ผิวหน้าที่เคยเรียบเนียนกลับเริ่มมีตุ่มนูนสีน้ำตาลเล็กๆ ปรากฏขึ้น สร้างความกังวลใจและลดทอนความมั่นใจในการเผยผิว ปัญหานี้คือสิ่งที่เรียกว่า “กระเนื้อ” ซึ่งเป็นภาวะทางผิวหนังที่พบได้บ่อยเมื่ออายุเพิ่มขึ้น บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่ากระเนื้อเกิดจากอะไร มีความแตกต่างจากติ่งเนื้อหรือมะเร็งผิวหนังอย่างไร พร้อมแนะนำแนวทางการรักษาที่ปลอดภัยและเห็นผลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ
สรุปครบจบ: กระเนื้อ ภัยเงียบทำลายความมั่นใจที่รักษาได้
- ไม่ใช่โรคร้ายแต่กวนใจ: กระเนื้อ (Seborrheic Keratosis) คือเนื้องอกผิวหนังชนิดไม่ร้ายแรง เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ผิวชั้นบน พบบ่อยในคนอายุ 30-40 ปีขึ้นไป มีลักษณะเป็นตุ่มนูนสีน้ำตาลหรือดำ ขรุขระเหมือนแปะอยู่บนผิว
- แยกให้ออกก่อนสาย: ต้องแยกให้ออกระหว่างกระเนื้อ (ตุ่มแปะ ผิวขรุขระ) กับ ติ่งเนื้อ (ก้อนนิ่มมีก้าน) ไฝ (รากลึก ผิวเรียบ) และมะเร็งผิวหนัง (สีดำสนิท ขอบไม่เรียบ โตเร็ว เลือดออก) หากไม่แน่ใจควรพบแพทย์
- ทางออกที่ปลอดภัย: วิธีรักษามาตรฐานคือการใช้เลเซอร์ CO2 จี้ออก ซึ่งแม่นยำและแผลเล็กกว่าการจี้ไฟฟ้าหรือความเย็น การทายาหรือกินอาหารไม่สามารถทำให้กระเนื้อหลุดได้
- ดูแลหลังทำเพื่อผิวเนียน: หลังทำห้ามแกะสะเก็ดเด็ดขาด ทายาตามแพทย์สั่ง และที่สำคัญที่สุดคือต้องหลบแดดและทากันแดด SPF สูง เพราะผิวจะไวต่อแสงมาก
- จบปัญหาที่ต้นตอ: การรักษาที่ The Signature Clinic ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์มาตรฐาน Gold Standard ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการที่วิเคราะห์ผิวละเอียด เพื่อกำจัดกระเนื้อและฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียนโดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็น
“ กระเนื้อคืออะไร แก้ด้วยวิธีไหนได้บ้าง”
กระเนื้อคืออะไร?

กระเนื้อ (Seborrheic Keratosis) คือ เนื้องอกของผิวหนังชนิดหนึ่งที่ไม่ใช่มะเร็ง (Non-cancerous) เกิดจากการเจริญเติบโตของเซลล์ผิวหนังชั้นบนที่มากผิดปกติ มีลักษณะเด่นที่สังเกตได้คือเป็นตุ่มนูน ผิวขรุขระ หรือดูคล้ายมีขี้ผึ้งหยดแปะอยู่บนผิวหนัง พบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป โดยขนาดและจำนวนอาจเพิ่มขึ้นตามช่วงวัย แม้จะไม่ส่งผลเสียร้ายแรงต่อสุขภาพร่างกาย แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์และความมั่นใจ
ลักษณะอาการที่สังเกตได้ด้วยตาเปล่า
จุดสังเกตสำคัญของกระเนื้อคือ เริ่มต้นมักเป็นจุดสีน้ำตาลอ่อนหรือสีเนื้อ แบนราบไปกับผิว ต่อมาจะค่อยๆ นูนขึ้นและมีสีเข้มขึ้นเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ พื้นผิวมีลักษณะขรุขระ ไม่เรียบเนียน รูปร่างอาจเป็นวงกลมหรือวงรี ขอบเขตชัดเจน คล้ายกับมีก้อนเนื้อแปะติดอยู่บนผิวหนัง
ตำแหน่งที่พบบ่อยบนร่างกาย
กระเนื้อสามารถเกิดขึ้นได้เกือบทุกบริเวณของร่างกายที่มีรูขุมขน แต่บริเวณที่พบบ่อยที่สุดคือพื้นที่ที่สัมผัสกับแสงแดดเป็นประจำ ได้แก่ ใบหน้า (โดยเฉพาะบริเวณขมับและแก้ม) ลำคอ หน้าอก แผ่นหลัง และไหล่ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างแสงแดดกับการเสื่อมสภาพของผิว
กระเนื้อเกิดจากสาเหตุอะไร?
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ กระเนื้อเกิดจากอะไร ทางการแพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดเพียงข้อเดียวได้ แต่พบว่ามีปัจจัยหลักหลายประการที่ทำงานร่วมกัน ดังนี้:
- อายุที่เพิ่มขึ้น (Aging): ปัจจัยที่สำคัญที่สุด เมื่ออายุมากขึ้น กระบวนการผลัดเซลล์ผิวจะทำงานช้าลงและผิวหนังเกิดการเสื่อมสภาพ ส่งผลให้เซลล์ผิวหนังเจริญเติบโตผิดปกติกลายเป็นตุ่มนูน
- พันธุกรรม (Genetics): หากสมาชิกในครอบครัวมีประวัติเป็นกระเนื้อ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดภาวะนี้เช่นเดียวกัน โดยอาจเริ่มเป็นตั้งแต่อายุยังน้อยและมีจำนวนมากกว่าคนทั่วไป
- แสงแดดและรังสี UV: การสะสมความเสียหายจากแสงแดดเป็นระยะเวลานาน (Cumulative sun exposure) เป็นตัวกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวผิดปกติ ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมจึงพบบ่อยในบริเวณที่โดนแดด
- การเสียดสี: ในบางกรณี การเสียดสีของผิวหนังกับเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับอย่างต่อเนื่อง อาจกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองและพัฒนาเป็นกระเนื้อได้
กระเนื้ออันตรายไหม?
โดยทั่วไป กระเนื้อ ไม่เป็นอันตราย และไม่มีโอกาสกลายพันธุ์เป็นมะเร็งผิวหนัง อย่างไรก็ตาม ความน่ากังวลอยู่ที่ลักษณะภายนอกที่อาจคล้ายคลึงกับมะเร็งผิวหนังบางชนิด (Melanoma) หรือรอยโรคอื่นๆ หากสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงดังต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อวินิจฉัยทันที:
- มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วผิดปกติ
- สีของก้อนเนื้อมีความไม่สม่ำเสมอ หรือเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท
- มีเลือดออก มีอาการคันรุนแรง หรืออักเสบบวมแดง
- ขอบเขตของตุ่มเนื้อไม่เรียบหรือไม่สม่ำเสมอ
4 วิธีรักษากระเนื้อยอดนิยม ข้อดี-ข้อเสียแต่ละแบบ

แม้กระเนื้อจะไม่หายไปเอง แต่สามารถกำจัดออกได้ด้วยวิธีการทางการแพทย์ การเลือกวิธีรักษาขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่ง และดุลยพินิจของแพทย์
1. การใช้เลเซอร์ CO2 (CO2 Laser)
วิธีที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน คือการใช้เลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์ที่มีความละเอียดสูงในการตัดและทำลายเนื้อเยื่อกระเนื้อ
- ข้อดี: มีความแม่นยำสูง แพทย์สามารถควบคุมความลึกในการกำจัดเนื้อเยื่อได้ดีที่สุด กระทบต่อผิวปกติน้อยมาก แผลที่เกิดขึ้นจะมีขนาดเล็ก เรียบเนียน และหายเร็ว ลดโอกาสการเกิดแผลเป็น
- ข้อเสีย: อาจมีสะเก็ดแผลบางๆ เกิดขึ้นประมาณ 5-7 วัน ซึ่งต้องหลีกเลี่ยงการโดนน้ำในช่วงแรก
2. การจี้ด้วยไฟฟ้า (Electrocautery)
เป็นการใช้เครื่องมือที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าความร้อนจี้ลงบนเนื้อเยื่อส่วนเกินเพื่อทำลายเซลล์กระเนื้อ
- ข้อดี: เป็นวิธีมาตรฐานที่ทำได้รวดเร็ว สามารถกำจัดกระเนื้อจำนวนมากในคราวเดียว
- ข้อเสีย: ความร้อนอาจกระจายไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียง ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นหรือรอยดำหลังการรักษา ต้องดูแลแผลอย่างระมัดระวัง
3. การรักษาด้วยความเย็นจัด (Cryotherapy)
แพทย์จะใช้ไนโตรเจนเหลว (Liquid Nitrogen) ที่มีความเย็นจัดพ่นหรือทาลงบนกระเนื้อ เพื่อให้เซลล์เนื้อเยื่อตายและหลุดออก
- ข้อดี: ไม่ต้องฉีดยาชา เหมาะสำหรับกระเนื้อที่มีขนาดเล็กและไม่หนามาก
- ข้อเสีย: ควบคุมความลึกของการทำลายเนื้อเยื่อได้ยาก อาจทำให้เกิดรอยด่างขาว (Hypopigmentation) ถาวร หรือหากจี้ลึกไม่พอ กระเนื้ออาจหลุดไม่หมด
4. การขูดออก (Curettage)
เป็นการใช้เครื่องมือลักษณะคล้ายช้อนขนาดเล็กที่มีความคม ขูดเนื้อเยื่อส่วนเกินออกหลังจากฉีดยาชา
- ข้อดี: สามารถส่งชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยาได้หากสงสัยว่าเป็นเนื้อร้าย
- ข้อเสีย: อาจมีเลือดออกขณะทำ และมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือเกิดแผลเป็นหากผู้ทำไม่มีความชำนาญ
การดูแลตัวเองหลังการรักษาเพื่อลดรอยแผลเป็น
การดูแลหลังทำหัตถการมีความสำคัญเท่ากับการรักษา เพื่อป้องกันการเกิดรอยดำหรือแผลเป็น
- ห้ามแกะเกา: ปล่อยให้สะเก็ดแผลหลุดออกเองตามธรรมชาติ การแกะจะทำให้เกิดแผลเป็นหลุมหรือรอยดำ
- หลีกเลี่ยงน้ำ: ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกควรงดโดนน้ำบริเวณแผล หลังจากนั้นใช้น้ำเกลือเช็ดทำความสะอาดเบาๆ
- ทายาตามแพทย์สั่ง: ใช้ขี้ผึ้งหรือยาปฏิชีวนะที่แพทย์จ่ายให้อย่างเคร่งครัดเพื่อให้แผลชุ่มชื้น
- ปกป้องผิวจากแสงแดด: นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เมื่อแผลหายดีแล้ว ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปเป็นประจำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยดำ (PIH) บริเวณแผล
วิธีป้องกันและชะลอการเกิดกระเนื้อใหม่ ทำได้อย่างไร?
แม้ปัจจัยทางพันธุกรรมและอายุจะควบคุมไม่ได้ แต่เราสามารถลดปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกได้
- ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ: ใช้ครีมกันแดดแบบ Broad Spectrum ป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB ทุกวัน แม้จะอยู่ในที่ร่ม
- หลีกเลี่ยงแดดจัด: พยายามเลี่ยงการออกแดดในช่วงเวลา 10.00 – 16.00 น. หรือสวมหมวกและแว่นตากันแดดเพื่อปกป้องผิว
- บำรุงผิวให้แข็งแรง: ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) เพื่อช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว
สรุป
กระเนื้อเป็นเพียงความเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของผิวพรรณที่มาพร้อมกับวัยและแสงแดด แม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรงและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ แต่การปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลต่อความเรียบเนียนของผิวและความมั่นใจได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ไม่ควรกำจัดด้วยตัวเอง” ไม่ว่าจะด้วยการแกะ เกา หรือใช้น้ำยากัดผิวที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อและรอยแผลเป็นที่แก้ไขยาก ทางออกที่ดีที่สุดคือการเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อประเมินสภาพผิวและเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการใช้เลเซอร์ CO2 หรือเทคโนโลยีอื่นๆ ที่มีความแม่นยำสูง การดูแลโดยผู้รู้จริงจะช่วยให้คุณกลับมาเป็นเจ้าของผิวที่ดูสะอาดเกลี้ยงเกลาได้อย่างปลอดภัย และลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียงให้น้อยที่สุด หากคุณต้องการความมั่นใจในทุกขั้นตอนการรักษา The Signature Clinic พร้อมดูแลคุณด้วยมาตรฐานทางการแพทย์ระดับสากลและทีมแพทย์ระดับอาจารย์ผู้ฝึกสอนที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด
คำถามที่พบบ่อย
กระเนื้อสามารถรักษาให้หายไปตลอดกาลได้หรือไม่?
การรักษาสามารถกำจัดเม็ดกระเนื้อที่มีอยู่เดิมออกได้ แต่ไม่สามารถป้องกันการเกิดใหม่ในอนาคตได้ เนื่องจากความเสื่อมของผิวตามวัย อย่างไรก็ตาม การดูแลและป้องกันแสงแดดที่ดีจะช่วยชะลอการเกิดใหม่ได้
ใช้ยาทากำจัดกระเนื้อเองได้ไหม?
ไม่แนะนำให้ซื้อน้ำยากัดผิวหรือสมุนไพรมาจี้เอง เนื่องจากสารเหล่านี้มักเป็นกรดรุนแรงที่ไม่สามารถควบคุมความลึกได้ อาจทำให้ผิวไหม้ เกิดแผลเป็นขนาดใหญ่ หรือการติดเชื้อที่รักษายากกว่าเดิม
กระเนื้อบนใบหน้า ใช้วิธีไหนดีที่สุด
สำหรับบริเวณใบหน้าที่ต้องการความละเอียดและสวยงาม เลเซอร์ CO2 เป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากมีความแม่นยำสูง ลดความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็น
“ปรับผิวให้เนียน ด้วย Picosure Pro เทคโนโลยีที่จะฟื้นสภาพผิวให้กลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง”
หากต้องการรักษากระเนื้อ ทำไมต้องใช้บริการจาก The Signature Clinic

ที่ The Signature Clinic เราเข้าใจดีว่าความกังวลเรื่องผิวพรรณไม่ใช่แค่เรื่องของความงาม แต่คือความมั่นใจในการใช้ชีวิต เรานำโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการระดับ Medical Trainer ที่มีความเข้าใจในโครงสร้างผิวอย่างลึกซึ้ง เลือกใช้เทคโนโลยีมาตรฐานระดับโลกในการดูแลรักษา ไม่ว่าจะเป็นการกำจัดกระเนื้อด้วยความแม่นยำ หรือการใช้โปรแกรม Picosure Pro เพื่อปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนและจัดการปัญหารอยดำที่อาจหลงเหลืออยู่อย่างมีประสิทธิภาพ ท่านจึงมั่นใจได้ในผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและความปลอดภัยสูงสุด ภายใต้มาตรฐานการดูแลที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด หากคุณไม่แน่ใจว่าตุ่มนูนบนผิวหน้าคือกระเนื้อหรือภาวะอื่น สามารถนัดหมายเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องได้ที่ The Signature Clinic


