให้เซลล์เม็ดสีทำงานหนักขึ้นจนกลายเป็นรอยดำฝังลึก การป้องกันที่ดีที่สุดคือการลดการอักเสบของสิวให้เร็วที่สุดและหลีกเลี่ยงการรบกวนผิวหน้า
เลเซอร์รอยสิว เคล็ดลับบอกลารอยสิวบนใบหน้า
การใช้เทคโนโลยีเลเซอร์เข้ามาช่วยในการรักษาเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากสามารถส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวที่มีปัญหาได้โดยตรง ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็วกว่าการทายาเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะในกรณที่ รอยสิว มีความเข้มมากหรือเป็นมานาน
เลเซอร์รอยสิวเหมาะกับใคร?
หัตถการนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหารอยดำ รอยแดงที่เห็นชัดเจน หรือผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอให้รอยหายเองซึ่งอาจใช้เวลานานหลายเดือนหรือเป็นปี การใช้เลเซอร์สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งผู้ที่มีรอยสิวใหม่และรอยเก่าฝังลึก รวมถึงผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวตื้นๆ ร่วมด้วย เทคโนโลยีนี้ช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนและสม่ำเสมอขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
ควรรักษารอยสิวด้วยเลเซอร์เมื่อไหร่?
ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเริ่มรักษาคือทันทีที่สิวอักเสบยุบตัวลงและเริ่มทิ้งรอย การปล่อยรอยทิ้งไว้นานเกินไปจะทำให้เม็ดสีฝังลึกหรือเส้นเลือดขยายตัวถาวร ซึ่งจะทำให้รักษายากขึ้น ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่าการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยลดโอกาสการเกิดแผลเป็นถาวรหรือหลุมสิวได้ ดังนั้นการปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในระยะยาว

Picosecond Laser ตัวช่วยลดรอยสิวที่มีประสิทธิภาพสูง
ในปัจจุบัน Picosecond Laser ถือเป็นเทคโนโลยีแถวหน้าในวงการแพทย์ผิวหนัง ด้วยกลไกการทำงานที่ปล่อยพลังงานเลเซอร์ในระยะเวลาที่สั้นมากระดับ 1 ในล้านล้านวินาที (Picosecond) ทำให้เกิดแรงกระแทก (Photoacoustic effect) ไปยังเม็ดสีเมลานินโดยตรง ส่งผลให้เม็ดสีแตกตัวเป็นอนุภาคละเอียดมากจนร่างกายสามารถกำจัดออกได้เองตามธรรมชาติ ข้อดีคือเกิดความร้อนสะสมน้อยกว่าเลเซอร์รุ่นเก่า ลดความเสี่ยงต่อผิวไหม้ และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น ซึ่ง The Signature Clinic เลือกใช้เครื่อง Picosure Pro ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุดที่ได้รับมาตรฐาน US FDA เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่แม่นยำ
โหมดของ Picosecond Laser
เครื่อง Picosecond Laser มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการทำงานได้ตามสภาพปัญหาผิวของแต่ละบุคคล โดยแบ่งออกเป็น 2 โหมดหลักที่มีความสามารถแตกต่างกันดังนี้
- Full Beam Mode (โหมดจัดการเม็ดสี): เป็นการยิงพลังงานลงไปทั่วหน้าเพื่อทำลายเม็ดสีผิวที่ผิดปกติโดยตรง เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหา รอยดำจากสิว ฝ้า กระ หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ ช่วยปรับให้ผิวหน้าดูกระจ่างใสขึ้นโดยไม่ทำให้เกิดแผลตกสะเก็ดรุนแรง
- Fractional Mode (โหมดรักษาหลุมสิวและรูขุมขน): การใช้เลนส์พิเศษ (Focus Lens Array) เพื่อบีบอัดพลังงานเป็นลำแสงเล็กๆ จำนวนมาก เข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง เหมาะสำหรับการรักษาหลุมสิว รูขุมขนกว้าง และช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียนกระชับขึ้น
รอยดำและรอยแดง รักษาต่างกันไหม?
แม้จะอยู่บนใบหน้าเหมือนกัน แต่รอยดำและรอยแดงตอบสนองต่อคลื่นแสงที่แตกต่างกัน การรักษาจึงต้องเลือกใช้เครื่องมือหรือความยาวคลื่นที่จำเพาะเจาะจง
- การรักษารอยดำ: ต้องใช้เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นที่เม็ดสีเมลานินดูดซับได้ดี เช่น 755nm หรือ 1064nm พลังงานจะเข้าไปทำลายเม็ดสีให้แตกตัวโดยไม่ทำลายผิวเนื้อเยื่อรอบข้าง เทคโนโลยี Picosure Pro (755nm) จึงมีความโดดเด่นในการรักษารอยดำประเภทนี้
- การรักษารอยแดง: ต้องใช้เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นที่ฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงดูดซับได้ดี เช่น 585nm หรือ 595nm เพื่อทำให้เส้นเลือดที่ขยายตัวหดกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หรือทำลายเส้นเลือดฝอยส่วนเกิน การเลือกใช้เครื่องมือที่ครอบคลุมทุกความยาวคลื่นจะช่วยให้รักษาได้ทั้งสองปัญหาในการรักษาครั้งเดียว
เลเซอร์รอยสิวเจ็บไหม มีขั้นตอนอย่างไร ?
ความรู้สึกขณะทำเลเซอร์จะคล้ายกับการถูกดีดด้วยหนังยางเบาๆ บนผิวหน้า ซึ่งอยู่ในระดับที่ทนได้ โดยทั่วไปจะมีขั้นตอนมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยและความสบายของผู้รับบริการ
- การปรึกษาแพทย์: แพทย์จะวิเคราะห์สภาพผิว ประเมินประเภทของรอยสิว และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
- การเตรียมผิว: ทำความสะอาดผิวหน้าและทายาชาทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที เพื่อลดความรู้สึกไม่สบายผิวขณะทำหัตถการ
- ขั้นตอนการเลเซอร์: แพทย์จะใช้เครื่องเลเซอร์ยิงลงบนผิวตามตำแหน่งที่มีปัญหา ใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที ขึ้นอยู่กับความทั่วถึงและโหมดที่ใช้
- การดูแลหลังทำ: มีการประคบเย็นหรือมาสก์หน้าเพื่อลดความร้อนสะสมและลดรอยแดงหลังทำ
การดูแลก่อนและหลังเลเซอร์รอยสิวต้องทำอะไรบ้าง ?
การปฏิบัติตัวที่ถูกต้องทั้งก่อนและหลังทำเลเซอร์เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการรักษาและป้องกันผลข้างเคียง
การเตรียมตัวก่อนทำ: ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัดอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ งดการสครับผิว การโกนขน หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA หรือ Retinoids เพื่อลดความระคายเคืองของผิว
การดูแลหลังทำ: หลังทำเลเซอร์ ผิวจะมีความบอบบางและไวต่อแสงแดด ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงเป็นประจำทุกวัน หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ใช้มอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิว และใช้น้ำยาทำความสะอาดสูตรอ่อนโยน งดการแกะเกาสะเก็ดแผล (ถ้ามี) เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็น
เลือกคลินิกเลเซอร์รอยสิว อย่างไรดี
การเลือกสถานที่ให้บริการเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ปัจจัยที่ควรพิจารณามีดังนี้
- แพทย์ผู้ทำการรักษา: ควรเป็นแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพและมีความชำนาญการในการใช้เลเซอร์ สามารถวิเคราะห์ปัญหาผิวและปรับตั้งค่าพลังงานได้อย่างแม่นยำ
- มาตรฐานของเครื่องมือ: เลือกคลินิกที่ใช้เครื่องเลเซอร์แท้ที่ได้มาตรฐานสากล เช่น ผ่านการรับรองจาก US FDA ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเครื่องปลอมที่อาจทำให้ผิวไหม้หรือไม่ได้ผล
- ความน่าเชื่อถือของคลินิก: สถานที่ต้องสะอาด ได้มาตรฐาน มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง และมีการให้ข้อมูลที่โปร่งใส ไม่มีการบังคับขายคอร์ส
วิธีอื่นๆ ในการรักษารอยดำและรอยแดงจากสิว มีอะไรบ้าง ?
นอกจากการทำเลเซอร์แล้ว ยังมีวิธีอื่นๆ ที่สามารถช่วยบรรเทาปัญหารอยสิวได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีรอยไม่ลึกมาก หรือต้องการดูแลร่วมกับการทำหัตถการ
- การทายาและสกินแคร์: การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Vitamin C, Niacinamide, Tranexamic Acid หรือ Alpha Arbutin สามารถช่วยยับยั้งเม็ดสีและลดรอยดำได้ ส่วนรอยแดงอาจใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Centella Asiatica หรือ Aloe Vera เพื่อปลอบประโลมผิว (อ้างอิง: Mayo Clinic – Acne treatments)
- การผลัดเซลล์ผิว (Chemical Peel): การใช้กรดผลไม้ความเข้มข้นที่เหมาะสมภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ ช่วยเร่งการหลุดลอกของเซลล์ผิวชั้นบน ทำให้รอยดำจางลงเร็วขึ้น
- การฉีดเมโสหน้าใส: เป็นการส่งผ่านสารอาหาร วิตามิน หรือสารต้านอนุมูลอิสระเข้าสู่ผิวโดยตรง เพื่อฟื้นฟูสภาพผิวและลดเลือนจุดด่างดำ
สรุป
การเอาชนะปัญหารอยสิว ไม่ว่าจะเป็นรอยแดงที่เกิดจากการอักเสบของเส้นเลือด หรือรอยดำที่เกิดจากเม็ดสีฝังลึก ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้หากเลือกใช้วิธีที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพผิว การใช้ผลิตภัณฑ์ทาผิวอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่สำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนและใช้เวลาน้อยลง การเลือกใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์อย่าง Picosure Pro ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้มีความชำนาญการ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อเรียกคืนความมั่นใจและผิวหน้าที่เรียบเนียนกลับมาอีกครั้ง สิ่งสำคัญคือการเข้ารับคำปรึกษาเพื่อวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาให้ได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง
คำถามที่พบบ่อย
เลเซอร์รอยสิวทำให้หน้าบางลงหรือไม่?
เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อย ความจริงแล้วเทคโนโลยีเลเซอร์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Picosecond Laser ไม่ได้ทำให้ผิวบางลง ในทางตรงกันข้าม พลังงานจากเลเซอร์จะลงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของผิว ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวที่ดูอิ่มฟู แข็งแรง และมีความยืดหยุ่นดีขึ้นกว่าเดิม
ต้องทำเลเซอร์กี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
จำนวนครั้งในการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของรอยโรคและสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปแล้ว ผู้รับบริการจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของสีผิวที่จางลงและความเรียบเนียนที่เพิ่มขึ้นได้ตั้งแต่การทำครั้งแรก อย่างไรก็ตาม เพื่อผลลัพธ์ที่ครอบคลุมและชัดเจนที่สุด การรักษาต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง มักเป็นคำแนะนำมาตรฐานที่แพทย์จะประเมินตามความเหมาะสม
รักษารอยสิวด้วยเลเซอร์ เจ็บมากไหม?
ความรู้สึกขณะทำจะอยู่ในระดับที่สามารถทนได้ ผู้รับบริการส่วนใหญ่เปรียบเทียบความรู้สึกเหมือนโดนดีดเบาๆ บนผิวหน้า นอกจากนี้ ทางคลินิกมีขั้นตอนการเตรียมผิวด้วยการทายาชาเพื่อลดความรู้สึกไม่สบายผิว ทำให้ขั้นตอนการรักษาดำเนินไปอย่างราบรื่นและผ่อนคลาย
รอยสิวที่หลัง รักษาเหมือนกับรอยสิวที่หน้าไหม?
หลักการรักษามีความคล้ายคลึงกัน คือการใช้ยาทาเพื่อลดเม็ดสีและการใช้เลเซอร์เพื่อเร่งการผลัดเซลล์ผิวและทำลายเม็ดสีที่ผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ผิวบริเวณหลังมีความหนากว่าผิวหน้า อาจต้องปรับตั้งค่าพลังงานของเลเซอร์ให้สูงขึ้นหรือใช้จำนวนครั้งในการรักษาที่มากกว่าเล็กน้อยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน
“ปรับผิวให้เนียน ด้วย Picosure Pro เทคโนโลยีที่จะฟื้นสภาพผิวให้กลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง”
หากต้องการรักษารอยสิว ทำไมต้องใช้บริการจาก The Signature Clinic

ที่ The Signature Clinic มุ่งเน้นการรักษามาตรฐานระดับสูง โดยเลือกใช้เทคโนโลยี Picosure Pro ซึ่งเป็นเครื่องแท้จากบริษัท Cynosure ผู้นำด้านเลเซอร์ระดับโลก และได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “Cynosure Signature Partner” เพียงไม่กี่แห่งในไทย ทีมแพทย์นำโดยอาจารย์แพทย์ผู้เป็น Official Medical Trainer มีความชำนาญการในการปรับตั้งค่าพลังงานแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) เพื่อจัดการปัญหารอยสิว รอยดำ และรอยแดง ได้อย่างตรงจุดและปลอดภัย ผูรับบริการจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลโดยมืออาชีพตัวจริงพร้อมเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสุด


