เลเซอร์หน้าใส เป็นหนึ่งในบริการยอดนิยมของ The Signature Clinic ที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูผิวหน้าให้กระจ่างใส เรียบเนียน และลดเลือนจุดด่างดำหรือรอยสิวอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการเลือกใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล บริการเลเซอร์ผิวหน้าในปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สามารถปรับให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล และตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างตรงจุด บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่าเลเซอร์หน้าใสคืออะไร มีข้อดีอย่างไร เหมาะกับใคร และทำไมจึงควรเลือกทำกับ The Signature Clinic
สรุปข้อมูลการทำเลเซอร์หน้าใส และการดูแลผิวเพื่อผลลัพธ์ที่ดี
- เลเซอร์หน้าใส เป็นเทคโนโลยีการฟื้นฟูผิวด้วยพลังงานแสงเลเซอร์ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดจุดด่างดำ รอยสิว สีผิวไม่สม่ำเสมอ และเพิ่มความกระจ่างใสอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับสภาพผิวให้ดูเรียบเนียน สดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- ปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำเกิดจากหลายปัจจัย เช่น แสงแดด ฝุ่นควัน มลภาวะ ฮอร์โมน ความเครียด และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลให้ผิวผลิตเม็ดสีมากเกินไปหรือเกิดการอักเสบ ทำให้ผิวดูไม่สดใส
- ข้อดีของเลเซอร์หน้าใส ได้แก่ การฟื้นฟูผิวโดยไม่ต้องพักฟื้น ลดรอยดำ รอยแดงจากสิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน รูขุมขนกระชับ และผิวดูเรียบเนียนมากขึ้น ทั้งหมดนี้สามารถทำได้โดยไม่ต้องพึ่งการฉีดผิวหน้าใส
- กลุ่มที่เหมาะกับการทำเลเซอร์หน้าใส คือ ผู้ที่มีปัญหารอยสิว จุดด่างดำ ผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ หรือรูขุมขนกว้าง ขณะที่กลุ่มที่ไม่ควรทำ ได้แก่ ผู้ที่มีโรคผิวหนังอักเสบรุนแรง กำลังตั้งครรภ์ หรือใช้ยาที่ทำให้ผิวไวต่อแสง
- เลเซอร์หน้าใสมีหลากหลายประเภท เช่น Picosure Laser ที่มีความแม่นยำสูง Q-Switch ที่เน้นเม็ดสี Fractional CO2 และ Fractional RF สำหรับผิวลึก IPL และ LED สำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางหรือผิวแพ้ง่าย ทั้งหมดนี้ช่วยเสริมสร้างผิวให้กระจ่างใสและลดปัญหาผิวในแบบเฉพาะบุคคล
- การเตรียมตัวก่อนทำเลเซอร์ควรงดการใช้สารผลัดเซลล์ หลีกเลี่ยงแดด และพักผ่อนให้เพียงพอ ขณะเดียวกัน การดูแลหลังทำควรหลีกเลี่ยงแดด งดสครับผิว และทาครีมบำรุงตามคำแนะนำของแพทย์
- ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ ผิวแดง แห้งลอก จุดเลือดออกเล็กน้อย หรือภาวะผิวไวแสง ซึ่งส่วนใหญ่จะหายไปในไม่กี่วันหากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
- บริการเลเซอร์หน้าใสของ The Signature Clinic ใช้เทคโนโลยี Picosure Pro ซึ่งเป็นนวัตกรรมขั้นสูง ให้ผลลัพธ์แม่นยำโดยไม่เจ็บ พร้อมมีระบบดูแลผิวเฉพาะทางที่ช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างอ่อนโยนและปลอดภัยสูงสุด
“เลเซอร์หน้าใสคืออะไร ทำแล้วผลดีได้ผลดีอย่างไรบ้าง?”
เลเซอร์หน้าใส คืออะไร?
เลเซอร์หน้าใส คือ การฟื้นฟูผิวด้วยเทคโนโลยีแสงเลเซอร์ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับปัญหาเม็ดสี ริ้วรอย รูขุมขนกว้าง และผิวหมองคล้ำ โดยไม่ทำร้ายผิวบริเวณรอบข้าง การยิงเลเซอร์จะกระตุ้นให้ผิวเกิดการผลัดเซลล์และสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างเป็นธรรมชาติ ส่งผลให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นในระยะยาว แตกต่างจากการฉีดผิวหน้าใสที่ใช้สารเติมเต็ม เนื่องจากเลเซอร์เน้นการกระตุ้นการฟื้นฟูด้วยตัวเอง มีทั้งแบบที่ลอกผิว (ablative) และไม่ลอกผิว (non-ablative) ให้เลือกตามความเหมาะสมของสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล
เลเซอร์หน้าใส มีประโยชน์อย่างไร?

เลเซอร์หน้าใสมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพผิวหน้าด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีหรือเข้ารับการศัลยกรรม ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง มาดูกันว่าการทำเลเซอร์หน้าใสให้ประโยชน์ต่อผิวหน้าอย่างไรบ้าง
- ลดเลือนรอยสิวและจุดด่างดำ: พลังงานเลเซอร์จะเข้าไปทำลายเม็ดสีผิดปกติใต้ผิวหนัง ซึ่งช่วยลดเลือนรอยสิวเก่า รอยดำ รอยแดง และป้องกันการเกิดซ้ำของเม็ดสีผิดปกติในอนาคต
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน: เลเซอร์จะกระตุ้นการทำงานของไฟโบรบลาสต์ในชั้นหนังแท้ ทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวหน้าดูเต่งตึง เรียบเนียนและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
- ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ: สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำหรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ เลเซอร์สามารถลดเม็ดสีและความหมองของผิวได้อย่างตรงจุด ทำให้ผิวแลดูสว่างกระจ่างใสขึ้น
- กระชับรูขุมขน: เมื่อผิวได้รับการฟื้นฟูและเสริมสร้างคอลลาเจน จะช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลง ผิวเนียนขึ้น ทำให้ใบหน้าดูเรียบและแต่งหน้าง่ายขึ้น
- ลดเลือนริ้วรอยตื้น: สำหรับผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ เลเซอร์สามารถช่วยลดเลือนเส้นริ้วบาง ๆ บนใบหน้าได้ ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์และมีความชุ่มชื้นมากขึ้น
ปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ สาเหตุเกิดจากอะไรได้บ้าง?

ปัญหาผิวหมองคล้ำเป็นเรื่องที่หลายคนเผชิญ โดยเกิดได้จากหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพผิวในระยะยาว ซึ่งการเข้าใจสาเหตุจะช่วยให้สามารถเลือกแนวทางดูแลรักษาได้อย่างตรงจุด
- แสงแดดและรังสียูวี: รังสี UVA และ UVB จากแสงแดดกระตุ้นให้ร่างกายผลิตเมลานินมากเกินไป ส่งผลให้ผิวคล้ำเสีย จุดด่างดำ และฝ้าเพิ่มขึ้น
- การนอนหลับไม่เพียงพอ: การพักผ่อนไม่เพียงพอส่งผลต่อการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ ทำให้ผิวดูอ่อนล้า หมองคล้ำ และเกิดปัญหาสิวได้ง่าย
- มลภาวะในอากาศ: ฝุ่น ควัน และสารเคมีในสิ่งแวดล้อมสามารถทำลายชั้นผิว ทำให้เกิดการสะสมของสารพิษใต้ผิวและเร่งให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย
- การขาดสารอาหารและวิตามิน: โดยเฉพาะวิตามิน C และ E ที่จำเป็นต่อการต้านอนุมูลอิสระและส่งเสริมการผลัดเซลล์ผิว เมื่อขาดจะทำให้ผิวหมองไม่สดใส
- ฮอร์โมนและความเครียด: ความไม่สมดุลของฮอร์โมน เช่น ระหว่างมีประจำเดือน หรือภาวะเครียดสะสม อาจส่งผลให้เม็ดสีผิวผลิตมากเกินไป
ข้อดีของการทำเลเซอร์หน้าใส
การเลือกดูแลผิวหน้าด้วยการทำเลเซอร์เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงเมื่อดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีข้อดีหลายประการที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพผิวและความมั่นใจ
- เห็นผลชัดเจนและแม่นยำ: เทคโนโลยีเลเซอร์สามารถเจาะจงเป้าหมายของปัญหาผิว เช่น เม็ดสีหรือรูขุมขน ได้ตรงจุดโดยไม่กระทบผิวบริเวณรอบข้าง
- ไม่ต้องพักฟื้นนาน: โดยเฉพาะเทคโนโลยีเช่น Picosure Pro ที่ลดความร้อนสะสมบนผิวหนัง ทำให้ผู้รับบริการสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- เหมาะกับหลายปัญหาผิว: ครอบคลุมทั้งรอยสิว จุดด่างดำ รูขุมขนกว้าง สีผิวไม่สม่ำเสมอ ไปจนถึงริ้วรอยเล็ก ๆ และความหย่อนคล้อยของผิว
- เสริมประสิทธิภาพการดูแลผิวในระยะยาว: การฟื้นฟูผิวด้วยเลเซอร์ช่วยให้ผิวดูดซึมครีมบำรุงได้ดีขึ้น และช่วยชะลอการเกิดปัญหาผิวใหม่
การทำเลเซอร์หน้าใส เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวเรื่องอะไร?
เลเซอร์หน้าใสไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่เหมาะกับกลุ่มผู้ที่มีปัญหาผิวเฉพาะเจาะจง ซึ่งต้องได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
- ผู้ที่มีรอยดำจากสิวหรือฝ้า: สำหรับผู้ที่มีรอยสิว รอยดำ หรือปัญหาจากเม็ดสีผิวผิดปกติ เลเซอร์สามารถช่วยให้จางลงและผิวกลับมาสม่ำเสมอ
- ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง: การกระตุ้นคอลลาเจนช่วยให้รูขุมขนกระชับขึ้น ทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- ผู้ที่มีผิวหมองคล้ำ: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูกระจ่างใส ลดความหมองคล้ำจากแสงแดดหรือมลภาวะ
- ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยหรือผิวไม่กระชับ: เลเซอร์บางชนิดสามารถลดเลือนริ้วรอยตื้นและกระตุ้นการยกกระชับของผิวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การทำเลเซอร์หน้าใส ไม่เหมาะกับใคร?
แม้เลเซอร์จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อควรระวัง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีภาวะหรือสภาพผิวที่อาจได้รับผลกระทบจากการรักษาด้วยแสงเลเซอร์
- สตรีตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร: ยังไม่มีข้อมูลการศึกษาที่เพียงพอว่าการทำเลเซอร์จะปลอดภัยในกลุ่มนี้ จึงควรหลีกเลี่ยง
- ผู้ที่มีสิวอักเสบรุนแรง: ควรรักษาอาการอักเสบให้ทุเลาก่อน เนื่องจากเลเซอร์อาจกระตุ้นการอักเสบมากขึ้น
- ผู้ที่มีโรคผิวหนังติดเชื้อหรือผื่นแพ้: เช่น เริม งูสวัด หรือผื่นแพ้ผิวหนังเฉียบพลัน อาจทำให้การอักเสบรุนแรงขึ้นหลังทำเลเซอร์
- ผู้ที่มีประวัติผิวไวต่อแสงหรือแพ้แสงเลเซอร์: เช่น โรค Systemic Lupus Erythematosus หรือการใช้ยาบางชนิดที่ทำให้ผิวไวต่อแสง
เลเซอร์หน้าใส มีประเภทอะไรบ้าง?
ปัจจุบันมีเทคโนโลยีเลเซอร์ผิวหลากหลายประเภทที่สามารถใช้ในการทำเลเซอร์หน้าใส แต่ละชนิดมีหลักการทำงานและข้อบ่งชี้ที่แตกต่างกันไป โดยแพทย์จะเลือกใช้ให้เหมาะกับลักษณะผิวของผู้เข้ารับบริการเป็นหลัก
Picosure Laser
Picosure เป็นเทคโนโลยี Picosecond Laser ที่ยิงพลังงานเลเซอร์ด้วยความเร็วสูง ช่วยทำลายเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติอย่างแม่นยำ เหมาะกับการรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ รวมถึงรอยสัก จุดเด่นคือไม่ทำให้เกิดแผลหรือรอยเลือด และไม่ต้องพักฟื้นนาน เหมาะกับการทำเลเซอร์ผิวเนียนแบบอ่อนโยน
Q-Switch Laser
Q-Switch Laser ใช้ช่วงคลื่น 532 และ 1,064 nm ในการสลายเม็ดสีและกระตุ้นคอลลาเจน เหมาะกับรอยดำ รอยสิว และฝ้า จุดเด่นคือราคาย่อมเยา เห็นผลแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ต้องทำต่อเนื่องหลายครั้ง
Fractional CO2 Laser
เลเซอร์ชนิดนี้เหมาะกับปัญหาหลุมสิว รอยแผลเป็น หรือริ้วรอยตื้น ๆ โดยการสร้างแผลเล็ก ๆ ในชั้นผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ จำเป็นต้องมีการพักฟื้นประมาณ 5–7 วัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาดูแลผิวหลังทำอย่างเคร่งครัด
Fractional RF
เทคโนโลยีคลื่นวิทยุแบบแบ่งจุด เหมาะสำหรับผู้ที่ผิวบางแพ้ง่าย หรือมีปัญหาฝ้าเรื้อรัง โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน การทำ Fractional RF ยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจน และลดเลือนริ้วรอยได้ดี
LED Light Therapy
การฟื้นฟูผิวด้วยแสงความเข้มต่ำ เช่น แสงสีแดง น้ำเงิน และเหลือง เหมาะสำหรับผู้ที่มีสิวอักเสบ หรือเพิ่งผ่านการทำเลเซอร์ผิวใสมาหมาด ๆ ช่วยเร่งกระบวนการฟื้นฟูผิวอย่างอ่อนโยน
IPL Laser
แม้จะไม่ใช่เลเซอร์โดยตรง แต่เป็นแสงความเข้มสูงที่ใช้รักษารอยแดงจากสิว ฝ้า กระ รูขุมขน และเส้นเลือดฝอย เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป และมีงบประมาณจำกัด
การเตรียมตัวก่อนทำเลเซอร์หน้าใส
ก่อนเข้ารับการทำเลเซอร์หน้าใส ควรเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด ลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง และช่วยให้ฟื้นฟูผิวได้อย่างรวดเร็ว การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยให้ผิวตอบสนองต่อพลังงานเลเซอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารผลัดเซลล์ผิว: ควรงดเว้นผลิตภัณฑ์ที่มี AHA, BHA, Retinol หรือวิตามิน A ประมาณ 5–7 วันก่อนทำเลเซอร์ เพื่อลดการระคายเคืองหลังทำ
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด: ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง และทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันผิวคล้ำและการสะสมเม็ดสีที่อาจรบกวนผลลัพธ์
- แจ้งประวัติการแพ้หรือใช้ยารักษาโรค: หากมีการใช้ยา เช่น ยากลุ่ม Isotretinoin หรือโรคผิวหนังประจำตัว ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบล่วงหน้าเพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
- พักผ่อนให้เพียงพอ: การนอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 7–8 ชั่วโมงต่อคืนก่อนเข้ารับบริการ จะช่วยให้ระบบฟื้นฟูผิวทำงานได้เต็มที่
5 ขั้นตอนการทำเลเซอร์หน้าใส มีอะไรบ้าง?
การทำเลเซอร์หน้าใสแต่ละครั้งควรดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและอยู่ในสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการรักษา โดยทั่วไปจะมีขั้นตอนตามลำดับต่อไปนี้
- ประเมินสภาพผิว: แพทย์จะตรวจวิเคราะห์สภาพผิวอย่างละเอียด เช่น ความลึกของเม็ดสี ขนาดรูขุมขน และความยืดหยุ่นของผิว เพื่อกำหนดชนิดของเลเซอร์ที่เหมาะสม
- ทำความสะอาดผิวหน้า: ก่อนการยิงเลเซอร์ ผิวหน้าจะได้รับการทำความสะอาดอย่างล้ำลึก เพื่อขจัดสิ่งสกปรก ความมัน และเครื่องสำอาง
- ทายาชาเฉพาะที่ (ถ้าจำเป็น): ในบางกรณี โดยเฉพาะเลเซอร์ที่มีความลึก แพทย์อาจทายาชาเพื่อให้รู้สึกสบายระหว่างทำหัตถการ
- เริ่มต้นทำเลเซอร์: แพทย์จะยิงพลังงานเลเซอร์ลงบนผิวหนังตามบริเวณที่ต้องการ โดยระยะเวลาและความเข้มขึ้นอยู่กับชนิดของเลเซอร์และปัญหาผิว
- ทำความสะอาดและทาครีมบำรุง: หลังเลเซอร์ จะมีการเช็ดทำความสะอาดผิวอีกครั้งและทาครีมที่ช่วยลดการระคายเคืองและเพิ่มความชุ่มชื้น
การปฏิบัติตัวหลังการทำเลเซอร์หน้าใส
หลังจากรับบริการเลเซอร์หน้าใสแล้ว การดูแลตนเองอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ผิวฟื้นตัวเร็ว ลดอาการข้างเคียง และรักษาผลลัพธ์ให้นานที่สุด
- หลีกเลี่ยงการออกแดดโดยตรง: ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดทันทีหลังทำเลเซอร์อย่างน้อย 7 วัน และหมั่นทาครีมกันแดด SPF 50 ขึ้นไปอย่างสม่ำเสมอ
- งดสครับหรือผลัดเซลล์ผิว: หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์หรือสารที่ทำให้ผิวลอกในช่วง 1 สัปดาห์แรกหลังการทำเลเซอร์
- งดใช้เครื่องสำอางหรือครีมที่ระคายเคือง: หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือ Retinol ในช่วง 5–7 วันแรก
- ทาครีมบำรุงตามคำแนะนำ: ใช้ครีมที่มีส่วนผสมเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการอักเสบ เช่น Aloe Vera หรือ Ceramide ตามคำแนะนำของแพทย์
การทำเลเซอร์หน้าใส มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?
แม้การทำเลเซอร์หน้าใสจะถือว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัย แต่ผู้รับบริการควรรับรู้ถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ เพื่อเตรียมตัวรับมือและปฏิบัติตนได้อย่างเหมาะสม
- อาการแดงและร้อนผ่าว: พบได้ทั่วไปหลังการทำเลเซอร์ ซึ่งมักจะหายไปภายใน 1–2 วัน หากมีอาการมากควรประคบเย็นตามคำแนะนำของแพทย์
- ผิวลอกหรือแห้งตึง: บางรายอาจมีการลอกของผิวหน้าในช่วง 2–5 วันแรก เป็นการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ไม่ควรแกะหรือถูแรง ๆ
- จุดเลือดออกเล็กน้อย: อาจพบในเลเซอร์ที่ทำงานลึก เช่น Fractional CO2 แต่จะหายได้เองในเวลาไม่นานเมื่อดูแลผิวอย่างเหมาะสม
- เกิดจุดด่างดำหรือรอยแดงชั่วคราว: หากไม่หลีกเลี่ยงแสงแดดหลังการทำ อาจเกิดภาวะ Hyperpigmentation ชั่วคราว ควรใช้ครีมบำรุงและกันแดดอย่างเคร่งครัด
สรุป
เลเซอร์หน้าใส เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงในการฟื้นฟูสภาพผิว ลดเลือนรอยสิว จุดด่างดำ และเพิ่มความกระจ่างใสอย่างเห็นได้ชัด โดยการเลือกสถานพยาบาลที่มีเทคโนโลยีทันสมัยและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นปัจจัยสำคัญ The Signature Clinic พร้อมดูแลคุณอย่างมืออาชีพทุกขั้นตอน เพื่อให้ผลลัพธ์ที่คุณพึงพอใจและปลอดภัยในระยะยาว สนใจปรึกษาหรือวิเคราะห์ผิวเบื้องต้น สามารถติดต่อเราได้ทันที
เลเซอร์หน้าใส ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
จำนวนครั้งในการทำเลเซอร์หน้าใสขึ้นอยู่กับสภาพผิวและประเภทเลเซอร์ โดยทั่วไปผู้เข้ารับบริการจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงหลังจากทำครั้งแรก และจะเห็นผลชัดเจนเมื่อทำอย่างต่อเนื่องประมาณ 3–5 ครั้ง ทั้งนี้ควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์เฉพาะทาง
เลเซอร์หน้าใสราคาเท่าไหร่?
คำถามที่พบบ่อย
ราคาของเลเซอร์หน้าใสขึ้นอยู่กับชนิดของเทคโนโลยีที่เลือกใช้ เช่น Picosure หรือ Fractional RF รวมถึงจำนวนครั้งที่ทำ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ช่วงประมาณ 5,000–15,000 บาทต่อครั้ง ซึ่งราคานี้อาจปรับตามโปรโมชั่นและแผนการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล
ข้อดีของเลเซอร์หน้าใสมีอะไรบ้าง?
เลเซอร์ผิวหน้ามีจุดเด่นหลายประการ ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้:
- ผิวหน้ากระจ่างใสขึ้นและดูสุขภาพดี
- ลดรอยสิว รอยแดง ฝ้า และกระอย่างได้ผล
- ช่วยกระชับรูขุมขนและปรับผิวให้เรียบเนียน
- กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นขึ้นอย่างธรรมชาติ
- ไม่ต้องพักฟื้นนาน เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่
เลเซอร์หน้าใส เห็นผลกี่ครั้ง?
การทำเลเซอร์หน้าใสมักเริ่มเห็นผลหลังทำ 1–2 ครั้ง โดยเฉพาะในกรณีที่ใช้เลเซอร์ผิวใสอย่าง Pico Laser หรือ Fractional RF อย่างต่อเนื่องประมาณ 3–5 ครั้งจะให้ผลลัพธ์ชัดเจนและอยู่ได้นานขึ้น ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
“ปรับผิวให้เนียน ด้วย Picosure Pro เทคโนโลยีที่จะฟื้นสภาพผิวให้กลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง”
ทำไมต้องเลือกบริการเลเซอร์หน้าใสจาก The Signature Clinic?

เลเซอร์หน้าใส ที่ The Signature Clinic ไม่เพียงแต่เน้นเรื่องเทคโนโลยี แต่ยังมุ่งมั่นสร้างประสบการณ์การดูแลผิวที่ดีที่สุด ด้วยการเลือกใช้ Picosure Pro เทคโนโลยี Picosecond Laser ขั้นสูง ที่ยิงพลังงานแม่นยำโดยไม่ทำลายผิวรอบข้าง ช่วยให้ผู้รับบริการไม่รู้สึกเจ็บ ไม่เกิดแผล และไม่ต้องพักฟื้นนาน ทีมแพทย์ของเราผ่านการฝึกอบรมอย่างมืออาชีพ พร้อมวิเคราะห์ผิวด้วยระบบดิจิทัลก่อนรักษาทุกเคส เพื่อให้ผลลัพธ์เป็นไปตามเป้าหมายอย่างปลอดภัย


