โปรแกรม XERF คืออะไร? เจาะลึกทุกข้อมูลที่คุณต้องรู้ก่อนตัดสินใจทำ

สารบัญ

คุณกำลังมองหานวัตกรรมยกกระชับหน้าที่ช่วยลดความกังวลเรื่องความเจ็บใช่หรือไม่? โปรแกรม XERF อาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังมองหา แต่ XERF คืออะไร กันแน่? หลายคนยังมีข้อสงสัยว่า XERF vs Thermage แตกต่างกันอย่างไร, XERF ราคา เท่าไหร่, และมี รีวิว XERF ที่น่าเชื่อถือบ้างไหม บทความนี้จาก The Signature Clinic ได้รวบรวมทุกคำตอบที่คุณต้องรู้ เพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างมั่นใจ

สรุป XERF ฉบับเข้าใจง่าย

  • 1. XERF คืออะไร? เป็นนวัตกรรมยกกระชับผิวกลุ่ม Monopolar RF (แบบเดียวกับ Thermage) จากบริษัท Cynosure Lutronic จุดเด่นคือเป็นเครื่องแรกและเครื่องเดียวที่ใช้ 2 คลื่นความถี่ (Dual-Frequency) ในการทำงาน (6.78 MHz และ 2 MHz)
  • 2. ทำงานอย่างไร? พลังงาน 2 ความถี่ ทำให้เครื่องสามารถส่งความร้อนลงไปได้ 3 ระดับความลึก (ตื้น, กลาง, และลึกถึงชั้นไขมัน) เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน, กระชับผิว, และช่วยสลายไขมันส่วนเกินในครั้งเดียว
  • 3. จุดเด่นที่สุด (ที่ต่างจากตัวอื่น)? คือ ความสบายผิว และ การจัดการปัญหาที่หลากหลาย ด้วยเทคโนโลยี ICD Cooling และระบบปล่อยพลังงานที่สม่ำเสมอ ทำให้รู้สึกอุ่นสบาย ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา และการมี 2 ความถี่ทำให้แพทย์สามารถออกแบบการรักษาได้จำเพาะเจาะจงกว่า RF ความถี่เดียว
  • 4. XERF ต่างจาก HIFU อย่างไร? HIFU (เช่น Ulthera) เน้น “ยกดึง” (Lifting) เพราะยิงพลังงานเป็นจุดลงลึกถึงชั้น SMAS (ชั้นศัลยกรรม) ส่วน XERF เน้น “กระชับผิว” (Firming) โดยให้ความร้อนแบบกว้างๆ เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน, ปรับผิวให้แน่นและเรียบเนียนขึ้น รวมถึงช่วยลดไขมัน
  • 5. ผลลัพธ์และข้อควรรู้ ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตและแต่งหน้าได้ปกติหลังทำ ผลลัพธ์จะชัดเจนที่สุดใน 1-3 เดือน และอยู่ได้นาน 6-12 เดือน แพทย์อาจแนะนำให้ทำ 1-3 ครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

โปรแกรม XERF คืออะไร?

โปรแกรม XERF คือเทคโนโลยียกกระชับผิวและดูแลไขมันส่วนเกินที่ได้รับการพัฒนาล่าสุด โดยบริษัท Cynosure Lutronic ซึ่งเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเลเซอร์ระดับโลก (เป็นการรวมตัวของบริษัทยักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้) XERF จัดอยู่ในกลุ่มพลังงานคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว (Monopolar Radiofrequency) เช่นเดียวกับโปรแกรมยอดนิยมอย่าง ThermageFLX หรือ Oligio แต่มีความโดดเด่นที่แตกต่างด้วยการเป็นเครื่องแรกและเครื่องเดียวที่ใช้ระบบ Dual-Frequency หรือ 2 ระดับความถี่ (6.78 MHz และ 2 MHz) ในการทำงานร่วมกัน ความสามารถในการปล่อยพลังงาน 2 ความถี่นี้ ทำให้ โปรแกรมยกกระชับ XERF สามารถส่งผ่านพลังงานความร้อนลงไปใต้ชั้นผิวได้อย่างแม่นยำและครอบคลุมถึง 3 ระดับความลึกที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ชั้นหนังแท้ส่วนบน (Upper Dermal Layer), ชั้นกลาง (Upper Fat Layer) ไปจนถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Lower Fat Layer) ผลลัพธ์ที่ได้คือการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและจัดระเบียบโครงสร้างผิวได้อย่างทั่วถึงในครั้งเดียว

หลักการทำงานของ XERF: นวัตกรรม Dual-Frequency Monopolar RF

หัวใจสำคัญที่ทำให้ โปรแกรม XERF แตกต่างจากเครื่อง Monopolar RF อื่นๆ คือระบบ Dual-Frequency ที่สามารถทำงานร่วมกันและสลับกันได้ ทำให้แพทย์สามารถออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาผิวในแต่ละชั้นได้อย่างจำเพาะเจาะจง

  • ความถี่สูง (6.78 MHz): พลังงานจะเน้นที่ชั้นผิวตื้น (Shallow Mode) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นหนังแท้ เหมาะสำหรับปัญหาริ้วรอยตื้นๆ และความกระชับของผิวชั้นบน เช่น บริเวณหน้าผาก
  • ความถี่ต่ำ (2 MHz): พลังงานสามารถลงไปได้ลึกกว่า (Middle Mode) เพื่อกระตุ้นเนื้อเยื่อในชั้นผิวที่ลึกขึ้น รวมถึงชั้นไขมันส่วนบน ช่วยในเรื่องการยกกระชับและปรับโครงสร้างผิว เช่น บริเวณกลางใบหน้าและลำคอ
  • ความถี่คู่ผสม (6.78 MHz + 2 MHz): เป็นโหมดการทำงานพิเศษ (Deep Mode) ที่ใช้ทั้งสองความถี่ร่วมกัน ทำให้พลังงานลงไปได้ลึกถึงชั้นไขมันส่วนลึก ช่วยในการสลายไขมันส่วนเกินและกระชับผิวชั้นลึกไปพร้อมกัน

จุดเด่นของโปรแกรม XERF ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการรักษา

นอกจากการทำงานแบบ Dual-Frequency แล้ว XERF ยังมีเทคโนโลยีเสริมที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและทำให้ผู้รับการรักษารู้สึกสบายผิวมากขึ้น

  • WAVE FIT PULSE TECHNOLOGY: ระบบอัจฉริยะที่ช่วยควบคุมการปล่อยพลังงานให้มีความสม่ำเสมอ ช่วยให้ผู้รับการรักษารู้สึกสบายผิวตลอดการทำหัตถการ
  • SPIDER PATTERN EFFECTOR: หัวยิง (Effector) ที่มีดีไซน์พิเศษเฉพาะของ XERF ช่วยลดการเกิด ‘Edge Effect’ หรือการที่พลังงานไปกระจุกตัวที่ขอบหัว ทำให้พลังงานความร้อนกระจายตัวได้อย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอในทุกพื้นที่สัมผัส
  • REAL-TIME TEMPERATURE MONITORING: มีระบบตรวจจับอุณหภูมิผิวแบบเรียลไทม์ และมีระบบ Automatic Shut Off ที่จะตัดการทำงานทันทีหากอุณหภูมิผิวสูงถึง 43°C เพื่อความปลอดภัย
  • ICD Cooling: ระบบทำความเย็นอัตโนมัติที่หัวยิง ช่วยปกป้องผิวชั้นบน (Epidermis) จากความร้อน ทำให้ผิวรู้สึกสบายขึ้นระหว่างทำ โดยไม่ส่งผลกระทบต่ออุณหภูมิที่จำเป็นในการกระตุ้นผิวชั้นลึก

โปรแกรม XERF ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?

โปรแกรม XERF ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการปัญหาผิวที่หลากหลาย โดยเฉพาะความหย่อนคล้อยและการปรับรูปหน้า

  • ลดความหย่อนคล้อยและเพิ่มความตึงกระชับ: พลังงาน RF จะกระตุ้นการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนเดิม และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ทำให้ผิวที่หย่อนคล้อยดูกระชับและตึงขึ้น
  • ปรับสภาพผิวและลดปัญหารูขุมขน: การกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยตื้นๆ ดูจางลง และรูขุมขนดูกระชับขึ้น
  • ลดไขมันส่วนเกินและสร้างกรอบหน้า: ด้วย Deep Mode ที่พลังงานลงไปถึงชั้นไขมัน XERF จึงสามารถช่วยสลายไขมันสะสมบริเวณเหนียงหรือแก้ม ทำให้กรอบหน้าดูชัดเจนยิ่งขึ้น
  • ฟื้นฟูผิวรอบดวงตา: สามารถใช้หัวยิงขนาดเล็กสำหรับบริเวณรอบดวงตาโดยเฉพาะ เพื่อลดความหย่อนคล้อยของเปลือกตาและริ้วรอยเล็กๆ
  • ลดปัญหาร่องแก้มและร่องน้ำหมาก: การที่ผิวตึงกระชับและอิ่มฟูขึ้น จะช่วยให้ร่องลึกต่างๆ เช่น ร่องแก้ม ดูตื้นขึ้นและใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ ปัญหาเหล่านี้มักเป็นสัญญาณของ ริ้วรอยก่อนวัย (Premature Wrinkles) ซึ่ง XERF สามารถเข้ามาช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวได้

ใครเหมาะกับการทำโปรแกรม XERF?

โปรแกรม XERF เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาดังต่อไปนี้:

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ขาดคอลลาเจน
  • ผู้ที่มีริ้วรอยตื้นๆ ร่องแก้ม หรือร่องน้ำหมาก
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวรอบดวงตาหย่อนคล้อย
  • ผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณเหนียงหรือแก้ม ทำให้กรอบหน้าไม่ชัด
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวและกระชับขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวโดยรวมให้เรียบเนียนและดูอ่อนเยาว์
  • ผู้ที่มองหาหัตถการยกกระชับที่รู้สึกสบายผิว ไม่ต้องพักฟื้น และลดความกังวลเรื่องความเจ็บ

ขั้นตอนการทำโปรแกรม XERF

  1. ปรึกษาแพทย์: แพทย์จะประเมินปัญหาผิวและโครงสร้างใบหน้า เพื่อวางแผนการรักษาและเลือกใช้หัว Tip ที่เหมาะสม
  2. ทำความสะอาดผิว: เจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกบนใบหน้า
  3. ไม่ต้องแปะยาชา: โดยทั่วไปโปรแกรม XERF ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา (ตามที่อธิบายข้างต้น)
  4. เริ่มทำหัตถการ: แพทย์จะวางหัว Tip ลงบนผิวและค่อยๆ ปล่อยพลังงานไปตามบริเวณที่วางแผนไว้ โดยจะมีการปรับระดับพลังงานและความลึก (Shallow, Middle, Deep) ให้เหมาะสมกับแต่ละส่วนของใบหน้า
  5. เสร็จสิ้น: หลังทำเสร็จ ผิวอาจมีรอยแดงอมชมพูเล็กน้อย ซึ่งจะหายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมง

โปรแกรม XERF ต้องทำกี่ครั้ง? อยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไป โปรแกรม XERF จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวที่กระชับขึ้นหลังทำ และผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ภายใน 2-4 สัปดาห์ และจะเห็นผลลัพธ์เต็มที่ในระยะ 1-3 เดือนหลังการรักษา ผลลัพธ์นี้สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล สำหรับจำนวนครั้งในการทำ แพทย์อาจแนะนำให้ทำ 1-3 ครั้ง ห่างกันทุก 1-2 เดือน เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนานขึ้น หรือสามารถทำซ้ำทุก 6-12 เดือนเพื่อคงสภาพผิวที่ดีไว้

โปรแกรม XERF ราคาเท่าไหร่?

โปรแกรม XERF ราคาจะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตในการรักษา โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินจำนวนช็อตจากปัญหาผิวและโครงสร้างใบหน้าของคนไข้เฉพาะบุคคล ด้วยคลื่น Monopolar RF ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน พร้อมกระชับผิวและสลายไขมัน โดยราคาโปรแกรม XERF จาก The Signature Clinic มีรายละเอียดราคาดังนี้ 300 ช็อต ราคา 25,000 บาท (พร้อมค่าบำบัญการหมอมอบเอง 2,000 บาท/ครั้ง) และ 600 ช็อต ราคา 49,000 บาท (จากปกติ 60,000 บาท) สามารถสอบถามรายได้โดยตรงสำหรับแพ็กเกจที่เหมาะกับคุณ

การดูแลตัวเองหลังทำ XERF เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

โปรแกรม XERF มีจุดเด่นคือไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันและแต่งหน้าได้ตามปกติทันทีหลังทำ แต่เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:

  • หลังทำอาจมีอาการแดงเล็กน้อย ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนสูง เช่น ซาวน่า หรืออบไอน้ำ 1-2 วัน
  • ล้างหน้าได้ตามปกติ แต่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวใน 24 ชั่วโมงแรก
  • ทาครีมบำรุงผิว (มอยส์เจอร์ไรเซอร์) และครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงอย่างสม่ำเสมอ
  • ดื่มน้ำมากๆ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ซึ่งจะช่วยส่งเสริมกระบวนการฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจน
  • งดการสครับผิวหรือใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว 1 สัปดาห์

สรุป

โปรแกรม XERF ถือเป็นนวัตกรรม Monopolar RF ที่น่าสนใจ ด้วยจุดเด่นด้าน Dual-Frequency ที่สามารถจัดการปัญหาผิวได้หลายระดับชั้น ตั้งแต่ผิวตื้นไปจนถึงชั้นไขมัน และยังมอบประสบการณ์การรักษาที่สบายผิว ลดความกังวลเรื่องความเจ็บ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิว ปรับรูปหน้า ลดไขมันเหนียง และฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียน โดยไม่ต้องพักฟื้น

คำถามที่พบบ่อย 

XERF แตกต่างจาก HIFU อย่างไร?

XERF เป็นคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) ที่ให้พลังงานความร้อนแบบกว้างๆ (Bulk Heating) เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและสลายไขมัน ส่วน HIFU (เช่น Ulthera) เป็นคลื่นอัลตราซาวนด์ที่ยิงพลังงานเป็นจุดเล็กๆ (Focal Point) ลงไปที่ชั้น SMAS เน้นการ “ยกดึง” (Lifting) ที่ชัดเจนกว่า

ทำ XERF ร่วมกับหัตถการอื่นได้หรือไม่?

ได้ และมักให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เช่น ทำร่วมกับ Potenza เพื่อเพิ่มคุณภาพผิว หรือทำร่วมกับ Botulinum Toxin เพื่อลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

XERF ปลอดภัยหรือไม่?

เทคโนโลยี XERF ได้รับการรับรองมาตรฐานจากหลายสถาบัน และมีระบบความปลอดภัยในตัว เช่น Real-time Temperature Monitoring และ ICD Cooling ที่ช่วยปกป้องผิว ทำให้เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงเมื่อทำโดยแพทย์ผู้มีความชำนาญการ และใช้เครื่องมือจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถืออย่าง Cynosure Lutronic

หากต้องการรักษา ทำไมต้องใช้บริการจาก The Signature Clinic

the-signature-clinic-cta

การเลือกทำหัตถการยกกระชับไม่เพียงแต่อาศัยเทคโนโลยีที่ดี แต่ยังต้องอาศัยการประเมินและฝีมือของแพทย์ผู้มีความชำนาญการ ที่ The Signature Clinic เราเป็น Cynosure Signature Partner ซึ่งหมายถึงความไว้วางใจและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับบริษัทผู้ผลิตนวัตกรรมระดับโลก ทีมแพทย์ของเรามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าและการทำงานของเครื่อง โปรแกรม XERF เพื่อออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized) ที่ให้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ เรามุ่งเน้นการดูแลที่โปร่งใส ซื่อสัตย์ และให้ข้อมูลครบถ้วน เพื่อให้คุณมั่นใจได้ในทุกขั้นตอนการรักษา

บทความที่คล้ายกัน

เลเซอร์ลบรอยดำ 1

เลเซอร์ลบรอยดำ ทางลัดผิวใสที่ปลอดภัย หรือแค่กระแส? เจาะลึกทุกข้อเท็จจริง

ไขข้อข้องใจ เลเซอร์ลบรอยดำ ช่วยกู้ผิวใสได้จริงไหม? เจาะลึกเทคโนโลยี Pico Laser และวิธีเลือกคลินิกให้ปลอดภัย เห็นผลไว ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น

รักษาหลุมสิว 1

รักษาหลุมสิว: คู่มือฉบับสมบูรณ์ เลือกวิธีไหนให้จบปัญหาผิวไม่เรียบเนียน

กำลังกังวลเรื่องรักษาหลุมสิว? ค้นพบคำตอบเรื่องความเจ็บ ค่าใช้จ่าย และผลลัพธ์ที่ได้จริง พร้อมวิธีดูแลผิวให้กลับมาเรียบเนียน ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนเริ่มรักษา

สิวอุดตันไม่มีหัว 1

สิวอุดตันไม่มีหัว: สาเหตุ วิธีรักษา และการป้องกันที่ถูกต้อง

สิวอุดตันไม่มีหัว เป็นตุ่มนูนแดง เจ็บแต่บีบไม่ออก เกิดจากอะไร? พบคำตอบพร้อมวิธีรักษาสิวอักเสบไม่มีหัว ทั้งการดูแลด้วยตัวเองและเทคโนโลยีทางการแพทย์ อ่านเลย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save