ปัญหารอยแผลเป็นจากสิวหรือผิวหน้าไม่เรียบเนียนเป็นสิ่งที่สร้างความกังวลใจให้กับหลายคน แม้สิวจะหายไปแล้วแต่กลับทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้ การค้นหาคำตอบว่า หลุมสิวรักษายังไง จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการกู้คืนความมั่นใจ บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลไกการเกิดแผลเป็น ประเภทของหลุมสิว และ วิธีรักษาหลุมสิว ที่มีประสิทธิภาพทั้งในรูปแบบการดูแลตัวเองและการใช้หัตถการทางการแพทย์ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจถึงทางเลือกต่างๆ และสามารถวางแผนฟื้นฟูผิวให้กลับมาเนียนใสได้อีกครั้ง
หลุมสิวรักษาได้จริงหรือ? เจาะลึกวิธีแก้ผิวหน้าพระจันทร์ให้กลับมาเรียบเนียน
- ทำความรู้จักศัตรู: หลุมสิวคือแผลเป็นถาวรที่เกิดจากการอักเสบรุนแรงของสิวทำลายคอลลาเจนใต้ผิว แบ่งเป็น 3 ประเภท: Ice Pick (ลึกแคบ รักษายากสุด), Boxcar (ขอบชัดเหมือนกล่อง), และ Rolling (แอ่งกระทะจากพังผืด)
- รักษาเอง vs หาหมอ: สกินแคร์กลุ่ม AHA หรือ Retinoids ช่วยได้เฉพาะรอยตื้นๆ และต้องใช้เวลานาน (6-12 เดือน) หากเป็นหลุมลึกหรือมีพังผืด การพึ่งพาหัตถการทางการแพทย์เป็นทางออกที่เห็นผลชัดเจนกว่า
- อาวุธลับทางการแพทย์:
- ** Pico Laser (Picosure Pro):** ใช้แสงความเร็วสูงกระตุ้นคอลลาเจน เหมาะกับทุกสภาพผิว พักฟื้นน้อย (หน้าแดง 1-3 วัน)
- ** Subcision:** เทคนิคใช้เข็มตัดพังผืดใต้ผิวหนัง เหมาะมากสำหรับหลุมสิวแบบ Rolling Scars ให้ผิวดีดตัวฟูขึ้น
- ** RF Microneedling (Potenza):** เข็มนาโนส่งคลื่นความร้อนลงลึก กระตุ้นผิวใหม่และกระชับรูขุมขน
- การดูแลหลังทำ: หัวใจสำคัญคือการปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยกันแดด SPF สูง, เติมความชุ่มชื้นด้วยมอยส์เจอไรเซอร์, และห้ามแกะเกาสะเก็ดแผลเด็ดขาด
- ทำไมต้องที่นี่: The Signature Clinic ใช้เครื่องมือมาตรฐาน Gold Standard (Picosure Pro & Potenza) ดูแลโดยแพทย์ระดับ Medical Trainer ที่วิเคราะห์ปัญหาและวางแผนการรักษาแบบผสมผสาน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับผิวคุณ
“ หลุมสิว คืออะไร รักษาได้ด้วยวิธีไหนได้บ้าง”

หลุมสิว คืออะไร?
หลุมสิว คืออะไร (Atrophic Scars) คือร่องรอยความเสียหายของผิวหนังที่เกิดจากกระบวนการอักเสบของสิวที่รุนแรงจนทำลายเอนไซม์คอลลาเจนและเนื้อเยื่อบริเวณนั้น เมื่อการอักเสบยุติลง ร่างกายไม่สามารถสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาทดแทนได้สมบูรณ์ ส่งผลให้ผิวบริเวณดังกล่าวเกิดการยุบตัวลงกลายเป็นรอยบุ๋ม ทำให้สภาพผิวโดยรวมดูหยาบกร้านและไม่สม่ำเสมอ ปัญหา หน้าหลุมสิว จึงจัดเป็นแผลเป็นชนิดถาวรที่ไม่สามารถเลือนหายไปได้เองตามธรรมชาติ จำเป็นต้องอาศัยการกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ด้วยวิธีที่ถูกต้องเพื่อเติมเต็มร่องลึกให้ตื้นขึ้น
หลุมสิวเกิดจากอะไร?
ต้นตอของปัญหา หลุมสิวเกิดจากอะไร นั้น มีสาเหตุหลักมาจากกระบวนการอักเสบใต้ชั้นผิวหนังที่รุนแรง โดยเฉพาะในกรณีของสิวอักเสบเม็ดใหญ่หรือสิวหัวช้างที่มีหนองและเชื้อแบคทีเรียจำนวนมาก การอักเสบนี้จะเข้าไปทำลายโครงสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) จนเสียหาย นอกจากนี้ พฤติกรรมการบีบ แกะ หรือกดสิวอย่างผิดวิธี ยังเป็นการซ้ำเติมให้เนื้อเยื่อช้ำและเกิดพังผืดดึงรั้งผิวให้ยุบตัวลง กลายเป็นแผลเป็นหลุมลึกที่ยากต่อการแก้ไขในภายหลัง อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

เช็กเลย! หลุมสิวบนหน้าของคุณเป็นแบบไหน?
การระบุประเภทของแผลเป็นให้ชัดเจนจะช่วยให้เลือก วิธีรักษาหลุมสิว ได้ตรงจุดและเห็นผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น โดยทั่วไป หลุมสิวมีกี่แบบ สามารถจำแนกตามลักษณะทางกายภาพได้ 3 ประเภทหลัก ดังนี้:
- Ice Pick Scars: มีลักษณะเป็นรูแคบแต่ลึก คล้ายถูกน้ำแข็งเจาะ ปากแผลกว้างไม่เกิน 2 มิลลิเมตร แต่มักหยั่งรากลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้ จัดเป็นหลุมสิวที่รักษายากที่สุด
- Boxcar Scars: มีลักษณะเป็นบ่อกว้าง ขอบหลุมชัดเจนตั้งฉากกับผิวคล้ายกล่อง ก้นหลุมแบนราบ ขนาดกว้างกว่า 3 มิลลิเมตร พบได้บ่อยบริเวณแก้มและขมับ
- Rolling Scars: มีลักษณะเป็นแอ่งตื้นๆ ก้นโค้งมน ขอบไม่ชัดเจน ทำให้ผิวดูเป็นคลื่นไม่เรียบเนียน เกิดจากการมีพังผืดดึงรั้งอยู่ใต้ชั้นผิว
สิวแบบไหนที่ทำให้เกิดหลุมสิว
ไม่ใช่สิวทุกประเภทจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้ แต่สิวที่มีความเสี่ยงสูงในการก่อให้เกิด หลุมสิว คือสิวที่มีการอักเสบระดับรุนแรง ได้แก่:
- สิวอักเสบหัวหนอง (Pustule): เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย C.acnes จนเกิดหนอง หากปล่อยทิ้งไว้นานเชื้อจะทำลายเนื้อเยื่อรอบข้าง
- สิวหัวช้าง (Cyst/Nodule): เป็นสิวอักเสบขนาดใหญ่ แข็ง เป็นไต อยู่ลึกใต้ผิวหนัง และมีความเจ็บปวด การอักเสบในระดับลึกนี้จะทำลายโครงสร้างคอลลาเจนเป็นวงกว้าง
- สิวอุดตันที่ถูกกดผิดวิธี: การพยายามกดสิวอุดตันที่หัวยังไม่เปิด หรือใช้แรงกดมากเกินไป จะทำให้ถุงต่อมไขมันแตกกระจายใต้ผิวหนัง ก่อให้เกิดการอักเสบซ้ำซ้อนและกลายเป็นแผลเป็นในที่สุด
รวมทุกวิธีรักษาหลุมสิว: รักษาเองที่บ้าน vs. พบแพทย์
แนวทางการจัดการกับร่องรอยบนใบหน้าแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบหลัก คือการดูแลด้วยตนเองและการพึ่งพาหัตถการทางการแพทย์ สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวไม่มากหรือต้องการป้องกัน การดูแลที่บ้านอาจเพียงพอ แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาร่องลึกชัดเจน การเข้าใจข้อจำกัดและเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการพบแพทย์เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ
การรักษาหลุมสิวด้วยตัวเอง: ยาทาและสกินแคร์ที่พอจะช่วยได้
สำหรับผู้ที่มีปัญหารอยแผลเป็นระดับเริ่มต้นหรือเป็นเพียงรอยตื้นๆ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เหมาะสมอาจช่วยบรรเทาปัญหาได้ โดย วิธีรักษาหลุมสิวแบบธรรมชาติ หรือการใช้สกินแคร์ควรมองหาส่วนผสมในกลุ่มผลัดเซลล์ผิวและกระตุ้นคอลลาเจน เช่น กรด AHA (Alpha Hydroxy Acids) ที่ช่วยขจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น หรือการใช้ Retinoids (อนุพันธ์วิตามินเอ) เพื่อกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ อย่างไรก็ตาม หากสงสัยว่า หน้าเป็นหลุมสิว ใช้อะไรดี ต้องเข้าใจว่าสกินแคร์มีข้อจำกัดในการรักษา โดยจะเห็นผลได้ดีเฉพาะกับรอยหลุมตื้นๆ และต้องใช้ระยะเวลาต่อเนื่องนาน 6-12 เดือน
หัตถการทางการแพทย์: เมื่อไหร่ที่ควรตัดสินใจไปพบแพทย์?
หากทดลองดูแลตัวเองแล้วไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง หรือมีลักษณะของหลุมสิวประเภท Ice Pick และ Rolling Scar ซึ่งมีความลึกและมีพังผืดดึงรั้ง การปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากปัญหาระดับโครงสร้างผิวลึกจำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการรักษา ไม่ว่าจะเป็นการทำวิธีรักษาหลุมสิว ด้วยเลเซอร์พลังงานสูง หรือการทำหัตถการตัดพังผืด เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวอย่างชัดเจนและรวดเร็ว
เจาะลึก 5 หัตถการยอดนิยมในการรักษาหลุมสิว
ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก ทำให้มีทางเลือกในการฟื้นฟูผิวหลากหลายรูปแบบ แต่ละวิธีมีจุดเด่นและกลไกการทำงานที่แตกต่างกัน การเลือกวิธีที่เหมาะสมกับประเภทของแผลเป็นและสภาพผิวของแต่ละบุคคลคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการรักษา
1. เลเซอร์ (Laser Treatment): Fractional CO2, Picosecond
การใช้พลังงานแสงเป็นวิธีมาตรฐานที่ได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะ เลเซอร์หลุมสิว กลุ่ม Picosecond Laser ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่สามารถส่งพลังงานลงสู่ผิวได้ในระยะเวลาสั้นมากระดับล้านล้านวินาที ทำให้เกิดแรงกระแทก (LIOB) ใต้ผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่โดยไม่ทำลายผิวชั้นบนมากเกินไป ช่วยลดระยะเวลาพักฟื้นและลดความเสี่ยงการเกิดรอยดำ เหมาะสำหรับหลุมสิวหลายประเภทและช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอไปพร้อมกัน
2. การเซาะพังผืด (Subcision): เหมาะกับหลุมสิวแบบไหน?
Subcision เป็นเทคนิคการใช้เข็มขนาดเล็กสอดเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อตัดเลาะพังผืด (Fibrous bands) ที่ยึดเกาะรอยหลุมสิวให้ยุบตัวลง วิธีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ หลุมสิว รักษา ยากประเภท Rolling Scars ที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ เมื่อพังผืดถูกตัดออก ผิวหนังจะดีดตัวฟูขึ้นทันที และร่างกายจะเริ่มกระบวนการซ่อมแซมสร้างเนื้อเยื่อใหม่มาเติมเต็มช่องว่างนั้น
3. คลื่นวิทยุ (Microneedling RF): กระตุ้นคอลลาเจนจากใต้ผิว
นวัตกรรมที่ผสานการทำงานของเข็มขนาดเล็ก (Microneedle) เข้ากับพลังงานคลื่นวิทยุ (Radio Frequency) โดยเข็มจะส่งผ่านพลังงานความร้อนลงลึกสู่ชั้นหนังแท้โดยตรง เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินอย่างมีประสิทธิภาพ วิธีนี้ช่วยยกกระชับผิวและลดเลือนริ้วรอยได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้างและหลุมสิวลึก โดยไม่ก่อให้เกิดความร้อนสะสมที่ผิวชั้นบน
4. สารเติมเต็มหลุมสิว (Dermal Fillers): เห็นผลทันที แต่ไม่ถาวร
การฉีดสารเติมเต็มกลุ่ม Hyaluronic Acid เข้าไปที่บริเวณหลุมสิวโดยตรง เป็นวิธีที่ช่วยให้ผิวดูเต็มตื้นขึ้นได้ทันทีหลังทำ เหมาะสำหรับหลุมสิวประเภท Rolling Scars หรือ Boxcar Scars ที่มีความกว้างแต่ไม่ลึกมาก วิธีนี้ช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี แต่อยู่ได้ชั่วคราวประมาณ 6-12 เดือน ตามระยะเวลาการสลายตัวของสารเติมเต็ม
5. การรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การกรอผิว (Dermabrasion)
นอกจากวิธีหลักข้างต้น ยังมีเทคนิคอื่นๆ เช่น การแต้มกรด TCA (TCA CROSS) ที่มีความเข้มข้นสูงลงไปในก้นหลุมสิว เพื่อกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ เหมาะสำหรับหลุมสิวปากแคบลึกแบบ Ice Pick Scars หรือการทำ Dermabrasion ซึ่งเป็นการกรอผิวชั้นบนออกเพื่อปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนขึ้น แต่อาจต้องใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าวิธีอื่น
ตารางเปรียบเทียบวิธีรักษาหลุมสิว: เลือกให้จบในที่เดียว
เพื่อให้เห็นภาพรวมและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ตารางนี้ได้สรุปความเหมาะสมของแต่ละวิธีตามประเภทของปัญหาและปัจจัยต่างๆ
| วิธีการรักษา | ประเภทหลุมสิวที่เหมาะสม | ระดับความเจ็บ (ประมาณการ) | ระยะเวลาพักฟื้น | ผลลัพธ์ที่คาดหวัง |
| Pico Laser | Ice Pick, Boxcar, Rolling | ปานกลาง | 1-3 วัน (รอยแดง) | ผิวเรียบเนียนขึ้น รอยดำลดลง |
| Subcision | Rolling Scars (ที่มีพังผืด) | ปานกลาง-สูง | 3-7 วัน (รอยช้ำ) | หลุมสิวตื้นขึ้นทันทีหลังทำ |
| RF Microneedling | Boxcar, Rolling, รูขุมขนกว้าง | ปานกลาง | 2-3 วัน | ผิวกระชับ หลุมสิวตื้นขึ้น |
| สารเติมเต็ม (Filler) | Rolling Scars | น้อย | ไม่มี-1 วัน | เห็นผลทันที ผิวเต็มตื้นขึ้น |
| TCA Cross | Ice Pick Scars | ปานกลาง | 5-7 วัน (ตกสะเก็ด) | หลุมลึกค่อยๆ ตื้นขึ้น |
การเตรียมตัวก่อนและดูแลตัวเองหลังการรักษาหลุมสิว
การดูแลผิวก่อนและหลังทำหัตถการมีความสำคัญเท่ากับการรักษา เพื่อให้กระบวนการซ่อมแซมผิวทำงานได้อย่างเต็มที่และลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง
- การเตรียมตัว: ควรงดใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว ยารักษาสิวบางชนิด และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ หากมีการทานยาละลายลิ่มเลือดควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- การดูแลหลังทำ: ปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงเป็นประจำ ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน และทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวฟื้นตัวไวขึ้น งดการแกะเกาบริเวณที่ตกสะเก็ดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
สรุป
การรักษาหลุมสิวให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีต้องอาศัยความเข้าใจในสภาพผิวและประเภทของแผลเป็น การผสมผสานวิธีการรักษาที่หลากหลาย (Combination Therapy) มักให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใช้วิธีเดียว และสิ่งสำคัญคือความต่อเนื่องในการรักษา รวมถึงการป้องกันการเกิดสิวใหม่เพื่อไม่ให้เกิดแผลเป็นเพิ่มในอนาคต หากคุณกำลังมองหา รักษาหลุมสิวที่ไหนดี ควรพิจารณาสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานและแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อให้การลงทุนดูแลผิวครั้งนี้คุ้มค่าที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
รักษาหลุมสิวเจ็บไหม?
ระหว่างการรักษามักมีการใช้ยาชาแบบทาหรือแบบฉีดเพื่อระงับความรู้สึก ทำให้ความรู้สึกเจ็บอยู่ในระดับที่ทนได้ หรือรู้สึกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ต้องรักษากี่ครั้งถึงจะหาย?
จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับความลึกและชนิดของหลุมสิว รวมถึงวิธีที่ใช้รักษา โดยทั่วไปจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นหลังทำ 3-5 ครั้ง
หลุมสิวรักษาหายขาด 100% ได้ไหม?
การรักษาหลุมสิวคือการฟื้นฟูสภาพผิวให้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด โดยทั่วไปสามารถดีขึ้นได้ 70-90% จนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่โครงสร้างผิวเดิมที่เสียไปอาจไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้ 100%
“ปรับผิวให้เนียน ด้วย Picosure Pro เทคโนโลยีที่จะฟื้นสภาพผิวให้กลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง”
หากต้องการรักษาหลุมสิว ทำไมต้องใช้บริการจาก The Signature Clinic

การแก้ไขปัญหาผิวหน้าที่ซับซ้อนอย่างหลุมสิว จำเป็นต้องอาศัยความแม่นยำและเครื่องมือที่ได้มาตรฐานระดับสากล The Signature Clinic พร้อมดูแลคุณด้วยนวัตกรรมชั้นนำอย่าง Picosure Pro เทคโนโลยี Picosecond Laser ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกในด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย ผสานกับ Potenza นวัตกรรม RF Microneedling 4 โหมด ที่ช่วยฟื้นฟูผิวได้ลึกถึงโครงสร้าง โดยทุกเคสจะได้รับการประเมินและดูแลโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการระดับ Medical Trainer เพื่อวางแผนการบริการรักษาหลุมสิว ที่เหมาะสมกับปัญหาผิวเฉพาะบุคคล ให้คุณมั่นใจในผลลัพธ์ผิวเรียบเนียนที่เป็นธรรมชาติ


