ในวงการนวัตกรรมเพื่อการยกกระชับผิวหน้า มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย หนึ่งในชื่อที่หลายคนกำลังให้ความสนใจคือ XERF Program แต่ก็ยังมีคำถามว่า โปรแกรม XERF คืออะไร? เป็น โปรแกรมยกกระชับ XERF ที่ทำงานแตกต่างจากเครื่องมืออื่นๆ อย่างไร และเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีที่คุ้นเคยอย่าง Ulthera หรือ Thermage แล้ว ควรเลือกแบบไหน บทความนี้จะเจาะลึกทุกแง่มุมของ เครื่องยกกระชับ XERF ตั้งแต่หลักการทำงาน, ช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง, โปรแกรม XERF เจ็บไหม , ไปจนถึง XERF Laser ราคา โดยประมาณ เพื่อให้คุณมีข้อมูลที่ครบถ้วนสำหรับใช้ประกอบการตัดสินใจ
สรุป XERF : เจ็บไหม? เทียบ Ulthera / Thermage ต่างกันยังไง?
- โปรแกรม XERF คืออะไร: เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) รุ่นใหม่ ที่ใช้ 2 ความถี่ (Dual-Frequency) สลับกัน เพื่อส่งพลังงานความร้อนลงไปกระตุ้นคอลลาเจนในผิวหลายระดับความลึก ตั้งแต่ชั้นตื้นไปจนถึงชั้นไขมัน
- XERF เจ็บไหม (จุดเด่น): ไม่เจ็บ นี่คือจุดเด่นสำคัญ ผู้รับการรักษาส่วนใหญ่จะรู้สึก “อุ่นสบายผิว” คล้ายการนวดด้วยหินร้อน เนื่องจากมีระบบทำความเย็น (ICD Cooling) ทำงานตลอดเวลา ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา และสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ทันที (ไม่มีระยะเวลาพักฟื้น)
- ช่วยแก้ปัญหาอะไร: ช่วยให้ผิว “แน่น” ขึ้น (Skin Tightening), ฟื้นฟูคุณภาพผิว, กระชับรูขุมขน และสามารถช่วยลดไขมันสะสมบางส่วนได้ (เช่น บริเวณเหนียงและแก้ม)
- เทียบกับเทคโนโลยีอื่น:
- XERF vs Thermage: เป็น Monopolar RF เหมือนกัน แต่ XERF เป็นเทคโนโลยีใหม่กว่าที่ใช้ 2 ความถี่ และถูกออกแบบมาให้รู้สึกสบายผิวกว่า
- XERF vs Ulthera: เป็นเทคโนโลยีคนละชนิดกันโดยสิ้นเชิง XERF (คลื่นวิทยุ RF) จะเน้นให้ผิว “แน่น” และกระตุ้นคอลลาเจนในวงกว้าง ส่วน Ulthera (คลื่นอัลตราซาวนด์ MFU-V) จะเน้นการ “ยก” กระชับ โดยยิงพลังงานเป็นจุดเล็กๆ ลงไปที่ชั้น SMAS
- ผลลัพธ์: ผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเต็มที่ใน 1-3 เดือน และคงอยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน แนะนำให้ทำต่อเนื่องปีละ 1 ครั้ง
หลักการทำงานของโปรแกรม XERF

โปรแกรม XERF คือ เทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุในรูปแบบ Monopolar RF (คลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว) ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับเทคโนโลยีอย่าง Thermage จุดเด่นที่ทำให้ XERF แตกต่าง คือการเป็นนวัตกรรม Dual-Frequency หรือการปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุ 2 ระดับความถี่ (6.78 MHz และ 2 MHz) สลับกัน การทำงานร่วมกันของสองความถี่นี้ ทำให้พลังงานความร้อนสามารถถูกส่งลงไปในชั้นผิวได้หลายระดับความลึกพร้อมกัน ตั้งแต่ชั้นหนังแท้ส่วนบนไปจนถึงชั้นไขมันใต้ผิว เพื่อกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนเดิม และกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ (Neocollagenesis) นอกจากนี้ โปรแกรมยกกระชับ XERF ยังมีระบบทำความเย็น Integrated Cryogen Delivery (ICD) ที่ทำงานไปพร้อมๆ กับการปล่อยพลังงาน ช่วยปกป้องผิวชั้นบนและทำให้ระหว่างทำรู้สึกสบายผิวมากขึ้น
โปรแกรม XERF ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?
โปรแกรม XERF ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวที่หลากหลาย โดยเน้นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวและปรับคุณภาพผิวโดยรวม ปัญหาหลักๆ ที่เทคโนโลยีนี้ช่วยดูแลได้ ได้แก่:
- ปัญหาผิวหย่อนคล้อย: ช่วยยกกระชับผิวบริเวณแก้ม, แนวกราม, และกรอบหน้าให้ชัดเจนขึ้น
- ริ้วรอยเล็กๆ (Fine Lines): กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ริ้วรอยตื้นๆ เช่น ร่องแก้ม, ร่องน้ำหมาก, หรือริ้วรอยรอบดวงตาดูจางลง
- ผิวขาดความยืดหยุ่น: ช่วยฟื้นฟูให้ผิวดูแน่นขึ้น (Skin Tightening) และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
- รูขุมขน: เมื่อผิวได้รับการกระตุ้นและกระชับขึ้น รูขุมขนจะดูเล็กลงและผิวเรียบเนียนขึ้น
- ไขมันสะสมบางส่วน: พลังงานความถี่ต่ำ (2 MHz) สามารถลงไปถึงชั้นไขมัน ช่วยในการสลายไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มหรือใต้คาง ควบคู่ไปกับการยกกระชับ
- ผิวรอบดวงตาและลำคอ: สามารถใช้หัวทิปขนาดเล็กที่ออกแบบมาสำหรับบริเวณที่บอบบาง เพื่อช่วยยกกระชับผิวใต้ตา, เปลือกตา, และลำคอ
ทำ XERF เจ็บไหม? ต้องพักฟื้นหรือไม่?
หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ โปรแกรม XERF เจ็บไหม? เนื่องจาก XERF มีเทคโนโลยี Wave Fit Pulse ที่ช่วยปรับสมดุลพลังงาน และระบบทำความเย็น ICD Cooling ที่ช่วยปกป้องผิวชั้นบน ทำให้ระหว่างทำการรักษา ผู้รับบริการส่วนใหญ่จะรู้สึก อุ่นสบายผิว คล้ายการนวดด้วยหินร้อน มากกว่าความรู้สึกเจ็บ จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความรู้สึกขณะทำ หลังทำการรักษา ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือแต่งหน้าได้ตามปกติ อาจมีรอยแดงเล็กน้อยในบางราย ซึ่งจะหายไปเองภายใน 2-3 ชั่วโมง
ผลลัพธ์หลังทำ XERF เป็นอย่างไร อยู่ได้นานแค่ไหน?

ผลลัพธ์ของ โปรแกรมยกกระชับ XERF จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยเป็นค่อยไป หลังทำทันทีอาจสังเกตเห็นว่าผิวดูกระชับขึ้นเล็กน้อย จากนั้นจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ภายใน 2-4 สัปดาห์ และจะเห็นผลเต็มที่ในช่วง 1-3 เดือนหลังทำ ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์ ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล โดยแพทย์มักแนะนำให้กลับมาทำต่อเนื่องปีละ 1 ครั้ง เพื่อคงสภาพผลลัพธ์ที่ดีไว้
ใครที่เหมาะกับการทำโปรแกรม XERF?
โปรแกรม XERF เหมาะกับใคร? โดยทั่วไป เทคโนโลยีนี้เหมาะกับ:
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง
- ผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณแก้มหรือใต้คาง (เหนียง) และต้องการปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม ให้ผิวดูแน่นขึ้น เรียบเนียนขึ้น และดูอิ่มฟู
- ผู้ที่กังวลเรื่องความเจ็บ หรือไม่ต้องการทายาชาก่อนทำหัตถการ
- ผู้ที่ไม่ต้องการการผ่าตัด และไม่มีเวลาพักฟื้น
ข้อควรพิจารณา: โปรแกรมนี้อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยอย่างรุนแรงมาก (ซึ่งอาจเหมาะกับการผ่าตัดมากกว่า) หรือผู้ที่มีข้อห้ามทางการแพทย์ เช่น กำลังตั้งครรภ์ หรือมีเครื่องกระตุ้นหัวใจ
การเตรียมตัวก่อนและหลังทำ XERF
การเตรียมตัวและดูแลตัวเองอย่างถูกต้องจะช่วยส่งเสริมผลลัพธ์การรักษาให้ดียิ่งขึ้น
การเตรียมตัวก่อนทำ XERF:
- หลีกเลี่ยงการออกแดดจัด หรืออาบแดด อย่างน้อย 3 วันก่อนทำ
- งดการขัดผิว, ทำเลเซอร์อื่นๆ, หรือทรีตเมนต์ที่รุนแรงในบริเวณที่จะทำ อย่างน้อย 1 สัปดาห์
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด AHA, BHA หรือกลุ่มเรตินอยด์ 1-2 วันก่อนทำ
- แจ้งประวัติการใช้ยาและโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
การดูแลตัวเองหลังทำ XERF:
- สามารถแต่งหน้าและล้างหน้าได้ตามปกติ แต่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวใน 24 ชั่วโมงแรก
- ทาครีมบำรุงที่ให้ความชุ่มชื้น (มอยส์เจอร์ไรเซอร์) และทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปอย่างสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงการออกแดดจัด, การอบซาวน่า, หรือกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อนสูงบริเวณใบหน้า 1-2 วัน
- งดการสครับผิวหรือใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว 3-5 วัน
- ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นจากภายใน
ราคาโปรแกรม XERF

ราคาของเลเซอร์ XERF จะแตกต่างกันไปตามจำนวนช็อต ซึ่งที่ The Signature Clinic จะเริ่มต้นที่ 25,000 บาท ไปจนถึง 60,000 บาท ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นและจำนวนช็อตที่ใช้
- ราคาโปรโมชั่น:
- 300 ช็อต: 25,000 บาท
- 600 ช็อต: 49,000 บาท
- ราคาปกติ:
- ราคาปกติของโปรแกรม 600 ช็อต อยู่ที่ 60,000 บาท ก่อนหักส่วนลด
สรุป
โปรแกรม XERF คืออะไร? สรุปได้ว่า XERF คือนวัตกรรม Monopolar RF เจเนอเรชันใหม่ ที่ใช้เทคโนโลยี Dual-Frequency (2 ความถี่) เพื่อส่งพลังงานความร้อนลงไปกระตุ้นคอลลาเจนในหลายระดับชั้นผิว จุดเด่นคือการยกกระชับผิว, ปรับปรุงคุณภาพผิวให้แน่นขึ้น, และช่วยลดไขมันบางส่วน โดยให้ความรู้สึกสบายผิว ไม่ต้องพักฟื้น จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหา เทคนิคการยกกระชับใบหน้า ที่มีประสิทธิภาพและเจ็บน้อย
คำถามที่พบบ่อย
XERF กับ ThermageFLX ต่างกันยังไง?
ทั้งสองเทคโนโลยีเป็น Monopolar RF เหมือนกัน แต่ XERF เป็นเทคโนโลยีที่ใหม่กว่า ใช้ระบบ Dual-Frequency (2 ความถี่) และมีระบบทำความเย็น ICD Cooling ตลอดเวลา ทำให้รู้สึกสบายผิวกว่า ส่วน ThermageFLX ใช้ Single-Frequency (ความถี่เดียว) และมีระบบสั่นเพื่อช่วยลดความรู้สึกระหว่างทำ และมีจุดเด่นที่หัวยิงสำหรับรอบดวงตาโดยเฉพาะ
XERF กับ Ulthera ต่างกันยังไง?
นี่คือเทคโนโลยีที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง XERF ใช้ คลื่นวิทยุ (RF) ที่ให้ความร้อนแบบเป็นก้อน (Bulk Heating) เพื่อให้ผิว “แน่น” ขึ้น ส่วน Ulthera (หรือ Ultherapy) ใช้ คลื่นอัลตราซาวนด์ (MFU-V) ที่ยิงพลังงานเป็นจุดเล็กๆ แม่นยำลงไปที่ชั้น SMAS เพื่อให้ผิว “ยก” ขึ้น
XERF ต้องทำกี่ครั้ง?
ผลลัพธ์สามารถสังเกตเห็นได้ตั้งแต่การทำครั้งแรก แต่จำนวนครั้งที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความคาดหวังของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปแพทย์มักแนะนำให้ทำต่อเนื่องปีละ 1 ครั้ง เพื่อคงสภาพผลลัพธ์และกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง
หากต้องการรักษา ทำไมต้องใช้บริการจาก The Signature Clinic

การเลือกทำหัตถการยกกระชับ ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การวิเคราะห์และออกแบบการรักษาโดยแพทย์ผู้มีความชำนาญ ที่ The Signature Clinic เรานำโดยทีมแพทย์ระดับอาจารย์ผู้ฝึกสอน และเป็นศูนย์รวมนวัตกรรมชั้นนำ (Cynosure Signature Partner) เรามุ่งเน้นการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Plan) โดยใช้เทคโนโลยีที่หลากหลาย เช่น โปรแกรม XERF หรือโปรแกรม Potenza Duo RF (Potenza + XERF) เพื่อให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและเหมาะสมกับปัญหาผิวของคุณมากที่สุด ภายใต้มาตรฐานการบริการระดับพรีเมียม


