แผลเป็น คืออะไร สาเหตุเกิดจากอะไร สามารถรักษาวิธีไหนได้บ้าง?

สารบัญ

แผลเป็น เป็นปัญหาผิวพรรณที่พบได้บ่อยและสร้างความไม่มั่นใจให้กับหลายคน ทั้งในด้านความสวยงามและบุคลิกภาพ บริเวณที่เกิดแผลอาจมีความผิดปกติของผิว เช่น สีผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวนูนหรือบุ๋มลง ซึ่งลักษณะเหล่านี้มักเกิดจากกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อของร่างกายหลังได้รับบาดแผลหรืออักเสบ ในปัจจุบัน การรักษารอยแผลเป็นมีหลายวิธีที่ปลอดภัยและเห็นผล โดยเฉพาะเมื่อดูแลภายใต้การวางแผนอย่างเหมาะสมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ บริการของ The Signature Clinic จึงมุ่งเน้นการดูแลแผลเป็นอย่างมีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ระดับโลกอย่าง Picosure Pro

สรุปการรักษาแผลเป็น และวิธีดูแลแผลเพื่อป้องกันแผลเป็น

  • แผลเป็น คือผลลัพธ์ของกระบวนการซ่อมแซมผิวหนังตามธรรมชาติหลังเกิดการบาดเจ็บ ซึ่งอาจมีลักษณะนูน บุ๋ม หรือมีสีผิวไม่สม่ำเสมอ ขึ้นอยู่กับสาเหตุและปัจจัยการฟื้นตัวของร่างกาย หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก อาจพัฒนาเป็นแผลเป็นถาวรที่กระทบต่อความมั่นใจในระยะยาว
  • สาเหตุของแผลเป็น ส่วนใหญ่มาจากการบาดเจ็บลึก สิวอักเสบรุนแรง การติดเชื้อ หรือแผลไฟไหม้ ซึ่งทำให้ร่างกายต้องซ่อมแซมเนื้อเยื่อด้วยการสร้างคอลลาเจนในปริมาณมากเกินความจำเป็น ส่งผลให้เกิดรอยแผลเป็นหลากหลายลักษณะที่ต้องใช้วิธีการรักษาเฉพาะทาง
  • ประเภทของแผลเป็นที่พบบ่อย ได้แก่:
    • แผลเป็นนูน: เกิดจากคอลลาเจนสะสมมากกว่าปกติ ทำให้ผิวบริเวณแผลยกสูง
    • แผลเป็นรอยบุ๋ม: มักเกิดจากสิวอักเสบลึก ทำให้ผิวสูญเสียโครงสร้างใต้ผิว
    • แผลคีลอยด์: เป็นแผลนูนที่ลุกลามเกินขอบเขตแผลเดิม มีลักษณะแข็งและอาจคันร่วมด้วย
    • แผลเป็นแบบหดรั้ง: พบบ่อยในแผลไฟไหม้ ทำให้ผิวบริเวณนั้นตึงและเคลื่อนไหวได้จำกัด
  • วิธีรักษาแผลเป็น มีหลากหลายแนวทาง ขึ้นอยู่กับชนิดของแผลและลักษณะผิว ได้แก่:
    • เลเซอร์ Picosure Pro: ใช้พลังงานเลเซอร์ระดับพิโควินาทีในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ลดรอยแผลเป็นรอยแดง รอยดำ และปรับผิวให้เรียบเนียน
    • ยาทาลดรอยแผลเป็น: ช่วยลดการอักเสบ ปรับสีผิว และทำให้แผลเป็นนุ่มขึ้นในระยะยาว
    • นวดรอยแผล: ใช้แรงกดอย่างเหมาะสมเพื่อลดพังผืดและความแข็งตึงของแผล
    • ฉีดยาเฉพาะจุด: เช่น สเตียรอยด์ เพื่อรักษาแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์
    • ฟิลเลอร์: เติมเต็มรอยบุ๋มให้ผิวเรียบขึ้นในกรณีแผลเป็นจากสิวลึก
    • ผ่าตัดปรับแต่งแผล: ใช้ในกรณีแผลหดรั้งหรือแผลลึกขนาดใหญ่
    • กรดผลไม้ (AHA): ช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นบนในกรณีแผลเป็นรอยตื้น
    • การสักทับ: พรางแผลเป็นด้วยศิลปะหรือสีผิวใกล้เคียง
  • แนวทางการดูแลแผลเพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็น:
    • ล้างแผลอย่างถูกต้อง และไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ระคายเคือง
    • หลีกเลี่ยงการแกะ เกา หรือรบกวนบริเวณแผล
    • ใช้แผ่นซิลิโคนปิดแผลหลังแผลปิดสนิทเพื่อลดรอยแผลเป็นนูน
    • ทายาหรือเจลลดรอยแผลเป็นอย่างต่อเนื่องภายใต้คำแนะนำแพทย์
    • ป้องกันแสงแดดบริเวณแผลอย่างสม่ำเสมอด้วยครีมกันแดด
  • แผลเป็นบางประเภท โดยเฉพาะแผลเป็นลึกหรือคีลอยด์ ควรได้รับการดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง เพราะต้องใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์และประสบการณ์ในการวิเคราะห์ลักษณะแผล รวมถึงการออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยกับแต่ละรายบุคคล
  • The Signature Clinic มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีทันสมัย อาทิ Picosure Pro พร้อมทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านผิวพรรณที่สามารถวิเคราะห์ลักษณะแผลเป็นได้อย่างแม่นยำ และวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ช่วยให้ผลลัพธ์ของการรักษารอยแผลเป็นมีประสิทธิภาพ และช่วยฟื้นคืนความมั่นใจให้กับผู้รับบริการอย่างยั่งยืน

“แผลเป็น คืออะไร รักษาวิธีไหนให้ได้ผลดี”

แผลเป็น คืออะไร?

แผลเป็น (Scar) คือร่องรอยที่เกิดจากการฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวหนังของร่างกายหลังจากเกิดบาดแผล เมื่อผิวหนังชั้นนอกถูกทำลาย เช่น จากการผ่าตัด อุบัติเหตุ หรือการอักเสบ เซลล์ไฟโบรบลาสต์จะผลิตคอลลาเจนมาทดแทนเนื้อเยื่อเดิม ส่งผลให้ผิวบริเวณนั้นมีลักษณะแตกต่างจากผิวปกติ อาจเกิดเป็นแผลเป็นนูน รอยบุ๋ม หรือมีสีผิวคล้ำจางลง การรักษาแผลเป็นจึงจำเป็นต้องวิเคราะห์ลักษณะรอยแผลอย่างละเอียดเพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสม โดยเฉพาะในกรณีแผลเป็นลึกหรือแผลเป็นรอยแดงที่มักต้องใช้เทคโนโลยีช่วยในการฟื้นฟู

สาเหตุของแผลเป็น เกิดจากอะไร?

แผลเป็นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ขึ้นอยู่กับลักษณะของบาดแผลเดิม ความลึกของการบาดเจ็บ และวิธีการดูแลรักษาแผลในระยะแรกเริ่ม ซึ่งหากไม่ดูแลอย่างเหมาะสมก็อาจพัฒนาเป็นแผลเป็นที่รบกวนความมั่นใจในระยะยาว

  • การผ่าตัดหรือบาดแผลลึก การฟื้นฟูของผิวหลังการผ่าตัดหรือบาดแผลลึกอาจทำให้เกิดแผลเป็นขนาดใหญ่ หรือแผลเป็นแบบหดรั้งในบางกรณี
  • สิวอักเสบรุนแรง สิวที่มีการอักเสบลึกมักทิ้งรอยบุ๋มหรือแผลเป็นรอยแดงไว้หลังการรักษา
  • การติดเชื้อหรืออักเสบผิวหนัง การติดเชื้อ เช่น อีสุกอีใส หรือโรคผิวหนังบางชนิดสามารถทิ้งรอยแผลเป็นได้เช่นกัน
  • การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือไฟไหม้ แผลไฟไหม้หรือรอยขีดข่วนรุนแรง อาจนำไปสู่การเกิดแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์

ลักษณะของแผลเป็นในแต่ละประเภทเป็นอย่างไร?

แผลเป็นสามารถแบ่งได้หลากหลายรูปแบบตามลักษณะทางคลินิก ซึ่งส่งผลต่อการเลือกวิธีรักษาแผลที่เหมาะสม โดยการจำแนกประเภทจะช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำและลดโอกาสเกิดซ้ำ

แผลเป็นนูน

แผลเป็นชนิดนี้เกิดจากการสร้างคอลลาเจนที่มากเกินไปในระหว่างการซ่อมแซมผิว แผลมีลักษณะนูนสูงจากผิวปกติแต่ยังคงอยู่ภายในขอบเขตของแผลเดิม มักมีสีแดงหรือน้ำตาลจาง และอาจมีอาการคันหรือเจ็บร่วมด้วย

แผลเป็นรอยบุ๋ม

มักพบในผู้ที่เป็นสิวอักเสบรุนแรง หรือเกิดจากแผลที่ทำลายชั้นผิวลึกลงไป การสูญเสียเนื้อเยื่อทำให้ผิวบุ๋มลงเป็นร่อง รูขุมขนกว้างและไม่เรียบเนียน การรักษารอยแผลเป็นลักษณะนี้มักต้องใช้เทคโนโลยีกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเข้าช่วย

แผลคีลอยด์

คีลอยด์ (Keloid) เป็นแผลเป็นนูนที่ลุกลามเกินขอบเขตของแผลเดิม มีลักษณะนูนหนา แข็ง สีแดงหรือม่วง มักมีอาการคัน และสามารถขยายขนาดขึ้นได้เรื่อยๆ แม้ไม่มีการกระตุ้น คีลอยด์พบได้บ่อยในบางตำแหน่ง เช่น หน้าอก หัวไหล่ หรือใบหู

แผลเป็นแบบหดรั้ง

พบได้ในผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากแผลไฟไหม้หรือแผลที่เกิดการหดตัวระหว่างการซ่อมแซมผิว แผลจะทำให้ผิวตึง แข็ง หรือจำกัดการเคลื่อนไหวของข้อต่อในบริเวณใกล้เคียง จึงจำเป็นต้องวางแผนการรักษาแบบเฉพาะเจาะจง

แผลเป็น รักษาวิธีไหนได้บ้าง?

การรักษาแผลเป็นมีหลายแนวทาง โดยแพทย์จะพิจารณาจากประเภท ลักษณะ และระดับความรุนแรงของรอยแผล แนวทางการรักษาอาจใช้เพียงวิธีเดียวหรือผสมผสานหลายวิธีเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจและลดโอกาสเกิดรอยแผลซ้ำ

การเลเซอร์ลบรอยแผล

เลเซอร์รักษารอยแผลเป็น เช่น Picosure Pro เป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดรอยแผลเป็นรอยแดงหรือรอยดำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการส่งพลังงานลึกถึงชั้นผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวเรียบเนียนและสีผิวสม่ำเสมอขึ้น

การใช้ยาทาลดรอยแผลเป็น

ครีมหรือเจลลดรอยแผลเป็นสามารถช่วยลดการอักเสบ ปรับสีผิวให้จางลง และลดความนูนของแผล โดยควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวแต่ละบุคคล

การนวดรอยแผลเป็น

การนวดแผลอย่างถูกวิธีจะช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด ลดความแข็งตึงของเนื้อเยื่อแผล และทำให้แผลนุ่มลง วิธีนี้เหมาะสำหรับแผลเป็นนูนหรือแผลที่เพิ่งหายใหม่ ๆ

การเสริมฟิลเลอร์รอยแผลเป็น

ในกรณีแผลเป็นรอยบุ๋ม แพทย์อาจใช้สารเติมเต็มชนิดพิเศษฉีดเข้าไปใต้ผิวเพื่อปรับระดับความเรียบเนียน ฟิลเลอร์ช่วยคืนโครงสร้างผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพิ่มเติม

รักษาแผลเป็นด้วยการฉีดยา

การฉีดยาสเตียรอยด์หรือสารเฉพาะลงในแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ จะช่วยลดขนาด ลดอาการคันและความนูนของแผลได้ โดยต้องทำภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

การผ่าตัดรักษาแผลเป็น

สำหรับแผลเป็นลึกหรือแผลเป็นแบบหดรั้งที่จำกัดการเคลื่อนไหว การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการตัดแต่งผิวใหม่และเย็บแผลอย่างประณีต เพื่อให้แผลที่เกิดขึ้นใหม่มีลักษณะกลมกลืนกับผิวโดยรอบมากขึ้น

การลอกผิวด้วยกรดจากผลไม้

การใช้สาร AHA จากกรดผลไม้ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวชั้นบน เหมาะสำหรับแผลเป็นรอยตื้นหรือรอยดำที่เกิดจากสิว เมื่อใช้ร่วมกับการดูแลผิวอย่างเหมาะสมสามารถช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น

การสักทับรอยแผลเป็น

เหมาะสำหรับผู้ที่มีรอยแผลเป็นชัดเจนในตำแหน่งที่เปิดเผย เช่น แขน ขา หรือหลัง การสักทับช่วยพรางรอยแผลด้วยลวดลายศิลป์ หรือสีผิวใกล้เคียง เพื่อเสริมความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน

วิธีดูแลรอยแผล เพื่อไม่ให้เกิดรอยแผลเป็น

การป้องกันแผลเป็นเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการดูแลแผลในช่วงแรก เพราะแผลที่หายอย่างเหมาะสมมีโอกาสเกิดรอยแผลเป็นน้อยลงอย่างมาก โดยสามารถดูแลได้ดังนี้:

  • ล้างแผลอย่างถูกวิธี ควรทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือหรือยาฆ่าเชื้อที่ไม่ระคายเคือง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • ไม่แกะหรือเกาแผล การรบกวนแผลจะทำให้แผลลึกขึ้น และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนมากเกินจำเป็น
  • ปิดแผลด้วยวัสดุปิดแผลที่เหมาะสม แผ่นซิลิโคนหรือผ้าก๊อซที่ให้ความชุ่มชื้นสามารถลดการเกิดแผลเป็นรอยแดงได้
  • ใช้ยาหรือครีมลดรอยแผลเป็นตามแพทย์แนะนำ เพื่อควบคุมกระบวนการสร้างเนื้อเยื่ออย่างเหมาะสมในระยะฟื้นฟู
  • หลีกเลี่ยงแสงแดด รังสี UV อาจทำให้รอยแผลมีสีเข้มขึ้นและฟื้นตัวยาก

สรุป

แผลเป็น อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ และส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของผู้ที่มีรอยแผลอย่างมาก หากปล่อยไว้โดยไม่รักษาอย่างเหมาะสมอาจพัฒนาเป็นแผลเป็นถาวรได้ การเลือกวิธีรักษาแผลเป็นอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูผิวอย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหานี้ บริการของ The Signature Clinic พร้อมช่วยดูแลคุณด้วยเทคโนโลยีและทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการในการลดรอยแผลเป็น

คำถามที่พบบ่อย

ฮีรูดอยด์ ทาแผลเป็นตอนไหน?

การใช้ฮีรูดอยด์เพื่อช่วยลดรอยแผลเป็นควรเริ่มใช้หลังแผลปิดสนิทแล้ว โดยไม่ควรทาบนแผลสดหรือแผลเปิด เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ การเริ่มทาในระยะเริ่มต้นของการซ่อมแซมผิว จะช่วยให้แผลเป็นดูจางลงเร็วขึ้น โดยควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพผิว

ฮีรูดอยลดรอยแผลเป็นได้จริงไหม

แม้ฮีรูดอยด์จะไม่ได้เป็นยาที่รักษาแผลเป็นให้หายขาด แต่ก็สามารถช่วยลดอาการอักเสบ บวม แดง และทำให้รอยแผลดูจางลงได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อใช้ต่อเนื่องในช่วงเวลาที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคลและประเภทของแผลเป็น หากต้องการผลชัดเจน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการรักษาที่เหมาะสมยิ่งขึ้น

แผลเป็นยุบตัว รักษาอย่างไร

แผลเป็นที่ยุบตัวหรือเป็นรอยบุ๋มมักพบในผู้ที่เคยมีสิวอักเสบหรือการติดเชื้อรุนแรง วิธีการรักษาขึ้นอยู่กับความลึกและลักษณะของแผล โดยอาจใช้การฉีดฟิลเลอร์ เลเซอร์ฟื้นฟูผิว หรือการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวด้วยคลื่นพลังงาน การเลือกวิธีรักษาควรผ่านการประเมินโดยแพทย์เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะแผลเป็นของแต่ละบุคคล

แผ่นแปะรอยแผลเป็นช่วยได้จริงไหม?

แผ่นแปะรอยแผลเป็น โดยเฉพาะชนิดซิลิโคน เป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับการรับรองว่าช่วยลดการเกิดแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ได้ โดยแผ่นซิลิโคนจะช่วยควบคุมความชุ่มชื้นในบริเวณแผล ลดการสร้างคอลลาเจนที่มากเกินไป ทำให้แผลนุ่มลงและเรียบเนียนขึ้น แต่อย่างไรก็ตามควรใช้ในช่วงแผลเริ่มปิดสนิทแล้ว และใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

ทำยังไงให้รอยแผลเป็นหายไวๆ?

หากต้องการให้รอยแผลเป็นจางไวขึ้น ควรปฏิบัติตามแนวทางดูแลอย่างต่อเนื่องและถูกวิธี โดยมีข้อแนะนำดังนี้:

  • ดูแลแผลอย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น การล้างแผลให้สะอาดและหลีกเลี่ยงการติดเชื้อจะช่วยลดการอักเสบที่นำไปสู่การเกิดแผลเป็น
  • ทายาหรือใช้แผ่นซิลิโคนอย่างเหมาะสม การใช้ยาลดรอยแผลหรือแผ่นซิลิโคนตามช่วงเวลาที่แพทย์แนะนำช่วยควบคุมลักษณะแผล
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด รังสี UV อาจทำให้แผลเป็นมีสีเข้มและฟื้นตัวยากขึ้น ควรทาครีมกันแดดหรือปกปิดบริเวณแผล
  • ปรึกษาแพทย์หากแผลมีแนวโน้มผิดปกติ เช่น แผลเป็นนูน คัน หรือเริ่มลุกลาม เพื่อจะได้วางแผนการรักษาโดยเร็ว

แผ่นแปะซิลิโคนลดรอยแผลเป็น ใช้ตอนไหน?

แผ่นแปะซิลิโคนควรเริ่มใช้เมื่อแผลปิดสนิทดีแล้ว โดยมักใช้ในช่วง 1–3 เดือนแรกหลังจากเกิดแผล เพื่อควบคุมกระบวนการสร้างคอลลาเจนไม่ให้มากเกินไป การใช้ต่อเนื่องทุกวันจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ และควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะผิวแต่ละราย

“ปรับผิวให้เนียน ด้วย Picosure Pro เทคโนโลยีที่จะฟื้นสภาพผิวให้กลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง”

หากต้องการรักษาแผลเป็น ทำไมต้องใช้บริการจาก The Signature Clinic?

the-signature-clinic-cta

การรักษาแผลเป็นให้ได้ผลดีและปลอดภัย ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเลือกใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย The Signature Clinic ให้บริการรักษารอยแผลเป็นด้วย Picosure Pro ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ระดับสากลที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ด้วยพลังงานที่แม่นยำและอ่อนโยนต่อผิว สามารถลบรอยแผลเป็นรอยแดง แผลเป็นลึก หรือแม้แต่รอยแผลเป็นจากสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทีมแพทย์ของเรายังวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล และดูแลอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน เพื่อให้ผู้รับบริการมั่นใจในผลลัพธ์และความปลอดภัยสูงสุด

บทความที่คล้ายกัน

เลเซอร์ลบรอยดำ 1

เลเซอร์ลบรอยดำ ทางลัดผิวใสที่ปลอดภัย หรือแค่กระแส? เจาะลึกทุกข้อเท็จจริง

ไขข้อข้องใจ เลเซอร์ลบรอยดำ ช่วยกู้ผิวใสได้จริงไหม? เจาะลึกเทคโนโลยี Pico Laser และวิธีเลือกคลินิกให้ปลอดภัย เห็นผลไว ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น

รักษาหลุมสิว 1

รักษาหลุมสิว: คู่มือฉบับสมบูรณ์ เลือกวิธีไหนให้จบปัญหาผิวไม่เรียบเนียน

กำลังกังวลเรื่องรักษาหลุมสิว? ค้นพบคำตอบเรื่องความเจ็บ ค่าใช้จ่าย และผลลัพธ์ที่ได้จริง พร้อมวิธีดูแลผิวให้กลับมาเรียบเนียน ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนเริ่มรักษา

สิวอุดตันไม่มีหัว 1

สิวอุดตันไม่มีหัว: สาเหตุ วิธีรักษา และการป้องกันที่ถูกต้อง

สิวอุดตันไม่มีหัว เป็นตุ่มนูนแดง เจ็บแต่บีบไม่ออก เกิดจากอะไร? พบคำตอบพร้อมวิธีรักษาสิวอักเสบไม่มีหัว ทั้งการดูแลด้วยตัวเองและเทคโนโลยีทางการแพทย์ อ่านเลย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save