กำลังตัดสินใจไม่ถูกระหว่างโปรแกรมยกกระชับหน้าใช่ไหม? คำถามยอดนิยมที่หลายคนสงสัยคือ “XERF กับ Ulthera ต่างกันยังไง?” ทั้งสองเทคโนโลยีนี้ต่างก็เป็นนวัตกรรมที่ช่วยเรื่องความหย่อนคล้อย แต่ทำงานด้วยหลักการที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การจะเลือกว่า XERF vs Ulthera แบบไหนเหมาะกับเรา จึงต้องเข้าใจถึงความแตกต่างในทุกมิติ บทความนี้จาก The Signature Clinic จะมาเปรียบเทียบให้ชัดเจน ตั้งแต่ประเภทของพลังงานที่ใช้, ชั้นผิวที่แต่ละเครื่องลงไปทำงาน, ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้, ความรู้สึกขณะทำ ไปจนถึงเรื่อง ราคา ของ XERF และ Ulthera เราจะช่วยวิเคราะห์ว่าปัญหาผิวแบบไหนเหมาะกับเครื่องใด เพื่อให้คุณมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจเลือกหัตถการที่ “ใช่” ที่สุดสำหรับคุณ
สรุปจบ! เลือก XERF หรือ Ulthera?
- เทคโนโลยีต่างกัน: XERF ใช้พลังงาน คลื่นวิทยุ (RF) ในขณะที่ Ulthera ใช้ คลื่นอัลตราซาวนด์ (MFU-V)
- ผลลัพธ์ที่เน้น: XERF โดดเด่นเรื่องการทำให้ “ผิวแน่น” (Skin Tightening), ฟื้นฟูคุณภาพผิว และช่วยลดไขมันส่วนเกิน ส่วน Ulthera เน้นการ “ยกกระชับ” (Lifting) ที่ชั้นผิวลึก (SMAS) เพื่อปรับกรอบหน้าให้คมชัด
- ความรู้สึกและราคา: XERF ให้ความรู้สึก อุ่นสบายผิวกว่า Ulthera อาจรู้สึก เจ็บแปลบๆ ใต้ผิว แต่ผลลัพธ์มีแนวโน้มอยู่ได้นานกว่า โดยทั่วไป XERF มี ราคาย่อมเยากว่า
- สรุปการเลือก: ไม่มีอะไรดีกว่ากัน แต่เหมาะกับปัญหาต่างกัน
- เลือก XERF: หากคุณกังวลเรื่องไขมันแก้ม/เหนียง, ผิวไม่แน่น, และกังวลเรื่องความเจ็บ
- เลือก Ulthera: หากคุณมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยปานกลาง และต้องการผลลัพธ์การ “ยก” ที่ชั้นลึกให้กรอบหน้าชัดเจน
XERF คืออะไร? ทำงานด้วยพลังงานแบบไหน

โปรแกรม XERF คือเทคโนโลยียกกระชับที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (Radiofrequency หรือ RF) ในรูปแบบ Monopolar RF ที่มีความพิเศษคือการปล่อยพลังงาน 2 ระดับความถี่ (Dual-Frequency) สลับกัน โดยพลังงานจะถูกส่งผ่านหัวยิงลงไปสร้างความร้อนในชั้นผิวที่แตกต่างกันพร้อมกัน เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ การทำงานของ XERF จะผสานพลังงานคลื่นวิทยุ 2 ความถี่ คือ 6.78 MHz และ 2 MHz เข้าด้วยกัน โดยความถี่สูง (6.78 MHz) จะทำงานที่ชั้นผิวหนังส่วนบน (Dermis) เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นฟูคุณภาพผิว ส่วนความถี่ต่ำ (2 MHz) จะส่งพลังงานลงได้ลึกกว่า ช่วยในเรื่องการยกกระชับและสลายไขมันส่วนเกินบางส่วน การทำงานร่วมกันของสองความถี่นี้ช่วยให้พลังงานความร้อนกระจายตัวได้อย่างครอบคลุม นอกจากนี้ยังมีระบบทำความเย็น ICD Cooling ที่ช่วยปกป้องผิวชั้นบน ทำให้ระหว่างทำรู้สึกสบายผิวมากขึ้น
Ulthera คืออะไร? ทำไมถึงเป็นที่นิยม

Ulthera (หรือ Ultherapy) คือเทคโนโลยีการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัดที่ใช้พลังงานคลื่นอัลตราซาวนด์ความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจง (MFU-V: Micro-Focused Ultrasound with Visualization) จุดเด่นสำคัญคือการส่งพลังงานเป็นจุดเล็กๆ ที่มีความแม่นยำสูง ลงไปลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า พลังงานความร้อนที่เกิดขึ้นจะกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ตามธรรมชาติ ทำให้ผิวที่หย่อนคล้อยค่อยๆ ยกกระชับขึ้น เหตุผลที่เทคโนโลยีนี้เป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง คือความสามารถในการยกกระชับที่ชั้นลึก และมีเทคโนโลยี MFU-V ที่มาพร้อมหน้าจอแสดงผล ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นชั้นผิวแบบเรียลไทม์ขณะทำการรักษา ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการส่งพลังงานไปยังเป้าหมาย และเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (U.S. FDA) ในการใช้เพื่อยกกระชับผิวบริเวณคิ้ว, กรอบหน้า, ใต้คาง และลำคอ (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีอัลตราซาวนด์เพื่อการยกกระชับได้ใน บทความทางการแพทย์ที่นี่)
สรุปเปรียบเทียบ XERF vs Ulthera หมัดต่อหมัด (ตาราง)
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราได้สรุปความแตกต่างหลักระหว่าง XERF vs Ulthera ในทุกประเด็นสำคัญไว้ในตารางนี้ เพื่อช่วยให้คุณเปรียบเทียบและทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น
| คุณสมบัติ | โปรแกรม XERF | โปรแกรม Ulthera |
| ประเภทพลังงาน | คลื่นวิทยุ (Monopolar RF) [cite: 2, 3] | คลื่นอัลตราซาวนด์ (MFU-V) |
| หลักการทำงาน | ปล่อยความร้อนแบบเป็นก้อน (Bulk Heating) | ส่งพลังงานเป็นจุดเล็กๆ แม่นยำ (Micro-Focused) |
| ชั้นผิวที่ทำงาน | Dermis (ผิวชั้นบน) และ SMAS/ชั้นไขมัน (ชั้นลึก) | เน้นที่ชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับการผ่าตัด) |
| เทคโนโลยีพิเศษ | Dual-Frequency (6.78 + 2 MHz) และระบบทำความเย็น ICD Cooling [cite: 2, 3] | MFU-V (หน้าจอแสดงผลชั้นผิวแบบเรียลไทม์) |
| ผลลัพธ์หลัก | ผิวแน่นกระชับ, ฟื้นฟูคุณภาพผิว, ลดไขมันบางส่วน | การยกกระชับ (Lifting) ที่ชั้นลึก, กรอบหน้าชัดขึ้น |
| ความรู้สึกขณะทำ | รู้สึกอุ่นสบายผิว | อาจรู้สึกเจ็บแปลบๆ หรือร้อนใต้ผิวเป็นจุดๆ |
| ระยะเวลาเห็นผล | สังเกตการเปลี่ยนแปลงได้หลังทำ และชัดเจนขึ้นใน 2-3 เดือน | สังเกตการเปลี่ยนแปลงได้หลังทำ และชัดเจนขึ้นใน 2-3 เดือน |
| ผลลัพธ์อยู่ได้นาน | ประมาณ 12 เดือน (ขึ้นอยู่กับการดูแล) | ประมาณ 12-24 เดือน (ขึ้นอยู่กับการดูแล) |
| ราคา | โดยทั่วไปมีราคาย่อมเยากว่า (เมื่อเทียบในจำนวนพลังงานที่ใกล้เคียงกัน) [cite: 1, 2] | ราคาสูงกว่าเนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่มีความเฉพาะเจาะจงสูง [cite: 1, 2] |
สำหรับผู้ที่สนใจการยกกระชับ สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เทคนิคการยกกระชับใบหน้า ที่หลากหลายได้
คุณเหมาะกับ XERF หรือ Ulthera? เช็คลิสต์สำหรับคุณโดยเฉพาะ
การจะเลือกว่า XERF หรือ Ulthera ดี นั้น ไม่มีคำตอบว่าอะไรดีกว่ากัน แต่มีคำตอบว่า “อะไรเหมาะกับคุณมากกว่า” เพราะแต่ละเทคโนโลยีถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน ลองมาเช็คลิสต์เบื้องต้นว่าคุณอาจจะเหมาะกับโปรแกรมไหน
คุณอาจจะเหมาะกับโปรแกรม XERF หาก:
- คุณเริ่มมีสัญญาณความหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง
- คุณมีไขมันสะสมบริเวณแก้มหรือเหนียง และต้องการปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้นพร้อมลดไขมันบางส่วน
- คุณต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม ให้ผิวดูแน่นและกระชับขึ้น
- คุณกังวลเรื่องความเจ็บ และมองหาหัตถการที่ทำได้สบายๆ โดยไม่ต้องพักฟื้น
คุณอาจจะเหมาะกับโปรแกรม Ulthera หาก:
- คุณมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลาง และต้องการการ “ยก” ที่ชัดเจน
- คุณต้องการยกกระชับเฉพาะจุด เช่น ยกคิ้ว, ยกหางตา, หรือดึงกรอบหน้าให้คมชัด
- คุณมีผิวที่ค่อนข้างหนาและต้องการพลังงานที่ลงไปทำงานในชั้นลึก
- คุณสามารถทนต่อความรู้สึกระหว่างทำได้ และต้องการผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้นาน
ทำ XERF กับ Ulthera พร้อมกันได้ไหม? เสริมผลลัพธ์หรืออันตราย?
เป็นคำถามที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ทั้งสองด้าน โดยทั่วไปแพทย์ ไม่แนะนำให้ทำ XERF กับ Ulthera พร้อมกันในวันเดียว แต่สามารถทำในแผนการรักษาเดียวกันโดยเว้นระยะห่างที่เหมาะสมได้
แพทย์ผู้มีความชำนาญอาจวางแผนการรักษาแบบผสมผสาน (Combination Therapy) โดยแนะนำให้ทำ Ulthera ก่อน เพื่อดึงโครงสร้างผิวในชั้นลึก (SMAS) ให้ยกขึ้น จากนั้นเว้นระยะประมาณ 3-6 เดือน แล้วจึงตามด้วย XERF เพื่อกระชับผิวในชั้นบน (Dermis) และเก็บรายละเอียดไขมันส่วนเกิน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมทั้งการยกกระชับและการปรับปรุงคุณภาพผิว
XERF และ Ulthera ราคาเท่าไหร่?
XERF ราคา

โปรแกรม XERF ยกกระชับผิวและสลายไขมัน ด้วยคลื่น Monopolar RF พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ราคาจะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตในการรักษา โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินจำนวนช็อตจากปัญหาผิวและโครงสร้างใบหน้าของคนไข้เฉพาะบุคคล โดยราคาโปรแกรม XERF จาก The Signature Clinic มีรายละเอียดราคาดังนี้ 300 ช็อต ราคา 25,000 บาท และ 600 ช็อต ราคา 49,000 บาท (จากปกติ 60,000 บาท) ดูแลโดยแพทย์อย่างใกล้ชิด ด้วยมาตรฐานและความเป็นมืออาชีพที่คุณมั่นใจได้ สอบถามรายได้โดยตรงสำหรับแพ็กเกจที่เหมาะกับคุณ
Ulthera ราคา

โปรแกรม Ulthera Prime ยกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด มาตรฐาน Gold Standard ด้วยคลื่นเสียงที่ลงลึกถึงชั้น SMAS ราคาจะขึ้นอยู่กับจำนวนไลน์ในการรักษาและบริเวณที่ทำ โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินจำนวนไลน์ที่เหมาะสมตามปัญหาผิวและโครงสร้างใบหน้าของคนไข้เฉพาะบุคคล โดยราคาโปรแกรม Ulthera Prime จาก The Signature Clinic มีรายละเอียดราคาดังนี้ ทุก 10-12 เดือน ราคาบาทต่อไลน์ 200 บาท/ไลน์ (หมองคล้ำ 150 บาท/ไลน์ และหนอนคิ้ว 130 บาท/ไลน์) สำหรับ 300 ไลน์ขึ้นไป แถม cfu-Elife 1 ครั้ง มูลค่า 20,000 บาท และสำหรับ 400 ไลน์ขึ้นไป แถม Potenza 1 ครั้ง มูลค่า 40,000 บาท ราคาเคสรีวิว ดูแลโดยแพทย์อย่างใกล้ชิด ด้วยมาตรฐานและความเป็นมืออาชีพที่คุณมั่นใจได้
วิธีเลือกคลินิกทำ XERF และ Ulthera ให้ได้มาตรฐาน
การเลือกสถานพยาบาลและผู้ให้บริการเป็นหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจและลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียง ควรพิจารณาจากประสบการณ์ของแพทย์, การใช้เครื่องมือของแท้, และการให้คำปรึกษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาประกอบด้วย:
- ความชำนาญและประสบการณ์ของแพทย์: แพทย์ควรมีความเข้าใจในกายวิภาคอย่างลึกซึ้งและมีประสบการณ์ในการใช้เครื่องมือ เพื่อวางแผนการรักษาที่แม่นยำ
- เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน: คลินิกควรใช้เครื่องมือของแท้ที่ผ่านการรับรอง เพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพและมาตรฐานการดูแล
- การประเมินและให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคล: ผู้ให้บริการที่ดีจะประเมินสภาพผิวและความต้องการของผู้รับบริการอย่างละเอียด เพื่อเลือกว่าเทคโนโลยีใดเหมาะสมที่สุด
- การใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้อง: สำหรับ Ulthera แพทย์ต้องมีความชำนาญในการใช้หน้าจออัลตราซาวด์ (MFU-V) เพื่อกำหนดเป้าหมายชั้นผิวที่ถูกต้อง
- รีวิวและผลงาน: ตรวจสอบรีวิวจากผู้รับบริการจริงและขอดูภาพตัวอย่างผลการรักษาเพื่อประกอบการตัดสินใจ
สรุป
สรุปแล้ว XERF กับ Ulthera ไม่ใช่เทคโนโลยีที่มาทดแทนกัน แต่เป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวที่แตกต่างกัน XERF จะโดดเด่นในเรื่องการ ปรับปรุงคุณภาพผิว (Skin Quality) ให้แน่นกระชับ และลดไขมันส่วนเกิน ด้วยพลังงานคลื่นวิทยุที่ให้ความรู้สึกอุ่นสบาย ในขณะที่ Ulthera จะเน้นไปที่การ ยกกระชับ (Lifting) ในชั้นผิวลึก (SMAS) เพื่อปรับกรอบหน้าให้คมชัด ด้วยพลังงานอัลตราซาวนด์ที่มีความแม่นยำสูง การเลือกใช้เทคโนโลยีใดจึงขึ้นอยู่กับปัญหาผิว, สภาพผิว, และเป้าหมายการรักษาของแต่ละบุคคล
คำถามที่พบบ่อย
XERF กับ Ulthera อันไหนเจ็บกว่ากัน?
โดยทั่วไป จากความรู้สึกของผู้รับบริการส่วนใหญ่ โปรแกรม XERF จะให้ความรู้สึกที่สบายผิวกว่า โดยจะรู้สึกอุ่นๆ ในขณะที่ Ulthera อาจให้ความรู้สึกเจ็บแปลบๆ หรือร้อนใต้ผิวเป็นจุดๆ ได้ เนื่องจากพลังงานลงไปทำงานในชั้นที่ลึกกว่า
ทำ XERF หรือ Ulthera ต้องพักฟื้นหรือไม่?
ทั้งสองเทคโนโลยีนี้เป็นการรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Non-invasive) หลังทำจึง ไม่ต้องพักฟื้น ผู้รับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือแต่งหน้าได้ตามปกติ อาจมีอาการบวมหรือรอยแดงเล็กน้อยในบางราย แต่จะค่อยๆ หายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง
XERF กับ ThermageFLX ต่างกันยังไง?
ทั้ง XERF และ ThermageFLX เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) เหมือนกัน โดยมุ่งเน้นการกระตุ้นคอลลาเจนและทำให้ผิวแน่นขึ้น แต่ XERF เป็นเทคโนโลยีที่ใหม่กว่า โดยมีจุดเด่นคือการใช้พลังงาน 2 ความถี่ (Dual-Frequency) และมีระบบทำความเย็นที่ช่วยให้สบายผิวขณะทำ
ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน ต้องทำบ่อยหรือไม่?
ผลลัพธ์ของทั้งสองโปรแกรมจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ โดยผลลัพธ์ของ XERF มักจะอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน ส่วน Ulthera อาจอยู่ได้นาน 12-24 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล แพทย์มักแนะนำให้กลับมาทำซ้ำปีละ 1 ครั้งเพื่อคงสภาพผลลัพธ์
ทำไมต้องปรึกษาเรื่องการยกกระชับที่ The Signature Clinic

ที่ The Signature Clinic เราให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ปัญหาผิวเชิงลึกเฉพาะบุคคล ทีมแพทย์ของเรามีความชำนาญการ และประสบการณ์สูงในการออกแบบการรักษา เราเลือกใช้โปรแกรม XERF ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Monopolar RF ที่มีประสิทธิภาพในการยกกระชับผิวและปรับกรอบหน้า นอกจากนี้เรายังมีโปรแกรมการรักษาแบบผสมผสาน เช่น Potenza DUO RF (Potenza + XERF) เพื่อการดูแลผิวที่ครอบคลุม ประกอบกับการวางแผนการยิงพลังงานแบบ “Customized Lifting” เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าของคุณมากที่สุด พร้อมการดูแลที่ได้มาตรฐาน


