ริ้วรอยเป็นสัญญาณของวัยและสภาพผิวที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ปัญหาริ้วรอยบนใบหน้ามักเกิดจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก เช่น อายุ แสงแดด หรือพฤติกรรมประจำวัน การทำความเข้าใจเกี่ยวกับชนิดของริ้วรอย วิธีดูแล รวมถึงการเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสม จึงเป็นกุญแจสำคัญในการดูแลผิวหน้าอย่างถูกวิธี The Signature Clinic พร้อมให้คำแนะนำและบริการทางการแพทย์ในการลดเลือนริ้วรอยอย่างเหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและดูเป็นธรรมชาติ
สรุปริ้วรอย สาเหตุ ประเภท และวิธีรักษา
- ริ้วรอยคือร่องหรือเส้นที่ปรากฏบนผิวหนัง เกิดจากการสูญเสียความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นของผิวตามอายุที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวบ่อย เช่น รอบดวงตา หน้าผาก หรือมุมปาก เกิดขึ้นจากหลายปัจจัยทั้งที่ควบคุมได้และไม่ได้
- สาเหตุของริ้วรอยแบ่งเป็นปัจจัยภายในและภายนอก ปัจจัยภายในคือ อายุที่เพิ่มขึ้นทำให้คอลลาเจนและอิลาสตินลดลง และกรรมพันธุ์ที่ส่งผลต่อสภาพผิว ส่วนปัจจัยภายนอกได้แก่ รังสียูวีจากแสงแดด มลภาวะและอนุมูลอิสระ ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
- ริ้วรอยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ริ้วรอยแบบตื้น ซึ่งเป็นริ้วรอยขนาดเล็ก เกิดจากความแห้งของผิวและการสูญเสียน้ำในชั้นผิวหนัง และริ้วรอยแบบลึก ซึ่งเป็นร่องลึกที่เห็นชัดตลอดเวลา เกิดจากการเสื่อมสภาพของโครงสร้างผิวในชั้นหนังแท้
- ตำแหน่งที่มักเกิดริ้วรอยได้แก่
- หน้าผาก (จากการเลิกคิ้วหรือขมวดคิ้ว)
- บริเวณระหว่างคิ้ว (จากการแสดงอารมณ์)
- ใต้ตา (ผิวบางแสดงสัญญาณเร็วกว่า)
- คอ (จากการเคลื่อนไหวของศีรษะ)
- ร่องแก้ม (รอยลึกจากปีกจมูกถึงมุมปาก)
- บนผิวกาย เช่น แขน มือ
- วิธีรักษาริ้วรอยด้วยหัตถการทางการแพทย์ 7 วิธี ได้แก่
- 1) คลื่นวิทยุ (RF) กระตุ้นคอลลาเจน
- 2) Picosure Pro เลเซอร์แบบ Picosecond
- 3) โบท็อก คลายกล้ามเนื้อ
- 4) ฟิลเลอร์ เติมสารไฮยาลูโรนิกแอซิด
- 5) HIFU ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง
- 6) เมโสหน้าใส ฉีดสารบำรุงวิตามิน
- 7) Potenza เทคโนโลยี RF Microneedling
- การป้องกันและดูแลริ้วรอยสามารถทำได้โดย ป้องกันผิวจากแสงแดดด้วยครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไป ใช้ครีมลดริ้วรอยที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ นวดหน้าเพื่อกระตุ้นไหลเวียนเลือด งดดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำให้ผิวแห้ง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อส่งเสริมการซ่อมแซมเซลล์
- The Signature Clinic มีความเชี่ยวชาญด้านการลดเลือนริ้วรอยด้วยเทคโนโลยีระดับโลก โดยเฉพาะ Potenza ที่ส่งพลังงาน RF ผ่านเข็มขนาดเล็กลงสู่ชั้นผิวลึก กระตุ้นคอลลาเจนและกระchับผิวจากภายใn ใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิวอย่างเป็นธรรมชาติ
- ริ้วรอยเริ่มปรากฏได้ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป เมื่อการผลิตคอลลาเจนเริ่มลดลง และจะลึกขึ้นหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ผู้ที่มีอายุ 40+ ควรพิจารณาแนวทางรักษาที่ฟื้นฟูผิวในระดับลึก เช่น HIFU ฟิลเลอร์ หรือ Potenza โดยควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้ชำนาญ
“ริ้วรอย คืออะไร รักษาวิธีไหนให้ได้ผลดี”
ริ้วรอย คืออะไร?
ริ้วรอยคือร่องหรือเส้นที่ปรากฏบนผิวหนัง ซึ่งเกิดจากการสูญเสียความยืดหยุ่นของผิวและความชุ่มชื้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวบ่อย ๆ เช่น รอบดวงตา หน้าผาก หรือมุมปาก ริ้วรอยบนใบหน้าเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ไม่เพียงแต่ความชราเท่านั้น แต่รวมถึงสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมส่วนบุคคลด้วย การดูแลผิวอย่างเหมาะสมสามารถชะลอการเกิดริ้วรอยและเสริมสร้างผิวที่แข็งแรงได้
ลักษณะของริ้วรอยบนใบหน้า
ริ้วรอยบนใบหน้าเกิดจากการเสื่อมสภาพของผิวชั้นใน เมื่อผิวสูญเสียคอลลาเจนและอิลาสติน ผิวจะไม่สามารถคืนตัวได้ดีเหมือนเดิม ทำให้เกิดรอยย่นบนใบหน้าอย่างชัดเจน โดยลักษณะของริ้วรอยสามารถพบได้ตามจุดต่าง ๆ ดังนี้:
- ริ้วรอยหน้าผาก: เกิดจากการขมวดคิ้วหรือเลิกหน้าผากบ่อย
- ริ้วรอยหางตา: มักปรากฏจากการยิ้มและเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ
- ริ้วรอยใต้ตา: สังเกตได้จากความแห้งและการสูญเสียไขมันใต้ตา
- ริ้วรอยร่องแก้ม: รอยลึกจากจมูกจรดมุมปาก
- รอยย่นรอบปาก: เกิดจากการขยับปากซ้ำ ๆ
ริ้วรอย เกิดจากอะไร?
การเกิดริ้วรอยเป็นกระบวนการทางธรรมชาติของผิวที่สูญเสียความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้น ซึ่งเกิดขึ้นจากหลากหลายปัจจัย ทั้งที่เราควบคุมได้และไม่ได้ โดยสามารถจำแนกเป็น:
- ปัจจัยภายใน:
- อายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้คอลลาเจนและอิลาสตินลดลง
- กรรมพันธุ์ที่ส่งผลต่อสภาพผิวโดยตรง
- ปัจจัยภายนอก:
- รังสียูวีจากแสงแดด
- มลภาวะและอนุมูลอิสระ
- ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ
- การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
ริ้วรอย มีประเภทอะไรบ้าง?
ปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าสามารถจำแนกออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ซึ่งแต่ละประเภทมีลักษณะและแนวทางการดูแลที่แตกต่างกัน การแยกประเภทของริ้วรอยจะช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
1. ริ้วรอยแบบตื้น
ริ้วรอยตื้นเป็นริ้วรอยขนาดเล็กที่พบได้ทั่วไปในช่วงต้นของการเปลี่ยนแปลงผิว โดยมักเกิดจากความแห้งของผิวและการสูญเสียน้ำในชั้นผิวหนัง มักสังเกตเห็นได้ชัดบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปาก การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เติมความชุ่มชื้น เช่น มอยส์เจอไรเซอร์ หรือเซรั่มที่มีกรดไฮยาลูรอน ช่วยลดเลือนริ้วรอยเหล่านี้ได้ในระดับหนึ่ง
2. ริ้วรอยแบบลึก
ริ้วรอยแบบลึกเป็นร่องลึกที่เห็นชัดตลอดเวลา เกิดจากการเสื่อมสภาพของโครงสร้างผิวในชั้นหนังแท้ เช่น การสูญเสียคอลลาเจนหรืออีลาสติน อาการนี้มักพบในผู้ที่แสดงสีหน้าอย่างรุนแรงหรือซ้ำ ๆ เช่น หัวเราะ ขมวดคิ้ว หรือเลิกคิ้วบ่อย ๆ การรักษาริ้วรอยประเภทนี้มักต้องใช้หัตถการทางการแพทย์เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน
ริ้วรอย มักจะเกิดบริเวณไหนบ้าง?
ใบหน้ามีริ้วรอยปรากฏในจุดที่มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ และบริเวณที่ผิวบางหรือสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย ความเข้าใจในจุดที่ริ้วรอยเกิดบ่อยสามารถช่วยให้เราให้ความสำคัญกับการดูแลผิวได้ตรงจุด
1. ริ้วรอยบนหน้าผาก
เป็นรอยย่นบนใบหน้าที่เห็นได้ชัดที่สุด ริ้วรอยหน้าผากเกิดจากพฤติกรรมการเลิกคิ้วหรือขมวดคิ้วบ่อย ๆ ร่วมกับการลดลงของคอลลาเจนในผิวหนัง ส่งผลให้ผิวหนังไม่สามารถกลับสู่สภาพเดิมได้เต็มที่ การดูแลบริเวณนี้จึงต้องเน้นเพิ่มความยืดหยุ่นและการฟื้นฟูโครงสร้างผิว
2. ริ้วรอยขมวดคิ้ว
บริเวณระหว่างคิ้วเป็นอีกจุดที่มักเกิดริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ เช่น ความเครียดหรือความกังวล ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นเกร็งตัวซ้ำ ๆ จนเกิดรอยย่น การลดริ้วรอยบริเวณนี้จำเป็นต้องใช้วิธีที่เน้นคลายกล้ามเนื้อผิวหน้าอย่างเหมาะสม
3. ริ้วรอยบริเวณใต้ตา
ผิวใต้ตาบางกว่าส่วนอื่นจึงแสดงสัญญาณความร่วงโรยได้เร็วกว่า เช่น ความหมองคล้ำ ถุงใต้ตา และริ้วรอยขนาดเล็ก การใช้ครีมบำรุงที่มีสารเติมเต็มความชุ่มชื้น และการดูแลการนอนหลับให้เพียงพอจะช่วยชะลอปัญหาได้
4. ริ้วรอยที่คอ
รอยย่นบริเวณคอเกิดจากการเคลื่อนไหวของศีรษะและความบางของผิวบริเวณนี้ โดยมักพบในผู้ที่ละเลยการดูแลคอควบคู่กับใบหน้า การทาครีมกันแดดและมอยส์เจอไรเซอร์บริเวณคอจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
5. ริ้วรอยร่องแก้ม
ริ้วรอยร่องแก้มเป็นรอยลึกจากบริเวณปีกจมูกถึงมุมปาก มักเกิดจากการยิ้มและการสูญเสียไขมันใต้ผิวหนัง การเกิดริ้วรอยร่องแก้มเป็นหนึ่งในปัญหาริ้วรอยที่ผู้คนให้ความสนใจ เนื่องจากเห็นได้ชัดและยากต่อการปกปิด
6. ริ้วรอยบนผิวกาย
แม้ริ้วรอยบนใบหน้าจะเป็นจุดสังเกตหลัก แต่บริเวณผิวกาย เช่น แขน มือ หรือคอ ก็สามารถเกิดรอยย่นได้เช่นกัน มักเกิดในผู้ที่มีผิวแห้งหรืออายุเพิ่มขึ้น การทาครีมบำรุงหลังอาบน้ำและหลีกเลี่ยงอุณหภูมิที่ร้อนเกินไปสามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยเหล่านี้ได้
7 วิธีรักษาริ้วรอย ด้วยหัตถการทางการแพทย์
การรักษาริ้วรอยในปัจจุบันมีความก้าวหน้าอย่างมาก ด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูผิวได้ตรงจุด ไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด วิธีเหล่านี้สามารถใช้ร่วมกับการดูแลผิวในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยให้ผิวกลับมาเรียบเนียนและลดเลือนริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. การรักษาด้วยคลื่นวิทยุ (RF)
การใช้คลื่นวิทยุเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวหนังโดยไม่ต้องผ่าตัด RF จะปล่อยพลังงานความร้อนเข้าสู่ชั้นผิวลึกเพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับลดริ้วรอยบนใบหน้าและปรับสภาพผิวให้กระชับมากยิ่งขึ้น เทคนิคนี้ได้รับความนิยมเนื่องจากไม่ต้องใช้เข็ม และมีระยะเวลาฟื้นตัวสั้น >> รู้จักโปรแกรม Microneedling RF เพิ่มเติม
2. การทำ Picosure Pro
Picosure Pro เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์แบบ Picosecond ที่มีความแม่นยำสูงและเหมาะกับการลดเลือนริ้วรอยและเม็ดสีบนใบหน้า โดยเลเซอร์จะยิงพลังงานสั้นในระดับล้านล้านวินาที เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง และส่งเสริมให้ผิวเรียบเนียนขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาริ้วรอยโดยไม่ต้องเจ็บตัวหรือพักฟื้นนาน >> รู้จักโปรแกรม Picosure Pro เพิ่มเติม
3. การเสริมฟิลเลอร์
การเติมสารไฮยาลูโรนิกแอซิดในชั้นผิวเพื่อเติมเต็มร่องลึก เช่น ริ้วรอยร่องแก้ม หรือใต้ตาที่ลึก การเสริมฟิลเลอร์จะช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู เรียบเนียนและชุ่มชื้นมากขึ้น เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีใบหน้ามีริ้วรอยลึกและไม่ต้องการการผ่าตัด >> รู้จักโปรแกรมฟิลเลอร์ เพิ่มเติม
4. การทำ Potenza
Potenza คือเทคโนโลยี RF Microneedling ที่ผสานพลังคลื่นวิทยุกับการกระตุ้นผิวผ่านเข็มขนาดเล็ก เพื่อส่งพลังงานเข้าสู่ชั้นผิวลึก ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและกระชับผิวอย่างตรงจุด เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยบนใบหน้า รอยย่น และความหย่อนคล้อย >> รู้จักโปรแกรม Potenza เพิ่มเติม
วิธีดูแลและป้องกันการเกิดริ้วรอย
การป้องกันริ้วรอยควรเริ่มตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะการดูแลผิวให้แข็งแรงตั้งแต่ต้นสามารถช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงแสงแดด และการรับประทานอาหารที่ดี ล้วนส่งผลต่อสุขภาพผิวในระยะยาว
1. การป้องกันผิวจากแสงแดด
แสงแดดเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดริ้วรอยบนหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน และหลีกเลี่ยงแสงแดดช่วงเวลา 10.00-15.00 น. จะช่วยลดความเสียหายของผิวจากรังสียูวีและลดเลือนริ้วรอยในระยะยาว
2. ใช้ครีมลดริ้วรอยหน้า
เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี วิตามินอี หรือไฮยาลูรอน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและเสริมสร้างผิวให้แข็งแรง การใช้เป็นประจำจะช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป
3. การนวดลดริ้วรอย
การนวดหน้าด้วยเทคนิคที่เหมาะสมสามารถช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด และช่วยให้สารบำรุงซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น การนวดอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ใบหน้ามีริ้วรอยดูเรียบเนียนขึ้นและผิวมีสุขภาพดีขึ้น
4. งดดื่มแอลกอฮอล์
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลต่อการลดความชุ่มชื้นในผิว ทำให้ผิวแห้ง หยาบกร้าน และเกิดรอยย่นบนใบหน้า การลดหรืองดแอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้ผิวไม่เกิดริ้วรอยก่อนวัย
5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ (เวท/คาร์ดิโอ)
การออกกำลังกายช่วยให้เลือดหมุนเวียนดีขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพผิว ส่งเสริมการซ่อมแซมเซลล์ และลดอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยลดเลือนริ้วรอยและชะลอการเกิดริ้วรอยได้ในระยะยาว
การรักษาริ้วรอย ด้วยโปรแกรม Potenza
การเลือกโปรแกรม Potenza เป็นทางเลือกที่ทันสมัยและแม่นยำในการจัดการกับปัญหาริ้วรอยบนใบหน้า เทคโนโลยีนี้ช่วยส่งพลังงาน RF ผ่านเข็มขนาดเล็กลงสู่ชั้นผิวลึก เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและกระชับผิวจากภายใน เหมาะสำหรับผู้ที่มีรอยย่นบนใบหน้าหรือริ้วรอยร่องแก้ม โปรแกรมนี้ใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อยและมีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิวอย่างเป็นธรรมชาติ
“ปรับผิวให้เนียน ด้วย Potenza เทคโนโลยีที่จะฟื้นสภาพผิวให้กลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง”
หากต้องการรักษาริ้วรอย ทำไมต้องเลือกบริการจาก The Signature Clinic
The Signature Clinic มุ่งเน้นการดูแลผิวอย่างเข้าใจและมีความเชี่ยวชาญด้านการลดเลือนริ้วรอยด้วยเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Potenza พร้อมการดูแลจากแพทย์ผู้ชำนาญการในทุกขั้นตอนโดยใส่ใจในรายละเอียด การรักษาได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหาเฉพาะบุคคล เพื่อลดการเจ็บและเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟูผิวได้อย่างแท้จริง
สรุป
ริ้วรอยเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงตามวัยที่สามารถป้องกันและดูแลได้หากรู้วิธีที่เหมาะสม บริการของ The Signature Clinic พร้อมให้คำแนะนำในการวิเคราะห์ปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าอย่างแม่นยำ และนำเสนอนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัย เช่น Potenza เพื่อให้คุณสามารถดูแลผิวได้อย่างมั่นใจ หากคุณต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์อย่างปลอดภัย คลินิกของเราคือคำตอบที่คุณวางใจได้
คำถามที่พบบ่อย
ริ้วรอยเริ่มเกิดขึ้นเมื่ออายุเท่าไหร่?
โดยทั่วไปแล้วริ้วรอยสามารถเริ่มปรากฏได้ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป เนื่องจากเป็นช่วงที่การผลิตคอลลาเจนของร่างกายเริ่มลดลงตามธรรมชาติ ริ้วรอยตื้นจะเริ่มแสดงชัดเมื่ออายุเข้าสู่เลขสาม และจะค่อย ๆ ลึกขึ้นหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
ทำยังไงให้ริ้วรอยหาย?
การลดเลือนริ้วรอยสามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับความลึกและสาเหตุของริ้วรอย เช่น:
- หลีกเลี่ยงแสงแดดและทาครีมกันแดดเป็นประจำ
- ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสมกับสภาพผิว
- เข้ารับบริการหัตถการทางการแพทย์ เช่น RF, Picosure Pro หรือ Potenza
- ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การนอนหลับให้เพียงพอและไม่สูบบุหรี่
ริ้วรอยมีกี่ประเภท?
โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก:
- ริ้วรอยตื้น: มักเกิดจากผิวแห้งหรือขาดความชุ่มชื้น
- ริ้วรอยลึก: เกิดจากการเสื่อมของคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง
อายุ 40+ ควรทําหัตถการอะไร?
ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปควรพิจารณาแนวทางการรักษาที่ฟื้นฟูผิวในระดับลึก เช่น การฉีดฟิลเลอร์เพื่อลดริ้วรอยร่องลึก หรือการทำ Potenza เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นฟูผิวในทุกมิติ การเลือกแนวทางที่เหมาะสมควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้ชำนาญ
อะไรคือปัจจัยที่ทําให้เกิดริ้วรอย?
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดริ้วรอยมีหลายประการ เช่น:
- อายุที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น
- แสงแดดและรังสียูวีทำลายคอลลาเจนในชั้นผิว
- ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ
- พฤติกรรมการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
การแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ เป็นระยะเวลานาน


