กำจัดไขมันเฉพาะส่วนแบบถาวร

การกำจัดไขมันหรือสลายไขมันโดยไม่ต้องผ่าตัด ในปัจจุบันมีวิธีไหนบ้าง  ?

ในปัจจุบัน มีหลายวิธีที่สามารถใช้ในการกำจัดไขมันโดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งบางวิธีนี้เป็นทางเลือกที่มีความนิยมในการสลายไขมัน เช่น

CoolSculpting (Cryolipolysis):
CoolSculpting เป็นเทคโนโลยีที่ใช้การทำความเย็นเพื่อทำลายเซลล์ไขมันในบริเวณที่ต้องการ
เครื่อง CoolSculpting จะทำการดึงผิวหนังเข้าไปในหน้าที่มีท่อทำความเย็นเพื่อลดอุณหภูมิในบริเวณนั้น
เซลล์ไขมันจะถูกทำลายเนื่องจากการทำความเย็น แล้วถูกกำจัดจากร่างกาย สามารถช่วยลดไขมันได้ประมาณ 23-24% ต่อการทำหนึ่งครั้ง แต่ในปัจจุบันมีการพบว่าหลังทำมีบางเคสที่เกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยพึงประสงค์ เช่น เส้นประสาทชาเป็นระยะเวลานาน มีความฟกช้ำและเป็นรอยเขียว หรือ เกิดรอยยุบเข้าไปในบริเวณที่ทำการรักษาเนื่องจากการสลายตัวของก้อนไขมัน

การฉีดเมโสลดแฟต หรือ Injection Lipolysis (Mesotherapy):
Mesotherapy เป็นการฉีดสารหรือยาละลายไขมันเพื่อละลายเซลล์ไขมันในบริเวณที่ต้องการ
สารละลายที่ใช้มักจะประกอบด้วยสารที่สามารถละลายได้เองหรือสารที่กระตุ้นให้เซลล์ไขมันถูกทำลาย เป็นวิธีที่ค่อนข้างนิยม เพราะราคาถูกกว่าการใช้เลเซอร์ แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่คงความถาวรได้เท่าที่ควร

Ultrasound Cavitation:
Ultrasound Cavitation ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อทำลายเซลล์ไขมันในบริเวณที่ต้องการ
คลื่นเสียงนี้จะสร้างกลุ่มของแก๊สในเซลล์ไขมัน ทำให้เกิดการระเบิดและทำลายเซลล์ไขมัน

Sculpsure (Laser Lipolysis หรือ Warmsculpting):

Sculpsure เป็นการใช้เลเซอร์เพื่อทำลายเซลล์ไขมันในบริเวณที่ต้องการที่แม่นยำเฉพาะจุด โดยคลื่นเลเซอร์จะกระจายความร้อนที่เพียงพอกับการทำให้เซลล์ไขมันตายอย่างถาวร เป็นการกำจัดไขมันที่ทำลายเฉพาะเซลล์ไขมันโดยไม่ทำร้ายส่วนประกอบอื่นๆ บริเวณที่ทำการรักษา การกำจัดไขมันด้วยโปรแกรม Sculpsure มีข้อดีคือไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้น และไม่มีผลข้างเคียงที่อันตราย ในบางเคสอาจจะมีรอยแดงหลังทำเนื่องจากความร้อนของหัวเลเซอร์

ทั้งนี้ การเลือกใช้วิธีการลดไขมันที่ไม่ต้องผ่าตัดควรทำโดยการปรึกษากับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสมของวิธีการกับสภาพร่างกายและความต้องการของแต่ละบุคคล

ข้อดีของการทำ Sculpsure คืออะไร?

Sculpsure เป็นเทคโนโลยีการลดไขมันที่ใช้เลเซอร์เพื่อทำลายเซลล์ไขมันในบริเวณที่ต้องการ โดยทั่วไปแล้วมีข้อดีหลายประการ เช่น

ไม่ต้องผ่าตัด:
Sculpsure เป็นกระบวนการที่ไม่ต้องการการผ่าตัด ทำให้ไม่มีรอยแผลหรือเวลาฟื้นตัวนาน

ไม่ต้องใช้เวลานาน:
การกำจัดไขมันเฉพาะส่วนด้วยโปรแกรม Sculpsure จะใช้เวลาเพียง 25 นาที ต่อครั้ง โดยสามารถสลายไขมันได้มากถึง 24% ทำให้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทางออกในการจัดการปัญหาไขมันส่วนเกินแบบรวดเร็ว

ไม่มีรอยแผลหรืออาการบวมที่มีนาน:
หลังจากการทำโปรแกรม Sculpsure จะไม่มีรอยแผลหรืออาการบวมที่อยู่นาน เพราะการทำ Sculpsure จะไม่มีการดูดเนื้อเพื่อกำจัดไขมัน แต่จะเป็นเพียงการวางหัวเลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานเข้าไปจัดการกับเซลล์ไขมันเท่านั้น

ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังการรักษา:
คนไข้สามารถกลับไปทำกิจกรรมประจำวันได้ทันทีหลังจากการทำโปรแกรม Sculpsure ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นใดๆ

เหมาะสำหรับบริเวณที่ยากที่จะลดไขมัน (Stubborn fat):
Sculpsure มีประสิทธิภาพในการลดไขมันในบริเวณที่ยากที่จะลดไขมันได้ หรือ ที่เรียกว่า Stubborn fat เช่น ชั้นไขมันบนท้อง ไขมันที่เหนียง ไขมันที่ท้องแขน ไขมันที่ปีกหลัง ไขมันห่วงยาง (ไขมันที่เอว) ไขมันที่หัวเข่า หรือ ไขมันที่ต้นขา โดยโปรแกรม Sculpsure เหมาะที่สุดสำหรับคนที่รูปร่างปกติ หรือ ท้วมๆ (ไม่ใช่คนที่อ้วนมาก) แต่ต้องการลดไขมันเฉพาะจุดที่อดอาหารหรือออกกำลังกายอย่างไรก็ไม่ลด

ไม่มีการเสียเวลาหยุดงาน:
คนไข้ไม่จำเป็นต้องหยุดงานหรือกิจกรรมประจำวันของเพื่อทำโปรแกรม Sculpsure เนื่องจากไม่ต้องใช้เวลาฟื้นตัวใดๆ

การทำโปรแกรม Sculpsure ควรทำโดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ และการปรึกษากับแพทย์ก่อนทำการรักษาเป็นสิ่งสำคัญเพื่อปรับให้เหมาะสมกับความต้องการและสภาพสุขภาพของแต่ละบุคคล

Share the Post:

บทความอื่น ๆ

Scroll to Top