ถุงใต้ตา คืออะไร มีสาเหตุเกิดจากอะไร สามารถแก้วิธีไหนได้บ้าง?

สารบัญ

ถุงใต้ตาถือเป็นปัญหาใหญ่ใจของใครหลายคน เพราะทำให้ใบหน้าหมองคล้ำ ดูอ่อนเพลีย ไม่สดใส อีกทั้งยังบ่งบอกถึงสุขภาพและวัยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งล้วนส่งผลต่อความมั่นใจ หลายคนจึงมักมองหาวิธีลดถุงใต้ตาเพื่อปรับลุคให้ดูอ่อนเยาว์ สดใสอยู่เสมอ วันนี้ The Signature Clinic จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับถุงใต้ตาให้มากขึ้น พร้อมแนะนำวิธีแก้ไขถุงใต้ตาให้หมดไป เพื่อเปลี่ยนลุคให้ดูสดใสอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

 

“ถุงใต้ตา คืออะไร รักษาวิธีไหนให้ได้ผลดี”

 

ถุงใต้ตา คืออะไร?

ถุงใต้ตา (Eyebags) คือ ถุงไขมันที่เกิดขึ้นบริเวณใต้ดวงตา หรือเบ้าตาด้านล่าง มีลักษณะเป็นถุงนูนบวมพองออกมา ซึ่งปกติแล้วจะมีถุงไขมันใต้ตา 5 ถุง ได้แก่ ถุงบนเปลือกตา 2 ถุง และใต้เปลือกตาล่าง 3 ถุง โดยบริเวณที่มักประสบปัญหาถุงใต้ตาป่องโตคือถุงกลาง (Middle fat) และถุงไขมันที่อยู่ด้านใน (Inner fat) ซึ่งเมื่อมีถุงใต้ตาจะทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้า แก่กว่าวัย ไม่สดใส แม้จะเกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัย แต่ก็ถือเป็นปัญหาใหญ่ใจของหลายคน

ลักษณะของถุงใต้ตา เป็นอย่างไร?

ถุงใต้ตาแบ่งออกเป็น 2 แบบใหญ่ๆ ตามสาเหตุการเกิด ได้แก่ ถุงใต้ตาแท้ และถุงใต้ตาเทียม ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

ถุงใต้ตาแท้

เกิดจากความผิดปกติของถุงไขมันใต้ตา อาจมีสาเหตุมาจากพันธุกรรม หรือความเสื่อมสภาพของผิวตามอายุที่เพิ่มขึ้น โดยลักษณะของถุงใต้ตาแท้จะเป็นถุงนูนออกมาชัดเจน ผิวหนังตรงบริเวณขอบตาล่างจะหย่อนคล้อยลง และจะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นเมื่อย้ำตา

ถุงใต้ตาเทียม

เป็นปัญหาที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ อดนอน ขยี้ตาบ่อยๆ ร้องไห้หนัก ใช้สายตามากเกินไป ดื่มแอลกอฮอล์ หรือมีปัญหาระบบไหลเวียนเลือดที่ไม่ดี ทำให้ใต้ตาบวมน้ำ เป็นถุงขึ้นมา แต่ถุงจะไม่ชัดเท่ากับถุงใต้ตาแท้ และอาจหายได้หากเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

ปัญหาถุงใต้ตา มีสาเหตุเกิดจากอะไร?

สาเหตุหลักของการเกิดถุงใต้ตาสามารถสรุปได้เป็น 4 ประเด็น ได้แก่ พันธุกรรม อายุที่มากขึ้น พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน และโรคภูมิแพ้ ซึ่งมีรายละเอียดในแต่ละประเด็นดังนี้

พันธุกรรม

ถุงใต้ตาบางคนอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ โดยเฉพาะผู้ที่คนในครอบครัวหรือญาติพี่น้องมีปัญหานี้ก็อาจมีโอกาสสูงที่จะเกิดถุงใต้ตาเช่นกัน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และอาจมีลักษณะถุงใต้ตาตั้งแต่อายุยังน้อย

อายุที่เพิ่มมากขึ้น

เมื่อเราอายุมากขึ้น ผิวหนังจะเริ่มเสื่อมสภาพ ความยืดหยุ่นลดลง ทำให้เนื้อเยื่อรอบดวงตาที่เคยกระชับและเรียบเนียนเริ่มหย่อนคล้อยลง ผิวบริเวณนั้นจึงห้อยลงมาและเห็นเป็นรอยย่น ซึ่งจะยิ่งเด่นชัดมากขึ้นในผู้ที่มีอายุเกิน 40 ปีขึ้นไป

ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวัน

พฤติกรรมการใช้ชีวิตก็อาจเป็นสาเหตุของปัญหาถุงใต้ตาที่มองข้ามไปไม่ได้ การพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนดึก อดนอน ใช้สายตานาน ขยี้ตาบ่อยๆ สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ล้วนเป็นตัวกระตุ้นให้ถุงใต้ตาปรากฎชัดขึ้น ดูโทรมและมีอาการบวมเพิ่มขึ้นได้

โรคภูมิแพ้

ในผู้ที่มีโรคภูมิแพ้ มักจะมีอาการน้ำตาไหล คันตา ขยี้ตาบ่อยๆ ส่งผลให้เส้นเลือดฝอยรอบดวงตาแตก ขยายตัวใหญ่ขึ้น จนดูคล้ายมีปัญหาถุงใต้ตา หรือมีขอบตาคล้ำเข้ม แต่จริงๆ แล้วเกิดจากภาวะภูมิแพ้ที่ยังไม่ได้รับการรักษานั่นเอง

ปัญหาถุงใต้ตาในแต่ละช่วงวัย

การเกิดถุงใต้ตาไม่ได้เจาะจงช่วงอายุ แต่มีลักษณะที่แตกต่างกันไปในแต่ละวัย โดยเฉพาะสาเหตุการเกิดที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นวิธีแก้ปัญหาจึงควรสอดคล้องกับอายุด้วย

วัยรุ่น

ในวัยรุ่นสาเหตุของถุงใต้ตามักมาจาก

  • พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนดึก
  • ใช้สายตามากไป ติดหน้าจอนาน
  • ขาดสารอาหารบำรุงผิวพรรณ
  • มีปัญหาโรคภูมิแพ้

วัยผู้ใหญ่

ในช่วงวัย 20-40 ปี ปัญหาถุงใต้ตามักเกิดจาก

  • ความเครียดจากการทำงาน
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ อดนอน
  • รูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม
  • ผิวเริ่มเสื่อมสภาพจากริ้วรอย ความชราตามวัย

วัยผู้สูงอายุ

ในคนอายุ 50 ปีขึ้นไป ถุงใต้ตาเกิดจาก

  • ความเสื่อมของผิวตามธรรมชาติ
  • ร่างกายสร้างคอลลาเจนช้าลง
  • ผิวหนังเริ่มหย่อนคล้อย ไขมันสะสมมากขึ้น
  • การขับถ่ายของเสียช้าลง มีปัญหาระบบไหลเวียนเลือด

ปัญหาถุงใต้ตา สามารถส่งผลเสียอย่างไรบ้าง?

ถุงใต้ตานอกจากจะมีผลกระทบต่อความสวยงาม บุคลิกภาพและรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว ก็ยังอาจส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตในด้านต่างๆ อีกมาก ได้แก่

  • ทำให้ดูแก่กว่าวัย หน้าตาโทรม ไร้เสน่ห์
  • ดูมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า แม้พักผ่อนเต็มที่
  • ขาดความมั่นใจในการเข้าสังคม พบปะผู้คน
  • อาจส่งผลต่อความสำเร็จในหน้าที่การงาน
  • เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า ท้อแท้ใจได้

10 วิธีลดถุงใต้ตา เพื่อชะลอความหย่อนคล้อย

การลดหรือแก้ไขปัญหาถุงใต้ตามีทั้งวิธีธรรมชาติและการทำหัตถการทางการแพทย์ ซึ่งจะเหมาะสมแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ความรุนแรงของอาการ และความต้องการของแต่ละบุคคล โดยมีวิธีที่น่าสนใจ 10 ข้อ ได้แก่

1. พักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนให้ครบ 7-8 ชั่วโมงในแต่ละวัน จะช่วยฟื้นฟูผิวพรรณ ให้ผิวใต้ตาได้พักและคืนความอ่อนเยาว์ได้ นอกจากนี้การนอนหลับพักผ่อนให้เต็มอิ่ม ก็ยังช่วยบรรเทาอาการอ่อนล้า ริ้วรอย ความหย่อนคล้อยได้อีกด้วย

2. การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

การเลือกทานอาหารที่มีวิตามิน แร่ธาตุ ที่เป็นประโยชน์ต่อผิวพรรณ จะช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรง ชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว ลดเลือนริ้วรอยได้ แนะนำให้ทานผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินอี หรืออาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง และหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป น้ำตาล ของมัน

3. ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นประจำ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เพิ่มออกซิเจนให้ผิว ทำให้ผิวกระชับ เต่งตึง ลดความหย่อนคล้อย อีกทั้งยังช่วยระบายของเสีย ขจัดความเครียด ความอ่อนล้าได้ดี เป็นอีกหนึ่งวิธีลดถุงใต้ตาแบบธรรมชาติที่ได้ผลดีเยี่ยม

4. ประคบด้วยสำลีชุบเกลือ

การผสมเกลือกับน้ำอุ่น แล้วใช้สำลีชุบวางบนถุงใต้ตา ประมาณ 10-15 นาที จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด บรรเทาอาการบวมน้ำ ทำให้ถุงใต้ตาแลดูจางลงได้ แต่ควรใช้เกลือเม็ดละเอียด และสำลีก้อนใหม่ที่สะอาดเพื่อป้องกันการระคายเคือง

5. รักษาโรคภูมิแพ้

หากถุงใต้ตาเกิดจากภาวะภูมิแพ้ การรักษาโรคนี้ให้หายขาดจะช่วยบรรเทาอาการตาบวม คัน น้ำตาไหลได้ อาจใช้ยาแก้แพ้ ยาหยอดตา หรือการเลี่ยงสารที่แพ้ ร่วมกับการดูแลผิวหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ ไม่ขยี้ตาแรงๆ ก็จะช่วยลดการอักเสบของถุงใต้ตาได้

6. การนวดลดถุงใต้ตา

การนวดรอบดวงตาเบาๆ ด้วยนิ้วนาง เป็นวงกลมวนขึ้น 20-30 รอบ วันละ 2 เซต ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต คลายกล้ามเนื้อ ช่วยให้ถุงใต้ตาดูเล็กลงได้ แต่ต้องใช้น้ำมันหรือครีมบำรุงผิวเพื่อลดแรงเสียดสี และใช้แรงนวดที่เบามือ ป้องกันการระคายเคืองผิวบอบบาง

7. การใช้แตงกวา

แตงกวามีคุณสมบัติเย็น ช่วยลดอาการอักเสบ บวมน้ำบริเวณใต้ตา การนำแตงกวาแช่เย็นมาหั่นเป็นแว่นบางๆ วางไว้บนตา 10-15 นาที ก็จะช่วยลดอาการบวมของถุงใต้ตาได้ อีกทั้งยังมีวิตามินเค ช่วยลดเลือนรอยคล้ำใต้ตาได้อีกด้วย

8. การนำถุงชาชุบน้ำอุ่น

ในใบชามีสารแทนนินที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และสารคาเฟอีน ที่ช่วยหดหลอดเลือด ลดบวมได้ดี การนำถุงชาชงแล้วมาชุบน้ำอุ่น แล้วประคบไว้ใต้ตา จะช่วยบรรเทาอาการตาบวม ลดถุงใต้ตาได้ แต่ต้องใช้ความร้อนที่พอเหมาะ ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป

9. การใช้ไข่ขาว

การนำไข่ขาวสดมาทาใต้ตา แล้วปล่อยให้แห้งสัก 15 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้ผิวใต้ตากระชับขึ้น เนื่องจากไข่ขาวมีสารแอลบูมิน ซึ่งมีคุณสมบัติในการยกกระชับผิว ฟื้นฟูเซลล์ผิวที่อ่อนแอ แต่ต้องทำเป็นประจำจึงจะเห็นผลชัดเจน

10. การผ่าตัดถุงใต้ตา

ในกรณีที่เป็นถุงใต้ตาแท้ หรือมีความรุนแรงมาก การผ่าตัดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ โดยการผ่าตัดจะเป็นการนำไขมันส่วนเกินใต้ตาออก ช่วยให้ผิวใต้ตากระชับ เรียบเนียน แลดูอ่อนเยาว์ขึ้น วิธีนี้เหมาะกับคนที่มีถุงใต้ตาขนาดใหญ่ หรือไม่ตอบสนองกับวิธีแก้ไขแบบธรรมชาติ

การรักษาถุงใต้ตาด้วยโปรแกรม Potenza

Potenza คือเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการรักษาและลดปัญหาถุงใต้ตาอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้พลังงานคลื่นวิทยุ RF Microneedle เข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ความกระชับให้ผิวหนัง ลดเลือนริ้วรอย รอยย่นใต้ตาได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ทำลายชั้นผิว ไม่มีผลข้างเคียง

 

“ปรับผิวให้เนียน ด้วย Potenza เทคโนโลยีที่จะฟื้นสภาพผิวให้กลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง”

 

หากต้องการรักษา ทำไมต้องเลือกบริการจาก The Signature Clinic

สำหรับผู้ที่ต้องการลดปัญหาถุงใต้ตา ฟื้นฟูผิวใต้ตาให้กระชับ เรียบเนียน The Signature Clinic คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด เพราะเรามีประสบการณ์ในการดูแลผู้มีปัญหาถุงใต้ตามาอย่างยาวนาน มีแพทย์ผู้ชำนาญระดับแพทย์ที่พร้อมให้คำปรึกษา วินิจฉัยหาสาเหตุและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล พร้อมใช้เทคโนโลยี Potenza ที่ทันสมัย ปลอดภัย ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น เห็นผลรวดเร็ว ภายใต้มาตรฐานการดูแลระดับสากล เพื่อสร้างความมั่นใจให้คุณได้เต็มที่

สรุป

ถุงใต้ตาเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ใจของหลายคนที่ต้องการอวดใบหน้าที่สดใส อ่อนเยาว์ และสุขภาพดี ซึ่งการรักษาถุงใต้ตานั้นมีหลากหลายวิธี ทั้งแบบธรรมชาติ และการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ ซึ่ง The Signature Clinic คือตัวเลือกที่น่าเชื่อถือ ด้วยประสบการณ์ ผู้ชำนาญการ และเทคโนโลยี Potenza ที่ทันสมัย พร้อมให้บริการคุณอย่างเต็มประสิทธิภาพ ปลอดภัย ไม่ต้องกลัวเจ็บ ให้คุณมั่นใจ กลับมามีดวงตาที่สดใส เปล่งประกาย ดูอ่อนวัยกว่าเดิมอย่างเป็นธรรมชาติ

คำถามที่พบบ่อย

ทำยังไงให้ถุงใต้ตาหายไป?

การจะทำให้ถุงใต้ตาหายไปนั้น ขึ้นอยู่กับสาเหตุหลักของการเกิด ได้แก่

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ดูแลผิวรอบดวงตาอย่างถูกวิธี ไม่ขยี้ตาแรงๆ ใช้สำลีชุบเกลือ น้ำแตงกวา หรือใบชาชุบน้ำอุ่นประคบ
  • ในกรณีที่เป็นถุงใต้ตาแท้ หรือมีอาการรุนแรง อาจพิจารณาทำการผ่าตัด หรือทำหัตถการทางการแพทย์อื่นๆ ที่ปลอดภัย

ถุงใต้ตามีทุกคนไหม?

ถุงใต้ตาเป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่จำกัดเพศหรือวัย แต่ปัญหานี้จะพบบ่อยและมีความรุนแรงมากขึ้นในผู้ที่มีอายุมาก เนื่องจากความเสื่อมของผิวตามธรรมชาติ รวมถึงคนที่มีพันธุกรรมเป็นปัจจัยเสี่ยง หรือมีภาวะภูมิแพ้ร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม ถุงใต้ตาสามารถป้องกันและแก้ไขได้ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลที่ถูกวิธี

ผ่าตัดถุงใต้ตาอยู่ได้กี่ปี?

ระยะเวลาที่ผลการผ่าตัดถุงใต้ตาจะคงอยู่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ คุณภาพผิว สภาพร่างกาย โดยเฉลี่ยแล้วผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 10-15 ปี หรืออาจนานกว่านั้นหากดูแลตัวเองอย่างดี ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า ทานอาหารดีมีประโยชน์ พักผ่อนเต็มที่ และใช้ครีมบำรุงอย่างสม่ำเสมอ

บทความที่คล้ายกัน

เลเซอร์ลบรอยดำ 1

เลเซอร์ลบรอยดำ ทางลัดผิวใสที่ปลอดภัย หรือแค่กระแส? เจาะลึกทุกข้อเท็จจริง

ไขข้อข้องใจ เลเซอร์ลบรอยดำ ช่วยกู้ผิวใสได้จริงไหม? เจาะลึกเทคโนโลยี Pico Laser และวิธีเลือกคลินิกให้ปลอดภัย เห็นผลไว ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น

รักษาหลุมสิว 1

รักษาหลุมสิว: คู่มือฉบับสมบูรณ์ เลือกวิธีไหนให้จบปัญหาผิวไม่เรียบเนียน

กำลังกังวลเรื่องรักษาหลุมสิว? ค้นพบคำตอบเรื่องความเจ็บ ค่าใช้จ่าย และผลลัพธ์ที่ได้จริง พร้อมวิธีดูแลผิวให้กลับมาเรียบเนียน ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนเริ่มรักษา

สิวอุดตันไม่มีหัว 1

สิวอุดตันไม่มีหัว: สาเหตุ วิธีรักษา และการป้องกันที่ถูกต้อง

สิวอุดตันไม่มีหัว เป็นตุ่มนูนแดง เจ็บแต่บีบไม่ออก เกิดจากอะไร? พบคำตอบพร้อมวิธีรักษาสิวอักเสบไม่มีหัว ทั้งการดูแลด้วยตัวเองและเทคโนโลยีทางการแพทย์ อ่านเลย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save