โปรแกรม XERF คืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง? เจาะลึกทุกข้อมูลก่อนตัดสินใจทำ

สารบัญ

หากคุณกำลังมองหา โปรแกรมยกกระชับ XERF และมีคำถามว่า โปรแกรม XERF ช่วยเรื่องอะไรบ้าง? บทความนี้มีคำตอบ XERF Program คือหนึ่งในนวัตกรรมที่กำลังเป็นที่พูดถึงในวงการความงาม ด้วยจุดเด่นที่แตกต่างจากเครื่องยกกระชับอื่นๆ เราจะมาเจาะลึกกันว่า โปรแกรม XERF คืออะไร, ทำงานด้วยหลักการใด, แตกต่างจาก Thermage หรือ HIFU อย่างไร, โปรแกรม XERF เจ็บไหม และ XERF Laser ราคา (แม้ว่า XERF จะเป็นเทคโนโลยีคลื่นวิทยุ ไม่ใช่เลเซอร์) อยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ เพื่อให้คุณมีข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

สรุป XERF: เทคโนโลยีกระชับผิวที่ “เจ็บน้อย”

  • XERF คืออะไร? XERF คือเทคโนโลยียกกระชับผิวในกลุ่ม Monopolar RF (กลุ่มเดียวกับ Thermage) แต่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ใช้ Dual-Frequency (คลื่น 2 ความถี่: 6.78 MHz และ 2 MHz) ทำให้พลังงานลงไปทำงานได้หลายระดับความลึกพร้อมกัน
  • XERF ช่วยเรื่องอะไรบ้าง? (5 ประโยชน์หลัก)
    • ยกกระชับผิวและลดความหย่อนคล้อย (Lifting & Tightening) บริเวณแก้มและแนวกราม
    • สลายไขมันส่วนเกิน (Fat Reduction) บริเวณที่ลดยาก เช่น แก้มส่วนล่างและเหนียง
    • ลดเลือนริ้วรอย (Wrinkle Reduction)
    • ฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Rejuvenation) ช่วยให้รูขุมขนกระชับและผิวเรียบเนียน
    • ปรับกรอบหน้าให้คมชัด (V-Line Contouring)
  • ความรู้สึก (เจ็บไหม?) นี่คือจุดเด่นสำคัญ: เจ็บน้อยมาก (ระดับความรู้สึก 2-3/10) ผู้รับบริการส่วนใหญ่จะรู้สึกเพียง อุ่นสบายผิว คล้ายการนวดด้วยหินร้อน (เนื่องจากมีระบบทำความเย็น ICD Cooling) และ ไม่ต้องพักฟื้น
  • เทียบกับเครื่องอื่น
    • XERF vs HIFU: เทคโนโลยีต่างกัน XERF (RF) เน้นทำให้ผิว “แน่น” (Tightening) และลดไขมัน ส่วน HIFU (อัลตราซาวนด์) เน้นการ “ยก” (Lifting) โครงสร้างชั้นลึก (SMAS)
    • XERF vs Thermage: เป็น RF เหมือนกัน แต่ XERF เป็นเทคโนโลยีใหม่กว่าที่ใช้ 2 ความถี่ และออกแบบมาให้สบายผิวกว่า
  • ผลลัพธ์และการทำซ้ำ ผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในช่วง 1-3 เดือนหลังทำ และคงอยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน แนะนำให้ทำต่อเนื่องปีละ 1 ครั้ง

โปรแกรม XERF คืออะไร? นวัตกรรมยกกระชับผิวแบบไม่เจ็บ

โปรแกรม XERF คือ เทคโนโลยียกกระชับผิวเจเนอเรชันใหม่ ที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับ Thermage แต่ XERF มีจุดเด่นที่เหนือกว่าคือการเป็นนวัตกรรม Dual-Frequency หรือการปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุ 2 ระดับความถี่ (6.78 MHz และ 2 MHz) ทำงานร่วมกัน การผสมผสานสองความถี่นี้ ทำให้พลังงานความร้อนสามารถถูกส่งลงไปกระตุ้นเนื้อเยื่อในระดับความลึกที่แตกต่างกันได้พร้อมกัน ตั้งแต่ชั้นผิวตื้นเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ไปจนถึงชั้นผิวที่ลึกกว่าเพื่อยกกระชับและสลายไขมัน นอกจากนี้ยังมีระบบทำความเย็น ICD (Integrated Cryogen Delivery) ที่ช่วยปกป้องผิวชั้นบน ทำให้ระหว่างทำรู้สึกสบายผิวและเจ็บน้อยมาก

XERF ช่วยแก้ปัญหาผิวอะไรได้บ้าง? สรุป 5 ประโยชน์หลัก

คำถามหลักที่ว่า โปรแกรม XERF ช่วยเรื่องอะไรบ้าง สามารถสรุปประโยชน์หลักๆ ได้ 5 ด้าน ดังนี้:

  1. ยกกระชับผิวและลดความหย่อนคล้อย (Lifting & Tightening) พลังงาน RF ที่ลงไปในชั้นผิวลึก จะช่วยกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินเกิดการหดตัวและจัดเรียงตัวใหม่ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม ร่องแก้ม และแนวกราม ทำให้กรอบหน้าดูชัดเจนขึ้น (สำหรับผู้ที่สนใจ เทคนิคการยกกระชับใบหน้า สามารถอ่านเพิ่มเติมได้)
  2. สลายไขมันส่วนเกินบริเวณใบหน้า (Fat Reduction) ด้วยพลังงานความถี่ต่ำ 2 MHz ที่สามารถส่งพลังงานลงไปได้ลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง XERF จึงช่วยสลายไขมันสะสมส่วนเกินบริเวณที่ลดยาก เช่น แก้มส่วนล่าง หรือไขมันใต้คาง (เหนียง) ได้ ทำให้ใบหน้าดูเรียวและได้รูปมากขึ้น
  3. ลดเลือนริ้วรอย (Wrinkle Reduction) พลังงานความถี่สูง 6.78 MHz จะทำงานในผิวชั้นตื้น ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการฟื้นฟูผิว ทำให้ริ้วรอยเล็กๆ (Fine Lines) ดูจางลง (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ปัญหาริ้วรอย และการดูแล)
  4. ฟื้นฟูคุณภาพผิวและกระชับรูขุมขน (Skin Rejuvenation) เมื่อคอลลาเจนใต้ผิวถูกกระตุ้นให้สร้างใหม่ ผิวโดยรวมจะมีความยืดหยุ่น หนาแน่น และแข็งแรงขึ้น ส่งผลให้ผิวดูเรียบเนียน รูขุมขนดูกระชับขึ้น และผิวดูเปล่งปลั่งกระจ่างใส
  5. ปรับกรอบหน้าให้คมชัด (V-Line Contouring) จากการทำงานร่วมกันทั้งการยกกระชับผิว, การสลายไขมันส่วนเกิน , และการฟื้นฟูคอลลาเจน ผลลัพธ์ที่ได้คือโครงหน้าที่ดูชัดเจนขึ้น (Facial Contouring) บริเวณแนวกรามและใต้คาง

หลักการทำงานของ XERF เทคโนโลยี Dual-Frequency Monopolar RF

หัวใจของ XERF Program ที่ทำให้โดดเด่นคือการผสาน 3 เทคโนโลยีหลักเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและรู้สึกสบายผิวที่สุด:

  • Dual-Frequency RF (6.78 MHz + 2 MHz) นี่คือจุดเด่นหลัก XERF สามารถปล่อยพลังงาน 2 ความถี่พร้อมกัน
    • ความถี่ 6.78 MHz: ทำงานในผิวชั้นตื้น (Upper Dermal Layer) เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวชั้นบน ช่วยเรื่องริ้วรอยและความเรียบเนียน
    • ความถี่ 2 MHz: ส่งพลังงานลงไปได้ลึกกว่า (Deep Fat Layer) เพื่อกระตุ้นการยกกระชับโครงสร้างผิวชั้นลึกและสลายไขมัน
  • Wave Fit™ Pulse และ ICD Cooling นี่คือเหตุผลว่าทำไม โปรแกรม XERF เจ็บไหม คำตอบคือเจ็บน้อยมาก เทคโนโลยี Wave Fit Pulse จะช่วยปรับสมดุลพลังงานตามความต้านทานของผิว ร่วมกับระบบ ICD ที่ปล่อยความเย็นเพื่อปกป้องผิวชั้นบนไปพร้อมๆ กับการปล่อยพลังงาน ทำให้สามารถส่งพลังงานลงไปชั้นลึกได้โดยที่ผิวชั้นบนไม่ร้อนเกินไป
  • Spider Pattern Effector หัวยิง (Tip) ถูกออกแบบมาให้มีการกระจายพลังงานเป็นรูปแบบใยแมงมุม ช่วยให้พลังงานความร้อนกระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอและทั่วถึง ป้องกันปัญหาความร้อนสะสมเป็นจุดๆ (Hotspots)

รีวิวขั้นตอนการทำ XERF เจ็บไหม? ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

หนึ่งในจุดขายสำคัญของ โปรแกรมยกกระชับ XERF คือความรู้สึกสบายระหว่างทำ ผู้รับบริการส่วนใหญ่จะรู้สึกเพียงอุ่นๆ คล้ายการนวดด้วยหินร้อน ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา ทำให้ขั้นตอนทั้งหมดรวดเร็วและผ่อนคลาย

  • การเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการ
    • การเตรียมตัวไม่ซับซ้อน เพียงงดใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น กรด AHA/BHA หรือกลุ่มเรตินอยด์ 1-2 วันก่อนทำ
    • แจ้งประวัติการใช้ยาและโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบ
    • ในวันนัดหมาย ควรงดแต่งหน้า และถอดเครื่องประดับที่เป็นโลหะออกทั้งหมด
  • ความรู้สึกระหว่างทำและระยะเวลาที่ใช้
    • ระหว่างทำจะรู้สึกอุ่นสบายผิว โดยมีระดับความรู้สึกไม่สบายผิวเฉลี่ยเพียง 2-3 จาก 10 คะแนน
    • เจ้าหน้าที่จะติดแผ่นสื่อไฟฟ้า (Grounding Pad) ที่ร่างกาย (เช่น หลัง) เพื่อให้คลื่นวิทยุทำงานได้ครบวงจร
    • ใช้เวลาในการทำประมาณ 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษา
  • การดูแลตัวเองหลังทำ XERF
    • หลังทำไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
    • สามารถแต่งหน้าได้ทันที (หากไม่มีอาการแดง)
    • ควรทาครีมบำรุงที่ให้ความชุ่มชื้น และทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปอย่างสม่ำเสมอ
    • หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น ซาวน่า หรือออกกำลังกายหนัก 1-2 วัน
    • งดการสครับผิวหรือใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว 3-5 วัน

ผลลัพธ์ของ XERF อยู่ได้นานแค่ไหน? ต้องทำซ้ำหรือไม่?

ผลลัพธ์ของ โปรแกรม XERF จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยเป็นค่อยไป แม้บางรายอาจรู้สึกว่าผิวกระชับขึ้นเล็กน้อยทันทีหลังทำ แต่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากการสร้างคอลลาเจนใหม่จะค่อยๆ ปรากฏขึ้นในช่วง 1-3 เดือนหลังทำ

  • ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน? โดยทั่วไป ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุ, สภาพผิวเดิม, และการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล
  • ต้องทำกี่ครั้ง? ส่วนใหญ่จะเห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจตั้งแต่การทำ 1 ครั้ง และแนะนำให้กลับมาทำซ้ำทุก 6-12 เดือน เพื่อเป็นการดูแลผิวและคงสภาพผลลัพธ์ที่ดีไว้

ความปลอดภัย ผลข้างเคียง และข้อห้ามในการทำ XERF

XERF Program เป็นหัตถการที่มีความเสี่ยงต่ำและไม่รุนแรง (Non-invasive) ด้วยเทคโนโลยี ICD Cooling ที่ช่วยปกป้องผิวชั้นบน ทำให้มีความปลอดภัยสูง

  • ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคือ อาการแดง เล็กน้อยในบริเวณที่ทำ ซึ่งจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังทำ บางรายอาจรู้สึกตึงๆ ที่ผิวเล็กน้อย แต่สามารถหายได้เอง
  • ข้อห้ามสำหรับผู้ที่ไม่ควรทำ XERF
    • สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร
    • ผู้ที่ใส่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker)
    • ผู้ที่มีโลหะฝังอยู่ในบริเวณที่จะทำการรักษา (เช่น ไหมทองคำ)
    • ผู้ที่มีการติดเชื้อ, แผลเปิด, หรือโรคผิวหนังที่ยังแสดงอาการในบริเวณที่จะทำ

โปรแกรม XERF ราคาเท่าไหร่?

แม้ว่าหลายคนจะเรียกว่า XERF Laser แต่จริงๆ แล้ว XERF เป็นพลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ไม่ใช่เลเซอร์ สำหรับราคาที่ The Signature Clinic จะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ใช้ โดยมีโปรโมชั่นพิเศษ 300 ช็อต ราคา 25,000 บาท และ 600 ช็อต ราคา 49,000 บาท (จากราคาปกติ 60,000 บาท) แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินจำนวนช็อตที่เหมาะสมกับปัญหาผิวและโครงสร้างใบหน้าของคุณ

สรุป

โปรแกรม XERF ช่วยเรื่องอะไรบ้าง? สรุปคือ XERF เป็นเทคโนโลยี Monopolar RF แบบ Dual-Frequency ที่ช่วย ยกกระชับผิว , สลายไขมัน , ลดเลือนริ้วรอย , และ ฟื้นฟูคุณภาพผิว โดยมีจุดเด่นที่สำคัญคือ เจ็บน้อยมาก และ ไม่ต้องพักฟื้น ทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวแต่กังวลเรื่องความรู้สึกระหว่างทำ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

XERF กับ ThermageFLX ต่างกันยังไง?

ทั้งสองเครื่องเป็น Monopolar RF เหมือนกัน แต่ XERF เป็นเทคโนโลยีใหม่กว่าที่ใช้ Dual-Frequency (2 ความถี่) และมีระบบทำความเย็นต่อเนื่อง ทำให้รู้สึกสบายผิวกว่า ส่วน Thermage FLX ใช้ Single-Frequency (ความถี่เดียว) และมีระบบสั่นเพื่อลดความรู้สึกระหว่างทำ

XERF กับ HIFU (เช่น Ulthera) ต่างกันยังไง?

เทคโนโลยีต่างกันโดยสิ้นเชิง XERF ใช้ คลื่นวิทยุ (RF) ที่ให้ความร้อนแบบเป็นก้อน (Bulk Heating) เพื่อให้ผิว “แน่น” (Tightening) และลดไขมัน ส่วน HIFU (หรือ Ulthera) ใช้ คลื่นอัลตราซาวนด์ (Ultrasound) ที่ยิงพลังงานเป็นจุด (Focused Dots) ลงไปที่ชั้น SMAS เพื่อให้ผิว “ยก” (Lifting)

XERF เหมาะกับใคร?

โปรแกรม XERF เหมาะกับ ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง , มีไขมันสะสมบริเวณแก้มหรือใต้คาง , ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวให้แน่นขึ้น , และโดยเฉพาะผู้ที่กังวลเรื่องความเจ็บ

หากต้องการรักษา ทำไมต้องใช้บริการจาก The Signature Clinic

the-signature-clinic-cta

การเลือกคลินิกสำหรับทำ โปรแกรมยกกระชับ XERF เป็นสิ่งสำคัญ ที่ The Signature Clinic เราเป็นคลินิกชั้นนำด้านนวัตกรรมเลเซอร์และการปรับรูปหน้า นำโดยทีมแพทย์ผู้มีความชำนาญการ ที่เข้าใจโครงสร้างผิวอย่างลึกซึ้ง เรามุ่งเน้นการออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Plan) และยังมีโปรแกรมการรักษาแบบผสมผสาน เช่น Potenza DUO RF (Potenza + XERF) หรือ Sculpt and Slim Define (Sculpsure Submental + XERF) เพื่อมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและเป็นธรรมชาติในแบบฉบับของคุณ

บทความที่คล้ายกัน

เลเซอร์ลบรอยดำ 1

เลเซอร์ลบรอยดำ ทางลัดผิวใสที่ปลอดภัย หรือแค่กระแส? เจาะลึกทุกข้อเท็จจริง

ไขข้อข้องใจ เลเซอร์ลบรอยดำ ช่วยกู้ผิวใสได้จริงไหม? เจาะลึกเทคโนโลยี Pico Laser และวิธีเลือกคลินิกให้ปลอดภัย เห็นผลไว ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น

รักษาหลุมสิว 1

รักษาหลุมสิว: คู่มือฉบับสมบูรณ์ เลือกวิธีไหนให้จบปัญหาผิวไม่เรียบเนียน

กำลังกังวลเรื่องรักษาหลุมสิว? ค้นพบคำตอบเรื่องความเจ็บ ค่าใช้จ่าย และผลลัพธ์ที่ได้จริง พร้อมวิธีดูแลผิวให้กลับมาเรียบเนียน ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนเริ่มรักษา

สิวอุดตันไม่มีหัว 1

สิวอุดตันไม่มีหัว: สาเหตุ วิธีรักษา และการป้องกันที่ถูกต้อง

สิวอุดตันไม่มีหัว เป็นตุ่มนูนแดง เจ็บแต่บีบไม่ออก เกิดจากอะไร? พบคำตอบพร้อมวิธีรักษาสิวอักเสบไม่มีหัว ทั้งการดูแลด้วยตัวเองและเทคโนโลยีทางการแพทย์ อ่านเลย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save